แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Free Talk แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Free Talk แสดงบทความทั้งหมด

30 มีนาคม 2569

ข่าวไม่ล่าไม่แรง ตู้ Pop'n Music รุ่นใหม่เปิดให้บริการที่อเมริกาแล้วเรียบร้อย

เกี่ยวกับเรื่องตู้รุ่นใหม่ที่อเมริกาที่เคยมีข่าวว่าแฟรนไชส์ร้านเกมเจ้าหนึ่งซื้อตู้มาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้บริการพร้อมกับญี่ปุ่นนั้น ล่าสุดได้เปิดให้บริการ(ตัดหน้าประเทศไทย)ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา 😣 โดย Round1 USA และ Ikigai Arcade และแน่นอนว่าตัวเกมมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วเรียบร้อย (สามารถเลือกได้ 3 ภาษาตอนเข้าเกมคือ ญี่ปุ่น อังกฤษ และเกาหลี) แต่ชื่อตัวละครบางตัว (เช่นสาวๆ Hinatabi♪ ทั้งวง) กับชื่อเพลงยังเป็นญี่ปุ่นอยู่เหมือนเดิมนะ

แต่ดูทรงบ้านเราแล้ว ท่าทาง Echo คงจะไม่สนใจนำเข้ามาแน่ๆ (อย่าลืมนะว่าแค่ "พิจารณา" เท่านั้น ไม่ใช่ "ยืนยันจะนำเข้ามา") หลักๆเป็นเพราะยอดสมาชิกกลุ่มเกมนี้ทาง Facebook นั้น ค่อนข้างน้อยกว่ากลุ่มของเกมอื่นในแนวเดียวกันนั่นเองครับ 😭 (เกมอื่นมีสมาชิกเป็นพัน แต่เกมนี้แค่หลักร้อยต้นๆเท่านั้น) ที่แอดฯคิดแบบนั้น เพราะซีรี่ส์อนิเมะอย่าง Pretty Cure/Precure ก็เห็นมีหลายคนรีเควส LC ไปตามเพจสตรีมมิ่งเจ้าต่างๆเยอะอยู่เหมือนกัน (โดยเฉพาะ การ์ตูนคลับ กับ DEX) แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเจ้าไหนนำเข้ามาฉาย เพราะยอดผู้ติดตามกลุ่มของเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย เลยกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ไม่มีค่ายไหนอยาก "เสี่ยงขาดทุน" 😭

ที่มา: https://zenius-i-vanisher.com/


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

14 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวร้าย ตู้เกม Pop'n Music ที่ร้าน Let's Play @ MBK ยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วครับ 😭

มีข่าวร้ายมาแจ้งให้ทราบสำหรับแฟนเกม Pop'n Music ชาวไทยทุกท่านครับ

ขณะนี้ตู้เกม Pop'n Music (รุ่นเก่า)ตู้สุดท้ายในประเทศไทยที่ร้าน Let's Play ณ ห้าง MBK Center ได้ถูกยกออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ 😭

ซึ่งก็หมายความว่านับจากนี้ ต้องรอตู้รุ่นใหม่ของภาค High☆Cheers!! ที่ชื่อ Pikapika Pop-kun Model มาลงที่ร้าน EX10 MUSICPOD สถานเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆคือ ตอนนี้ที่อเมริกาเองก็มีการสั่งซื้อตู้รุ่นใหม่มาเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เปิดให้บริการพร้อมกับญี่ปุ่น และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปิด เพราะต้องรอไฟเขียวจากทาง Konami ก่อน ตามความเข้าใจของแอดมินคือ คาดว่าทาง Echo คงซื้อตู้มาแล้วเช่นกัน เพียงต้องรอไฟเขียวจาก Konami เท่านั้น... (มีคนเข้าไปรีเควสในเพจเยอะขนาดนี้ ไม่ซื้อก็บ้าแล้วครับ)

ส่วนเหตุผลของการปิดให้บริการก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการที่ตู้รุ่นเก่าทั้งหมด ทั้ง SD และ HD Model ไม่รองรับภาค High☆Cheers!! ขึ้นไปนั่นเองครับ ซึ่งที่จริงตู้ที่ร้าน Let's Play "จอดำ" มาตั้งแต่วันแรกที่อัปเป็นภาค High☆Cheers!! แล้ว (18 ธันวาคม 2025) แต่เพิ่งนำออกไป (พร้อมกับ SDVX และ IIDX) เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง แต่แอดฯเพิ่งมาทราบข่าวในเดือนกุมภาฯจากสมาชิกในกลุ่ม Pop'n Music Gamers -Thailand- (เป็นเพราะแอดฯไม่ค่อยได้เข้าไปเช็คพวกกลุ่มพูดคุยใน Facebook เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปสิงประจำอยู่ใน LINE กับ Discord มากกว่า ขออภัยด้วยครับ 🙏)

และหมายความว่า ณ ตอนนี้หากใครที่อยากเล่นระหว่างรอตู้รุ่นใหม่มาลงที่ EX10 ก็เหลือเพียงช่องทางเดียวที่ "ถูกลิขสิทธิ์" คือ Pop'n Music Lively บน PC ครับ เป็นแบบเก็บค่าสมาชิกรายเดือน ตกเดือนละ 400 บาท และยังมีเพลง DLC ที่ต้องซื้อเพิ่มอีกชุดละประมาณ 800 บาท (แพงกว่าของ DJMAX กับ EZ2ON อีก) แต่ข้อเสียคือ ตัดเน็ตเล่นไม่ได้ และไม่มีโหมด 2 คน หรือ BATTLE MODE นะ ซึ่งถ้าใครชอบเล่น 2 คนประจำ (แบบแอดมิน) ก็คงต้องหาภาคเก่าของ PS2 มาเล่นแทนล่ะครับ.. (แอดมินขอไม่ชี้ช่องทาง "AC เถื่อน" แล้วกัน)

สุดท้ายนี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆ Pop'n Music ชาวไทยด้วยครับ ที่(อาจจะ)ไม่มีโอกาสได้เล่นภาคใหม่อีกแล้ว 😭

9 มกราคม 2569

[บทความ] รวม 5 เกม Kirby สุดห่วยที่หลายคนส่ายหน้า !

ไม่น่าเชื่อจริงๆว่า Kirby Air Riders ได้ทำซ้ำรอยเดิมของ Kirby Battle Royale คือ "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" และตอนนี้ก็ได้หายไปจากชาร์ตเกมขายดีประจำสัปดาห์ของ Famitsu โดยยืนหยัดอยู่บนชาร์ตได้แค่เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น สวนทางกับเกมรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง Mario Kart World ที่ยังคงครองชาร์ตมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์และยังไม่เคยหลุดไปไหนเลย

และนี่ก็ไม่ใช่สองเกมแรกที่เจอชะตากรรมเดียวกัน ยังมีอีกหลายเกมในซีรี่ส์ที่เข้าขั้น "ห่วยแตก" จนเหล่าแฟนเกมรับไม่ได้เหมือนกัน ส่วนจะมีภาคไหนบ้าง มาดูกันเลยครับ..

Kirby: Squeak Squad (2006 - NDS)

มาเริ่มกันที่ภาคของเครื่อง Nintendo DS และเป็นภาคหลักแนวตลุยด่านของซีรี่ส์ ซึ่งจะว่าไปภาคนี้มันก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นน่าเบื่อนะ แต่ที่ทำให้บางคนส่ายหน้าเพราะพลัง Copy Ability ของภาคนี้มีการปรับสมดุลใหม่ทั้งหมดจนบางพลังเข้าขั้น "Overpowered" (โดยเฉพาะ Tornado) มันเลยทำให้เกมหมดความท้าทายไปเลย แม้จะเล่นโหมด Extra Game ก็ตาม และระบบช่องเก็บของที่จอล่างที่หลายคนมองว่า ไม่มีความจำเป็นเลย แถมยังทำให้ยุ่งยากเสียเวลาที่ต้องมาจัดการกับของในท้อง Kirby ที่เก็บจนเต็มบ่อยๆอีกด้วย (จริงๆก็มีในภาค 3DS ด้วยนะ แต่ลดเหลือแค่ช่องเดียวและจำกัดเฉพาะไอเทมเติมพลังชีวิตที่เพื่อนโยนให้เท่านั้น)

Kirby and the Rainbow Curse (2015 - Wii U)

สำหรับภาคนี้เป็นภาคต่อจาก Kirby: Canvas Curse ของ Nintendo DS ในปี 2005 กราฟิกถือว่าไม่เลวนะ มาแนวภาพดินน้ำมัน ดูแปลกตาและแตกต่างไม่เหมือนใคร แต่ที่ทำให้ภาคนี้สอบตกเนื่องจากได้มีการตัดพลัง Copy Ability จากภาคเก่าของ NDS ออกไปทั้งหมด แถมยังมีรายงานว่าในฉากสู้บอสหากใช้ตัว Waddle Dee ของจอย 2-4 จะทำให้สู้ได้ง่ายกว่าใช้ Kirby สู้อีกด้วย 😥 เพราะควบคุมทิศทางที่จะไปได้เลยเหมือนในภาคปกติ ไม่ต้องคอยวาดเส้นทางแบบ Kirby ซึ่งค่อนข้างลำบากพอสมควร

ถึงกระนั้น ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับฉบับรีเมคของภาคนี้ที่จะออกบน Switch 2 ซึ่งจะมีการนำ Copy Ability กลับมา และเพิ่มตัวละครใหม่สำหรับผู้เล่นจอย 2-4 ซึ่งแฟนๆได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวอร์ชันนี้จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อย่าให้มีอีกเป็นครั้งที่ 2 !!

Kirby Clash ทั้งสองภาค (2017 - 3DS, 2019 - Switch)

สำหรับภาคนี้เป็นแนวคล้ายกับเกมซีรี่ส์ Monster Hunter เลย เพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นแบบ 2D มุมข้างเท่านั้น คือเราจะได้สู้กับบอสทันทีโดยไม่ต้องเดินทางฝ่าด่าน เมื่อเอาชนะก็จะได้วัตถุดิบนำไปซื้ออุปกรณ์ที่ดีขึ้นได้ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน แถมยังเปิดให้ "เล่นฟรี" อีกด้วย มี 4 อาชีพให้เลือกเล่นด้วยกัน คือ ดาบ, ค้อน (เคลื่อนที่ช้ากว่าดาบ แต่ตีแรงกว่า), เวท (มีท่าไม้ตายเป็นการหยุดเวลา) และหมอ

ฟังดูน่าสนุกใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน การจะเข้าไปสู้ได้ต้องใช้ค่าพลังงานที่เรียกว่า Apple Gem และอุปกรณ์หลายๆชิ้นนั้นต้องการ Apple Gem เป็นวัตถุดิบอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ หากท่านคิดจะ Solo ไปยาวๆจนจบเกม ยังจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ให้กับตัวละคร AI อาชีพอื่นนอกจากที่เราเลือกเล่นอีกด้วย และผลลัพธ์ก็คือ เกมนี้ "Pay to Win" ครับ คือ ถ้าอยากไปต่อได้จนจบเกม ต้องเติมเงินเพื่อเอา Apple Gem เพิ่มสถานเดียว และถ้าอยากลุยเดียวกับ AI ไม่คิดจะเล่นออนไลน์นี่คือ ต้องระดับ "เทพทรู" (บ้านรวย) จริงๆครับ

จริงๆจะเล่นสายฟรีก็ได้ แต่จะนานมากกกกกกกกกก กว่าจะหาอุปกรณ์แต่ละชิ้นมาได้ ชนิดที่ว่าเล่นมาหลายปียังไปไม่ถึงบอสตัวสุดท้ายเลยครับ ถ้าอยากจบภายในปีเดียวต้องขยันเติมเงินสถานเดียว (อย่างไรก็ดี ภาคแรกของ 3DS ได้มีคนทำเซฟ No F2P ที่ทำให้ได้ล็อคอินโบนัส Apple Gem รายวันระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มเกม ออกมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งปกติต้องใช้เงินจริงซื้อ)

Kirby Battle Royale (2017 - 3DS)

สำหรับภาคนี้เป็นแนว PVP คล้ายกับ Kirby Fighters เพียงแต่เป็นแบบ 3D คล้ายกับ Kirby and the Forgotten Land จริงๆภาคนี้แอดมินชอบมากเลยนะ เล่นบ่อยพอๆกับ Super Smash Bros. Brawl เลยก็ว่าได้ แต่เหตุที่ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" ครับ คือ เกมขายในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,590 บาท ซึ่งเป็นราคาเกมเกรด AAA ในห้วงเวลานั้น (ปัจจุบันอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ฯ หรือ 2,190 บาท) แต่กลับมีความยาวของโหมดเนื้อเรื่องที่สั้นและโหมดการเล่นแค่เพียง 10 แบบเท่านั้น ซึ่งแต่ละเกมกินเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง จึงทำให้หลายคนบ่นว่าไม่ควรจะเอามาขายด้วยราคาเต็มแบบนี้ทั้งที่คอนเทนต์น้อย (ลองดูพวกเกมแนวยานยิงที่ใช้เวลาต่อเกมจบเร็วใน Steam เป็นตัวอย่างก็ได้ครับ มีเกมไหนเคยขายราคาเรตนี้ไหม ?) และแม้จะมีการออกอัปเดตแพทซ์เพิ่มพลัง Copy Ability ใหม่ให้ฟรีในภายหลังแต่ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่อย่างใด แถมพลัง Mirror ที่เพิ่มมานั้น ยัง "Overpowered" สุดๆอีกด้วย 😥 (ท่าชาร์ตหลบยาก แถมโดนได้หลาย Hit อีก)

Kirby Air Riders (2025 - Switch 2)


มาถึงเกมล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ซึ่งแอดมินจะขอไม่ "พูดถึงซ้ำ" แล้วกันนะครับ เพราะเคยกล่าวถึงไปแล้วใน บทความนี้

ยป;มอ ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" เช่นเดียวกับ Kirby Battle Royale แถมอีกอย่างคือ "กราฟิกตกยุค"


แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับ คราวนี้จะพูดถึง Kirby's Mystery Dungeon จริงๆล่ะ สัญญานะ 😊

6 มกราคม 2569

[บทความ] ครบรอบ 10 ปี การเปิดให้บริการ e-amusement (ตู้เกมจังหวะดนตรีค่าย Konami) ในประเทศไทย

เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ล่าสุดปี 2026 นี้ก็ครบ 10 ปีของการเปิดให้บริการตู้เกมค่าย Konami แล้วครับ ! ซึ่งในบทความนี้เราจะทำการสรุปไทม์ไลน์ตั้งแต่ที่เข้ามาเปิด จนถึงปัจจุบัน และคาดเดาอนาคตของวงการเกมอาร์เคดไทยที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปปี 2011 ในช่วงนั้นเริ่มมีตู้เกมค่าย Konami เข้ามาเปิดให้บริการให้บ้านเราโดย Echo Games ซึ่งเกมที่นำเข้ามานั้นก็มีเกือบครบครับคือ..

- Jubeat copious
- Beatmania IIDX 18: Resort Anthem
- Dance Dance Revolution X2
- GITADORA V8
- Pop'n Music 18 せんごく列伝 (Sengoku Retsuden)

แต่ทั้งหมดยังไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต หรือระบบ e-amusement นะ หมายความว่าใช้บัตร e-amusement pass เล่นไม่ได้ และบัตรยังไม่มีขายในตอนนั้นด้วย ในตอนนั้นแอดมินเคยเล่น Jubeat copious ที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต (10 บาท 1 เพลง) กับ GITADORA V8 ที่เซ็นทรัลรามอินทรา (10 บาท 3 เพลงเฉพาะตู้กีตาร์; ตู้กลองดันเล่นได้แค่เพลงเดียว ?! แต่โหมด Battle เล่นได้ 4 เพลง)

จากนั้นในปี 2015 ที่เป็นปีแรกที่ e-amusement ได้เปิดให้บริการในบ้านเราอย่างเป็นทางการ โดยทาง Hahama ได้เริ่มนำ Beatmania IIDX 23: Copula กับ Dance Evolution Arcade เข้ามาลองตลาดเป็นสองเกมแรก ซึ่งทุกเกมมีค่าเล่นเริ่มต้นที่ 30 บาท (ยกเว้น Dance Evolution ที่หลังจากระบบออนไลน์ปิดตัว ได้ปรับราคาลงมาเหลือ 20 บาท เท่ากับ Danz Base) และแพงขึ้นตามโหมดเกมที่เลือกเล่น ก่อนที่จะเริ่มทยอยนำเกมอื่นๆเข้ามาในปี 2016 ซึ่งในช่วงต้นปีของปีนั้นได้มีการเปิด Location Test เกมใหม่ภายในงาน Japan Expo Thailand 2016 ด้วยนะ ส่วนรายชื่อเกมและภาคที่ได้นำไปโชว์และเปิดทดสอบมีดังนี้ครับ (เท่าที่จำได้นะ):

- Dance Dance Revolution A
- GITADORA Tri-Boost
- Sound Voltex III: Gravity Wars
- MÚSECA

ส่วนเกมที่นำเข้ามาเพิ่มหลังจากนั้น (ไม่ได้โชว์ในงาน):
Jubeat Qubell
Pop'n Music éclale
Reflec Beat 悠久のリフレシア (The Reflesia of Eternity)
DanceRush Stardom *เป็นเกมแรกที่ปรับราคาเป็น 40 บาท*

นอกจากนั้นในปี 2017 ทาง Konami ได้เข้ามาลงทุนเปิดสาขาของแผนกเกมตู้ในไทยอีกด้วย จนกระทั้ง... ในปี 2020 หลังจากที่เกิดวิกฤติการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก ประกอบกับทางร้านเกมตู้อาร์เคดได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเพื่อป้องกันการระบาดเป็นเวลานานกว่าเกือบ 2 ปี แต่รายจ่ายกลับยังมีอยู่เหมือนเดิม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากกลับมาเปิดได้ตามปกติอีกครั้งก็คือ ทาง Hahama ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ไปเน้นนำเข้าตู้เกมสะสมสแตมป์ไร้ชื่อจากจีนเข้ามาแทน โดยที่เริ่มทยอย "ลอยแพ" ตู้เกมระบบออนไลน์ฝั่งญี่ปุ่นที่ยังเปิดให้บริการอยู่แบบช้าๆ ปล่อยไปตามยถากรรม ที่เห็นได้ชัดเลยหลังจากกลับมาเปิดคือ Maimai ไม่ได้อัปเป็นภาค DX !! ทั้งที่เคยมีตู้อยู่ถึง 4 คู่ และล่าสุดในปี 2025 ที่ผ่านมาคือ Sound Voltex ไม่ได้อัปเป็นภาค 7 และไม่นำตู้รุ่นใหม่ที่รองรับภาคล่าสุดเข้ามาด้วย ส่วนเกมที่ยังคงได้ไปต่อ จะเป็นเกมที่มีระบบอัปเดตออนไลน์ในตัวอยู่แล้ว เช่น Pop'n Music หรือ DDR เป็นต้น (แต่กับ Sound Voltex นี่ถือเป็นข้อยกเว้นนะ เพราะตู้รุ่นเก่ารองรับถึงแค่ภาค 6 หรือ Exceed Gear เท่านั้น) นอกจากนั้นยังมีการนำตู้ของค่าย Konami ในร้านสาขานอกกรุงเทพออกไปเกือบทั้งหมด จนเหลือแค่ที่สาขา MBK ที่เดียว (ผมเคยโพสลงในเว็บนี้หรือยังว่า Pop'n Music เคยมีอยู่ที่เซ็นทรัลขอนแก่นด้วยนะ) และตู้ที่ MBK เองก็เริ่มมีการปรับลดจำนวนลงด้วยเช่นกัน (Beatmania IIDX กับ Pop'n Music เคยมี 2 ตู้ก็ลดเหลือแค่ตู้เดียว)

แล้วทำไม Hahama ถึงกล้าตัดสินใจ "หักดิบ" ไปเน้นตู้สะสมสแตมป์แทน ? สาเหตุอาจเป็นเพราะตู้เกมระบบออนไลน์นั้น เท่าที่แอดมินเคยได้ยินมา จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของระบบ e-amusement ที่ทางผู้ประกอบการต้องจ่ายเป็นรายเดือนแยกกับค่าเน็ตต่างหากด้วย และถ้าหากไม่จ่ายตามกำหนดก็จะไม่สามารถเปิดใช้งานเครื่องได้ครับ เนื่องจากตัวเกมต้องเชื่อมต่อเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ e-amusement เท่านั้นถึงจะรันเกมได้ ถ้าถูกระงับเมื่อไหร่ก็คือใช้งานไม่ได้เลย (แอดมินเคยไปถามพนักงานที่ร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพเขาบอกมาแบบนี้) เข้าใจว่าสาเหตุที่ทาง Hahama ตัดสินใจนำตู้ Konami ออกไปเกือบทุกสาขาในต่างจังหวัด เป็นเพราะต้องการเลี่ยงรายจ่ายในส่วนนี้นั่นเองครับ เนื่องจากตู้สะสมสแตมป์ (รวมถึงตู้เครน) ไม่มีรายเดือนและไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน ความเสี่ยงในการขาดทุนเนื่องจาก "เกิดเหตุไม่คาดคิด" จึงน้อยกว่าครับ... (และด้วยเหตุนี้ เกมในแพลตฟอร์ม Konasute บน PC ทุกเกมจึงใช้โมเดลสมาชิก เพราะจะได้เก็บค่ารายเดือนจากผู้เล่น เหมือนกับที่ไปหยอดเหรียญเล่นตามตู้ ไม่ได้ขายขาดแบบ EZ2ON REBOOT: R กับ Pump It Up Rise)

แต่สิ่งที่กลายเป็นขั้วตรงข้ามก็คือ.. ทางฝั่ง Echo Games กลับเรื่มทยอยนำตู้เกม Konami รุ่นใหม่ รวมไปถึงเกมใหม่ใสกั๊ก ที่ไม่เคยเปิดให้บริการในบ้านเรามาก่อนเข้ามาด้วย เริ่มจาก Maimai DX หลังจากที่กลับมาเปิดหลังโรคระบาดจบได้ไม่นาน ต่อด้วยในปี 2023 กับตู้รุ่นใหม่ของ Beatmania IIDX (พร้อมกับปรับราคาเริ่มต้นเป็น 40 บาท) และยังได้นำ Initial D The Arcade กับ Taiko no Tatsujin: Nijiiro Version เข้ามาเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยอีกด้วย และตู้ Konami รุ่นใหม่เกมอื่นๆ หลังจากนั้นคือ Sound Voltex, GITADORA และ DDR ตามลำดับ (ซึ่งเกมหลังทาง Echo ไม่เคยมีตู้รุ่นเก่าสีขาวด้วย) ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทางฝั่ง Hahama ยังไม่มีแม้แต่ตู้เดียวเลยครับ และล่าสุดในปี 2025 ก็มีข่าวลือว่า Pop'n Music จะเป็นคิวถัดไป ! หลังจากที่ตู้รุ่นใหม่เปิดตัวในญี่ปุ่นปีเดียวกันนี้ และได้มีการแปลเมนูเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อย

ส่วนอนาคตหลังจากปี 2026 ก็เป็นที่ชัดเจนครับว่า ถ้าสายเกมจังหวะดนตรีก็ต้องมาที่ร้านในเครือ Echo Games เท่านั้น ส่วนใครที่ชอบสะสมสแตมป์แลกของรางวัลก็ต้อง Hahama (ที่แน่ๆคือ ถ้าตู้รุ่นใหม่ของ Pop'n Music มาเมื่อไหร่ แอดมินก็ขอลาขาดกับ Hahama แล้วล่ะนะ..)

และในบทความหน้า เราจะมา "what if" กันว่า ถ้าเกิดเกม Kirby's Mystery Dungeon มีออกมาจริงๆ จะเป็นรูปแบบแบบไหน รออ่านกันได้เลยครับผม 😊 (ห้วงเวลานี้ แอดมินติดเล่น Roguelike จริงๆ หลังจากติดใจกับ DCSS เล่นจบได้ 2 รอบแล้ว หลังจากตายไป 124 ครั้ง 😊)

1 มกราคม 2569

Happy New Year 2026 🎉

แอดมินขอกล่าวสวัสดีปีใหม่กับผู้ชมและผู้ติดตามทุกท่านด้วยนะครับผม

ใครมาเที่ยว MBK อย่าลืมมาเล่นตู้ Pop'n กันเยอะๆ แต่ถ้ามาไม่ได้ก็สนุกกับ Arcade PC เอ๊ย! Lively และ Kirby แทนได้นะ! 😊

เครดิตภาพ: https://x.com/Kirby_JP/status/2006501890947952953

เครดิตภาพ: https://x.com/popn_team/status/2006516469828563220


ปล. เล่น SuperTuxKart กับ FNFxPnM - Append Kirby (เวอร์ชันส่วนตัวของแอดฯ ไม่ต้องไปหาที่ไหนนะ ไม่มีแน่) แล้วเหมือนได้ทำฝันให้เป็นจริง เพราะมีตัวละครของ Pop'n Music กับ Kirby รวมอยู่ในเกมเดียว 😊 (แต่อย่างหลังนี่เหมือน Super Smash Bros. Brawl มากกว่า ฮ่าๆๆ)

30 ธันวาคม 2568

ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2025

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ตามธรรมเนียมเช่นทุกปีนะครับ ในบทความส่งท้ายปีนี้จะเป็นการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบปี จะมีอะไรบ้าง ไป Recap กันเลย !!


ปีทองของ Kirby กับภาคเสริม และการรอคอยกว่า 22 ปี ...ที่น่าผิดหวัง

ในปีนี้ทาง Nintendo ได้ปล่อยของเด็ดอย่าง Nintendo Switch 2 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยได้มีการเปิดตัวในเดือนมกราคม ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน (เครื่องศูนย์ไทยของ Synnex Thailand วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน)

นอกจากนี้ในช่วงไล่เลี่ยกับที่เครื่องวางจำหน่ายในโซนแรก (ญี่ปุ่นกับอเมริกา) ทาง Nintendo ได้เปิดตัวเกม Kirby ออกมาใหม่ถึงสองเกมด้วยกัน โดยเกมแรกเป็น "ภาคเสริม" ของเกมเก่าจาก Switch 1 อย่าง Kirby and the Forgotten Land (KatFL) ในชื่อภาค "Star-Crossed World" โดยเป็นภาคเสริมสำหรับ Switch 2 โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ที่มีตัวเกมภาคเก่าของ Switch 1 อยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบตลับและดิจิทัล สามารถซื้อ "Upgrade Pack" ผ่านทางร้านค้า eShop เพื่อเล่นภาคเสริมบน Switch 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อเกมใหม่ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีตัวเกมก็สามารถซื้อเกมเต็มได้เช่นกัน ส่วนรายละเอียดของภาคเสริมมีดังนี้..

เพิ่มโหมดใหม่ Star-Crossed World – สำหรับในโหมดนี้จะเข้าเล่นได้ก็ต่อเมื่อเล่นโหมดเนื้อเรื่องหลักจบแล้วเท่านั้น (จบแบบกี่ % ก็ได้) โดยลักษณะจะคล้ายกับโหมด "Extra Game" ของภาคที่ผ่านมานั้นเอง คือ เปลี่ยนแปลงบรรยากาศของฉากและเลย์เอาเลเวลทั้งหมด และเปลี่ยนแปลงศัตรูและบอสบางส่วน ให้ยากขึ้น โดยในบางด่านหรือเลเวลจะมีการเพิ่มระยะทางให้ยาวขึ้น และยังมีเส้นทางใหม่ที่ในโหมดหลักไม่มี ให้สำรวจเพิ่มอีกด้วย ซึ่งในภาคนี้จะต่างจากภาคที่ผ่านมาตรงที่ยังมาพร้อมกับเนื้อเรื่องใหม่อีกด้วย ไม่ได้แค่เพียง "ย้อมแมวฉาก" เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับตัวประกันชุดใหม่และ Starry Coins ให้เก็บสะสมเพื่อใช้ปลดล็อคฟิกเกอร์ชุดใหม่ในตู้กาชา และโหมด/สถานที่ใหม่ภายในเมืองของ Star-Crossed World อีกด้วย

เพิ่ม Mouthful Mode สามร่างใหม่ – Spring Mouth สำหรับกระโดดขึ้นที่สูง และพุ่งลงมาทับได้ (คล้ายพลัง Stone ในภาคเก่า), Gear Mouth ใช้สำหรับไต่กำแพงขึ้นไปในแนวดิ่งได้ (คล้ายกับพลัง Wheel ในภาคเก่า) และ Sign Mouth ไถลด้วยความเร็ว และกระโดดหมุนตัวโจมตีกลางอากาศ (คล้ายกับพลัง Ice Skating (Cutter+Ice) ในภาค 64)

เพิ่มโหมดสู้บอสใหม่สุดท้าทาย The Ultimate Cup Z EX – ปลดล็อคโดยการเคลียร์โหมด Star-Crossed World ซึ่งในนี้ท่านจะได้เจอกับบอสใหม่ประจำโหมด SCW รวมถึง "บอสลับ" จากภาคเก่าในร่างใหม่สุดเซอร์ไฟรส์อีกด้วย (ล่าสุดมีคนเคลียร์แบบ No Damage ได้แล้ว แถมจบภายใน 7 นาทีอีกด้วย !! 😮 ทำไปด้ายยยย~)
 
การปรับปรุงสำหรับ Nintendo Switch 2 (ฟรี) – ปรับปรุงกราฟิก รองรับ 4K และรันที่ 60 FPS เป็นอย่างต่ำ (อันนี้ไม่ต้องซื้อภาคเสริมก็มีให้เช่นกัน)



และอีกเกมที่มีการเปิดตัวออกมานั้นก็คือ Kirby Air Riders ซึ่งถือว่าเซอร์ไฟรส์พอสมควร เพราะนอกจากจะเป็นภาคต่อจากเกมเก่าของเครื่อง GameCube เมื่อ 22 ปีที่แล้วนั้น ยังเป็นการกลับมากำกับโดย Masahiro Sakurai บิดาผู้ให้กำเนิด Kirby อีกด้วย (อ่านประวัติได้ภายในลิงค์นั้น) ซึ่งในภาคนี้นอกจากจะมีโหมดการเล่นและสนามเก่ากลับมาครบแล้วนั้น ยังมีสนามใหม่ในโหมด Air Ride และ Top Ride โหมดละ 10 แผนที่, ตัวละครใหม่มากถึง 10 ตัว (มี Adeleine ด้วย 😍 ..แต่ไม่มี Cirno เอ้ย! Ribbon นะ) และยานพาหนะหรือ Air Ride Machine ใหม่อีก 2 ลำด้วยกัน ที่เด็ดคือ นอกจากแผนที่ในโหมด Top Ride และ City Trial จะใหญ่ขึ้นกว่าภาคแรกแล้วนั้น ยังมีโหมดเนื้อเรื่องในรูปแบบ "Open-world" ด้วยคือ Road Trip ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเกมรุ่นพี่อย่าง Mario Kart World เลยครับ ทั้งวิ่งวนในแผนที่ Hub/Overworld เพื่อทำภารกิจ และหาไอเทมลับ และเข้าแข่งขันตามจุดต่างๆ



ถึงแม้จะมีกระแสตอบรับดีในการวางจำหน่ายช่วงแรก และได้รับคำชมจากสำนักข่าวเกมมากมาย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มเจอทัวร์จากผู้เล่นและอินฟูลฯสายเกมซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกราฟิกที่ทำอย่างลวกๆราวกับเกมสมัยเครื่อง Wii, ระบบปลดล็อคแบบเกมยุคเก่าที่เน้นการ Grinding มากกว่า Progression (เคลียร์โหมด Road Trip ไม่ได้หมายความว่าปลดทุกอย่างครบนะ) รวมถึงตัวละครที่ไม่ได้ขนมายกซีรี่ส์แบบ Kirby Star Allies (ไม่มี Gooey จาก KDL3, มี Adeleine แต่ไม่มี Ribbon ฯลฯ) และคอนเทนต์โดยรวมที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับ Mario Kart World ทำให้ผู้เล่นบางคนรู้สึก "ไม่คุ้ม" กับราคาเต็มที่จ่ายไป เมื่อเทียบกับคุณภาพรวมของเกมที่ด้อยกว่าเกมรุ่นพี่อย่างเห็นได้ชัด ไม่สมกับการรอคอยใดๆ (มีสมาชิก Reddit ท่านนึงบอกว่าราคาควรจะ 40 หรือ 50 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ 70 ดอลลาร์ 😥) ซึ่งอินฟูลฯบางเจ้าถึงกับยกให้เป็นเกม Switch 2 ที่น่าผิดหวังแห่งปี (Worst Game of the Year) เลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงทำยอดขายทั่วโลกไปได้กว่า 3 ล้านชุด ณ ธันวาคม 2025 หรือเท่ากับสถิติเดิมของ Kirby Super Star Ultra เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะเป็นการคืนชีพ ที่ลงเอยด้วยความไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ ซึ่งส่วนหนึ่งที่คุณภาพงานของภาคนี้ดร็อปลง ก็มาจากเป็นผลงานการพัฒนาของทีมงานรุ่นใหม่ทั้งหมด (คนละทีมกับที่ทำ KatFL) และตัวเอนจินเกมที่เหมือนจะนำเอาเอนจินของ Super Smash Bros. Ultimate มาใช้ ซึ่งในส่วนของสตูดิโอเกมนั้นได้มีการรับทีมงานชุดใหม่นี้เข้ามาในช่วงต้นปี 2024 ทำให้เหมือนเป็นการเร่งดันตัวเกมออกมาไวเกินไปจนไม่มีเวลามากพอในการขัดเกลาเอนจินเพื่อดึงพลังของเครื่อง Switch 2 ออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแฟนๆก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งกว่าจะมีการกลับลำ ออก DLC เพื่อเพิ่มตัวละครและปรับปรุงคุณภาพเกมให้ดีขึ้นกว่าเดิม

และในช่วงหลังจากงาน The Game Awards 2025 จบลง ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเกมภาคต่อไปที่จะเปิดตัวในไลฟ์ Nintendo Direct ของปี 2026 โดยเป็นเกมภาคหลักภาคใหม่ที่อาจมาในรูปแบบ 2D ลุยข้าง ผสมกับ 3D เดินรอบทิศ (คล้ายๆ Mega Man X7) และเล่นได้ถึง 4 คน และภาครีเมคของ Kirby: Canvas Curse กับ Kirby and the Rainbow Curse ที่จะได้วางจำหน่ายต่อจากนั้น และอาจมาแบบมัดรวม 2 ภาคในเกมเดียว (หากดูจาก Timeline เกมที่ปล่อยออกมาในยุค Nintendo Switch คาดว่าคงกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ออกภาคใหม่สลับกับภาครีเมค)

UPDATE 2 ม.ค. 2026: มีข่าวลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "Kirby Star Allies – Nintendo Switch 2 Edition" หากมีความเคลื่อนไหว และกลายเป็นข่าวจริง แอดมินจะนำมาแจ้งให้ทราบในบทความใหม่หรือทาง Admin Free Talk นะครับผม (ช่วงนี้ข่าวลือเกมเก่าเล่าใหม่บน Switch 2 เยอะจริงๆ)

การ(ใกล้)มาถึงของตู้ Pop'n Music 2025 MODEL (ในไทย) !!

ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนอกจากจะเป็นเดือนที่ NS2 ได้วางจำหน่ายในโซนเอเชียแล้วนั้น ทาง Konami ยังได้เปิดตัวตู้เกม Pop'n Music รุ่นใหม่ในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ภาค TUNE STREET ในปี 2010 พร้อมกับเกมภาคใหม่ที่ยังไม่เผยชื่อในขณะนั้น ซึ่งภายหลังคือ Pop'n Music High☆Cheers!! และได้อัปเดต/เปิดให้บริการตู้รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตู้รุ่นใหม่นี้มีฟิเจอร์คล้ายกับตู้รุ่นใหม่ของเกมอื่นในเครือที่ออกมาก่อนหน้านี้ คือ หน้าจอหลัก 120hz, หน้าจอรองแบบสัมผัส และปุมใหม่ 2 ปุ่มสำหรับเล่นในโหมดใหม่ของภาคนี้ที่เป็นการเล่นด้วยปุ่มใหม่ 2 ปุ่มเท่านั้น และยังมี EXTRA MODE (ยังไม่เปิดให้เล่นในตอนนี้) ที่นอกจากใช้ 9 ปุ่มหลักแล้ว ยังมีโน้ตพิเศษขนาดใหญ่ 2 ฝั่งแทรกเข้ามาในเลนหลักทั้ง 9 คล้ายๆกับ SIDE TRACK ของ DJMAX RESPECT V อีกด้วย และในโหมดนี้ยังมีระดับใหม่ Cho-EX ที่ยากกว่า EX อีกด้วย (คล้ายกับระดับ LEGGENDARIA ของ IIDX หรือ CHALLENGE ของ DDR)


ส่วนตัวเกมนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่แบบยกเครื่องจริงๆ เพราะนอกจากจะมีโหมดใหม่แล้ว ยังมีการรีมาสเตอร์กราฟิกตัวละครเก่าทั้งหมด และเพิ่มความละเอียดการแสดงผลเป็น 1080 และตัวเกมเป็นระบบ 64-bit เรียบร้อย ส่วนตัวละครใหม่ตั้งแต่ภาคนี้จะใช้อนิเมชันรูปแบบใหม่ที่ แขน-ขา และส่วนต่างๆของร่างกาย สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล คล้ายกับใน HELLO! POP'N MUSIC นอกจากนี้ ทั้ง โลโก้ High☆Cheers!! รูปแบบธีมรวมไปถึงเมนูต่างๆนั้น ดูคล้ายกับ Friday Night Funkin' เอามากๆ ! จนบางท่านตั้งข้อสงสัยว่าภาคนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมนั้นหรือเปล่านะ ? 😉


นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า ตู้รุ่นใหม่นี้กำลังจะเตรียมเข้ามาเปิดให้บริการในไทยโดย Echo Games อีกด้วย โดยมีสมาชิก Facebook "จำนวนมาก" (ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ติดตามเว็บเราด้วย) ได้ Inbox หลังไมค์ไปถามแอดมินเพจ Echo Games และได้คำตอบประมาณว่า "เดี๋ยวจะลองเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบนะคะ" ก็คงเป็นการการันตีแบบกลายๆว่า ตู้รุ่นใหม่จะเข้าไทยอย่างแน่นอน !! (ที่แน่ๆ เลิกหวัง Hahama ไปได้เลยครับ เพราะไม่เคยเอาตู้รุ่นใหม่เข้ามาเลยแม้แต่เกมเดียว และล่าสุดได้ "ลอยแพ" Sound Voltex เป็นที่เรียบร้อย...)


และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดตลอดปี 2025 ที่แอดมินนำมาสรุปในครั้งนี้... สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ปีหน้า สำหรับวันนี้ "สวัสดีปีใหม่" ล่วงหน้าด้วยนะครับผม 🥳🎉

Moco's Dream Land 3: The Heart Stars


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 
2 มกราคม 2569

24 ตุลาคม 2568

[รีวิวอุปกรณ์] ขาตั้งจอคอมแบบหมุนเป็นแนวตั้งได้!

สืบเนื่องจากเรื่องที่เคยพูดถึงไปในช่อง Admin Free Talk ช่วงต้นเดือนนี้นั้น

ล่าสุด แอดมินจัดมาแล้วเรียบร้อยครับ ขาตั้งจอคอมแบบหมุนเป็นแนวตั้งได้! (ยกเครดิตให้กับคนที่ร้านน้ำดื่มแบบเต็มๆเลย)




เล่น Sound Voltex กับพวกเกมยานยิงที่รองรับจอแนวตั้งได้ มันส์เลยทีนี้ 😊 (ปล. ยังเล่นภาคเก่าอยู่ เพราะชอบหน้าเลือกเพลงแบบเก่า กับชอบเล่นโหมด Paradise)

ใครสนใจ หากซื้อได้ในแอปร้านค้าสีม่วงกับส้มครับ มีหลายแบบแล้วแต่ชอบ ถูกสุดเริ่มต้นที่ 3xx บาท

1 กันยายน 2568

[บทความ] Kirby และ Gimmick! กับความเหมือนที่แตกต่างกัน


ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับสำหรับบทความพิเศษ เมื่อไม่กี่วันก่อน เบื่อๆเลยลองเข้าไปอ่านรีวิวเกม Gimmick! 2 ในเพจ Steam ดูเล่นๆ น่าแปลกใจที่เห็นมีหลายคนเอามาเทียบกับ Kirby กันค่อนข้างเยอะเลย (ส่วนใหญ่เทียบกับภาคที่เป็นแบบ 2D โดยเฉพาะ Kirby's Adventure กับ Star Allies)

และหลายคนที่อาจไม่ได้เป็นแฟน Kirby ตัวโยงคงเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมผู้ที่เล่น Gimmick! เกือบทั้งหมดถึงเอามาเทียบกับ Kirby นั่นเป็นเพราะว่าเกมนี้มีหลายสิ่งที่มะลายคล้ายกับ Kirby ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ตั้งแต่ตัวละครยันระบบการเล่น ซึ่งแอดมินจะมาสรุปเป็นข้อๆดังนี้ครับ

Kirby และ Yumetaro มีรูปร่าง "กลม" เหมือนกัน
เคอร์บีเป็นนักรบแห่งดวงดาว (Star Warrior) ส่วนยุเมะทาโรนั้นเป็นโยวไค (ซึ่งถูกพ่อของนางเอกที่ไม่มีชื่อ เข้าใจผิดว่าเป็นตุ๊กตา เลยซื้อกลับบ้านมาเลย) เคอร์บีสู้เพื่อปกป้องดาว Popstar ในขณะที่ยุเมะทาโรนั้น สู้เพื่อคนรักของตัวเอง! 💖

Kirby และ Yumetaro มี "ดาว" ที่ใช้เป็นยานพาหนะได้เหมือนกัน
เคอร์บีมีสีชมพู รูปร่างกลม ส่วนยุเมะทาโร มีสีเขียว รูปร่าง "ค่อนข้างกลม" และมีเขาสีเหลืองสำหรับปล่อยพลังดาว ซึ่งดาวนี้นอกจากจะใช้ต่อสู้กับศัตรูได้แล้ว ยังใช้ "ขี่" ได้เหมือนกับ Warp Star ของเคอร์บีด้วย!

ศัตรูและมอนสเตอร์เกือบทั้งหมดของ Gimmick! มีความคล้ายคลึงกับของ Kirby
พวกตัวสีดำกลมๆนั้น ก็คงเทียบได้กับ Waddle Dee นั่นเอง และมีหลายชนิดเช่นกัน รวมไปถึงมอนสเตอร์และบอสบางตัวยังมีหน้าตาและรูปแบบการโจมตีที่คล้ายกับของเกมเคอร์บีอีกด้วย

รูปแบบการเล่นของ Gimmick! นั้น คล้ายกับ Kirby's Dream Land
ปล่อยดาวยิงใส่ศัตรูเหมือนกันทั้งสองเกม ที่ต่างกันคือ Gimmick! นั้นสามารถชาร์ตแล้วยิงได้ทันทีโดยไม่ต้องดูดศัตรูหรืออะไรก็ตามที่ดูดได้มาก่อน

เรื่องของความยาก...ต่างกันคนละขั้ว
ท่าน มาซาฮิโระ ซากุไร บิดาผู้ให้กำเนิดเคอร์บี ระบุว่าเกมเคอร์บีนั้นเป็นเกมที่ถูกออกแบบมาให้เกมเมอร์มือใหม่สามารถเล่นให้จบเกมได้แบบง่ายๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ง่ายหมดทุกภาคจริงๆ จะไปยากก็เฉพาะในโหมดพิเศษที่ปลดล็อคหลังจบเกมหลักแล้วเท่านั้น

ส่วนกิมมิคหน่ะเหรอ ผมบอกได้เลยว่ามันคือเกมแนว Soulslike ดีๆนี่เอง คือแบบว่า "ยากนรกแตก" ตั้งแต่ต้นเกมเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีของศัตรูที่มีความรวดเร็ว รวมถึงกับดักต่างๆที่พร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ ทำให้ต้องอาศัยการจดจำที่ค่อนข้างสูงพอสมควร (ตายเพื่อให้รู้ความผิดพลาด) ไม่ต่างจากเกมซีรี่ส์ร็อคแมน/เมกาแมนเลยล่ะครับ และในด่านหลังๆยังจำเป็นต้องใช้เทคนิคการขี่ดาวเพื่อผ่านจุดต่างๆของฉากอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต่างกับเคอร์บีที่เดินลุยไปได้เรื่อยๆแบบชิวๆ ขอแค่เพียงหลบการโจมตีของศัตรูให้ทันก็พอ

แต่ถ้าหากบางท่านที่เล่นจนคล่องแล้วรู้สึกว่าเกมหลักมันยังยากไม่พอ ยังมีเงื่อนไขพิเศษในการปลดล็อคด่านสุดท้ายที่โหดหินมากๆซ่อนอยู่อีกด้วย แต่ดีหน่อยที่ฉบับรีมาสเตอร์ของภาคแรกกับภาค 2 มีการเพิ่มโหมดง่ายเข้ามา แต่ถ้าเล่นโหมดง่ายจะไปเล่น World สุดท้ายไม่ได้นะเออ...

และสิ่งที่แตกต่างอีกอย่างคือ เคอร์บีบินได้ แต่ยุเมะทาโร บินไม่ได้! 😭


ก็จบเรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับบทความชุดนี้ แอดมินเองไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเกิด Gimmick! กลายเป็นแบบ 3D เหมือนกับ Kirby and the Forgotten Land แล้วระบบการยิงกับขี่ดาวมันจะโหดหินกว่าแบบ 2D มากขนาดไหนกันนะ ฮ่าๆๆ 😊


5 มกราคม 2568

Happy New Year 2025 🎉

ถึงจะช้าไปนิด แต่แอดมินก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่กับ ผู้ชมและสมาชิกเว็บบอร์ดทุกท่านด้วยนะครับผม

ใครมาเที่ยว MBK อย่าลืมมาเล่นตู้ Pop'n กันเยอะๆ แต่ถ้ามาไม่ได้ก็สนุกกับ Kirby แทนได้นะ! 😊

30 ธันวาคม 2567

ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2024

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ในปี 2024 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ อาจจะไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้พูดถึงในบทความนี้เท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่แอดมินไปคุยกับเพื่อนสมาชิกในเว็บบอร์ดของเราแล้วครับ...

ล้อเล่นนะคร้าบ ^^ ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีชงของสาวก Nintendo และวงการ Emulator อย่างแท้จริง เริ่มจากในช่วงต้นปี เกม Palworld ได้ถูกมือดีนำม็อดโปเกมอน มาปล่อยลงใน Nexusmods เว็บม็อดดิ่งชื่อดัง จนนำไปสู่เรื่องการฟ้องเรื่องของทาง Nintendo กับ Pocketpair ผู้พัฒนาเกมนี้ โดยแหล่งข่าวระบุว่าทาง Pocketpair ได้ทำการละเมิดสิทธิบัตรของทาง Nintendo ถึง 3 ฉบับด้วยกัน แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าไปละเมิดสิทธิบัตรในส่วนไหนแต่อย่างใด นอกจากหมายเลขทะเบียนประจำสิทธิบัตรเท่านั้น ซึ่งจนถึงตอนนี้คดีการฟ้องเรื่องก็ยังคงไม่เสร็จสิ้นแต่อย่างใด

และในอีกไม่กี่เดือนถัดมา ช่วงมีนาคมก็เป็นฝันร้ายสำหรับวงการ Emulator เมื่อ Nintendo ได้ทำการฟ้องร้องผู้พัฒนา Emulator จำลองเครื่อง Nintendo Switch รายหนึ่ง (ตัวย่อ Y) จนทางผู้พัฒนาต้องยอมจำนนยุติการพัฒนาไปเป็นที่เรียบร้อย เท่านั้นไม่พอ Emulator จำลองเครื่อง 3DS ที่มาจากผู้พัฒนาเจ้าเดียวกัน (ตัวย่อ C) ก็ยังโดนหางเลขไปด้วย อันเนื่องมาจากโปรแกรมดังกล่าวได้แชร์โค้ดบางส่วนมาจาก Emulator จำลองเครื่อง Nintendo Switch ด้วยนั่นเอง (แต่ในปัจจุบัน โปรแกรมจำลอง 3DS ตัวย่อ C ที่ว่านี้ ได้กลับมาพัฒนาต่อแล้วในชื่อใหม่)

และในช่วงเดือนกันยายน ทาง Nintendo ได้ส่งหมายแจ้งเตือนไปหาผู้พัฒนา Emulator จำลองเครื่อง Switch อีกเจ้า (ตัวย่อ R) แต่เจ้านี้ให้ความร่วมมือกับทาง Nintendo ด้วยการประกาศยุติการพัฒนาเอง จึงไม่ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายแบบเจ้าแรก จึงเท่ากับว่าในตอนนี้โปรแกรมจำลอง Switch ที่ใช้งานได้จริงๆ ได้ตายสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ...

เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงเดือนเมษายน เกม Garry's Mod (Gmod) ได้ถูก Nintendo ส่งหมายแจ้งเตือนไปหา Facepunch Studios ผู้พัฒนาเกม โดยขอให้ทางผู้พัฒนาทำการลบเนื้อหาที่เกี่ยวกับ IP ของตนออกจาก Steam Workshop หรือแหล่งโหลดม็อดของตัวเกม ซึ่งแน่นอนว่าต้องยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี (แต่ทาง Garry Newman หัวหน้าทีมพัฒนากลับคิดว่าหมายแจ้ง DMCA ที่ส่งเข้ามาจำนวนมากนั้น เป็นหมายปลอมที่ฝ่ายเกมเมอร์จงใจส่งมาแกล้งทีมพัฒนา ไม่ใช่ของทาง Nintendo จริงๆ)

นอกจากนั้นในเดือนมิถุนายน Nintendo ยังได้ส่งหมายแจ้งเตือนไปหา GameBanana ซึ่งเป็นเว็บม็อดดิ่งชื่อดังอีกเจ้า (ที่สาวก Counter-Strike และ Friday Night Funkin' รู้จักกันเป็นอย่างดี) ขอให้ลบม็อดที่เกี่ยวกับ IP ของตนออกจากเว็บด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าไม่รอด ...เท่ากับว่านับจากนี้ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับตัวละครของปู่นิน ไม่สามารถนำมาใส่ในม็อดเกม PC ได้อีกแล้วนั่นเองครับ (นอกจากทำมาใช้เป็นการส่วนตัวโดยไม่แจกจ่ายเท่านั้น)

หลายฝ่ายคาดกันว่าสาเหตุที่ทำให้ปู่นิน เริ่มมาตรการปราบปรามลิขสิทธิ์อย่างจริงจังในปีนี้ อาจมาจากม็อดโปเกมอนของเกม Palworld ในช่วงมกราคมครับ เพราะตามปกติแล้วปู่จะปราบแค่เฉพาะที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ตัวเกมเท่านั้น (พวก Emulator & ROMs) แต่ในคราวนี้พวกม็อดเกม PC กับโดนหางเลขไปด้วย ทั้งที่ไม่เคยมีการปราบในส่วนนี้มาก่อนแต่อย่างใด...

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดตลอดปี 2024 ที่แอดมินนำมาสรุปในครั้งนี้... สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ หรือถ้าอยากจะพูดคุยกับแอดมินก็เชิญได้ที่เว็บบอร์ดของเรานะครับผม 😊

เครติดข่าว
https://www.beartai.com
https://emulation.gametechwiki.com

3 มกราคม 2567

รวมเกมแนวยานยิงออกใหม่บนคอนโซลและ PC ตลอดปี 2023

แหล่งข้อมูลจาก Gematsu และ https://shmups.system11.org/

หมายเหตุ: สีแดงหมายถึงเกมที่แอดมินแนะนำให้ลองเล่น

เกมใหม่
- Cotton Rock 'n' Roll (aka Cotton Fantasy) (PC)
[แอดมินโหลดตัวอีมูฯ อาร์เคดมาเล่นแล้ว แต่ก็ยังซื้อของแท้อยู่ดี เพราะชอบ อิอิ 😊]
- R-Type Final 3 Evolved (PS5)
- Nova Strike (PS5, X/S, SW, PC)
- Final Exerion (SW, PC)
- ProtoCorgi (SW, XBO, PS4, PC)
- Touhou 19 ~ Unfinished Dream of All Living Ghost (PC)

เกมเก่าเล่าใหม่
- Graze Counter GM (SW, PS4, PS5, XBO, X/S, PC)
- Metal Black S-Tribute (PC, XBO, X/S)
- Devil Engine: Complete Edition (PS5, PS4, SW, PC)
[หลังจากรอมานานถึง 4 ปี ในที่สุด DLC ก็หลุดจากแพแล้ว!! 😮]
- Raiden III x MIKADO MANIAX (PS5, PS4, SW, XBO, X/S, PC)
- Raiden IV x MIKADO REMIX (PS5, PS4, SW, XBO, X/S, PC)

- BATSUGUN Saturn Tribute Boosted (PS4, XBO, SW, PC)
- Bullet Hell Monday: Black (PC)
- Bullet Hell Monday: Finale (PC) [ภาคนี้แจกฟรีนะ แต่สองภาคก่อนหน้ากลับไม่ฟรี แปลกดีแฮะ 🙄]
- Radiant Silvergun (PC)
- Ray'z Arcade Chronology (PS4, SW, PC) [คุ้มกับราคาแน่นอนเพราะมี 3 ภาคในเกมเดียว!!]
- DoDonPachi True Blissful Death (PS4, SW)

- Steel Empire Chronicles (PS4, SW)
- XIIZEAL (aka XIISTAG) (SW)
- DeltaZEAL (aka G-Stream G2020) (SW)
- Castle of Shikigami 2 (SW)
- DemonStar: Original Missions (PC)

28 ธันวาคม 2566

ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2023

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ในปี 2023 นี้วงการเกมอาร์เคดได้กลับมาครึกครื้นกันอีกครั้งหลังจากที่สาหัสจากวิกฤติ COVID-19 มาหลายปี ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้ทาง Hahama ได้ทำการปิดปรับปรุงร้านเกม Hero City สาขา MBK ใหม่ กลายเป็น Let's Play แทน ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนโฉมใหม่แล้วนั้น ยังมีตู้เกมใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกเพียบด้วย และได้เปลี่ยนระบบจากเหรียญโทเคนมาเป็นบัตรเติมเงินแล้ว (แบบเดียวกับโซน Food Court) แต่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ตู้เกมที่เปิดให้บริการใหม่นั้นล้วนเป็นเกมแจกสแตมป์จากจีนแทบทุกเกม! ไม่มีเกมใหม่จากฝั่งญี่ปุ่นเลย รวมไปถึงตู้ Maimai ที่ยังคงเป็นภาคเก่าเช่นเดิม ไม่มีการอัปเดตภาคใหม่ตามร้านคู่แข่งแต่อย่างใด มีเพียงแค่ Pump It Up กับเกมจังหวะของ Konami/Bemani เท่านั้นที่ยังคงได้รับการอัปเดตภาคใหม่อยู่ แต่สภาพปุ่มของแต่ละเกมก็ถือว่าเริ่มไม่สู้ดีแล้วเช่นกัน เรียกได้ว่าหากดูจากสถานการณ์ในปีนี้ทาง Hahama แทบจะถอนตัวออกจากตู้เกมออนไลน์ 100% แล้วล่ะนะ...

ส่วนทางฝั่ง Echo Games ที่มีร้านอยู่ในห้างเดียวกันคือ eX10 Karaoke & Games ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเกมเมอร์สายอาร์เคดชาวไทยถึง 2 ครั้งด้วยกัน เริ่มที่ตู้ Beatmania IIDX รุ่น Lightning Model ที่ได้นำเข้ามาเปิดให้บริการในเดือนกันยายนเป็นที่แรกและที่เดียวในไทย ซึ่งความพิเศษของตู้รุ่นนี้คือ แสงสีของตู้ที่ดูสะดุดตา หน้าจอหลักรีเฟรชเรต 120 Hz หน้าจอรองแบบสัมผัสสำหรับใช้งานตัวเลือกพิเศษ และมีเพลงพิเศษที่สามารถเล่นได้จากตู้รุ่นใหม่นี้เท่านั้น (แต่ตัว Arcade PC สามารถใช้ DLL Patcher เพื่อเอาเพลงของโฟลเดอร์ LM มาเล่นกับตัวเกมรุ่นปกติได้นะ อิอิ) และค่าเล่นในทุกโหมดที่แพงกว่าตู้รุ่นปกติ 10 บาท นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมทาง Echo Games ยังได้นำ Initial D: The Arcade มาเปิดให้บริการอีกด้วย ซึ่งถือว่ามาได้จังหวะเดียวกันกับที่อนิเมะ MF Ghost ที่เป็นภาคต่อของ Initial D เริ่มฉายตอนแรกพอดิบพอดีเลย!

ว่าแต่... เมื่อไหร่ร้าน eX10 จะเอาตู้ Pop'n Music เข้ามานะ?! (ถ้าเข้ามาเมื่อไหร่แอดมินจะไปเล่นแทน Let's Play เลย!!)

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ หรือถ้าใครอยากดูแอดมินเล่น Pop'n Music ชาร์ตระดับ 40+ ก็มาเจอได้ที่ MBK นะ 😊

18 ตุลาคม 2566

[TGS x Wonder Fest 2023] ความตกต่ำของ Zone Zeen Game...

เนื่องจากข้อความค่อนข้างยาว เลยนำมาโพสต์เป็นบทความแทนแล้วกันนะครับ ^_^

จำได้ว่าบูธ Zone Zeen Game ประจำงาน Thailand Game Show ในยุคแรกๆ (ประมาณปี 2007-2010) มีเกมหลากหลายแนวให้เลือกลงแข่งเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นแนว Action, Platform, Puzzle, Shoot 'em up หรือแม้กระทั่ง Rhythm Game ก็ยังมี (จำได้แม่นเลยว่าในปี 2008 เคยมีแข่ง Guitar Hero กับ Beatmania IIDX PS2 ด้วย) และสิ่งที่น่าสังเกตคือ เกือบทุกเกมที่นำมาเปิดให้แข่ง วัดผลกันที่คะแนนเป็นหลัก ("Score Attack") มีเพียงไม่กี่เกมเท่านั้นที่ทางผู้จัดงานตัดสินกันด้วยเวลา ("Speedrun")

ซึ่งน่าเสียดายที่ TGS ในยุคหลังๆ ลดเหลือแค่เพียง 1-2 เกมเท่านั้น และทุกเกมที่นำมาจัดแข่งในแต่ละปี มักจะเป็นแนว Fighting ไม่ก็แข่งกันด้วยเวลาหรือ Speedrun เป็นหลัก และในปีนี้ก็เป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีเพียงแค่เกมเดียวและแข่งกันด้วยเวลาเช่นเดิม ก็เข้าใจอยู่ว่าเกมแนวกระแสหลักในยุคปัจจุบันไม่ค่อยมีระบบคะแนนให้เห็นกันเท่าไหร่นัก และเกมที่มีระบบดังกล่าวส่วนมากมักจะเป็นแนว Shoot 'em up กับ Rhythm Game ซึ่งเป็นแนวที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบ้านเราเท่าไหร่นัก เพราะ "ราคาที่ไม่คุ้มค่ากับระยะเวลา" ครับ (ราคาหลักพันแต่ใช้เวลาเล่นแค่ 30-60 นาที จบ)

เรื่องน่าตลกคือ แอดมินเคยสังเกตเห็นมีหลายท่านมารีเควสท์ในเพจ Thailand Game Show ว่าอยากให้มีแข่งเกมแนว Rhythm ใน Zone Zeen Game ด้วย แทบจะทุกปีเลยก็ว่าได้ (ล่าสุดมีคนรีเควสท์ DJMAX RESPECT V กับ Project DIVA MegaMix+ ด้วย) แต่ดูเหมือนว่าทางผู้จัดจะไม่สนใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากคนที่เล่นเกมแนวนี้เก่งๆ ในบ้านเรายังมีจำนวนน้อย ประกอบกับเกมแนวนี้ในปัจจุบันได้รับความนิยมแค่เฉพาะบนแพลตฟอร์มตู้อาร์เดคเท่านั้น

และในปีนี้แอดมินก็ไม่ไปร่วมงานเช่นเดิม เพราะไม่มีเกมที่สนใจ และไม่มีเกม Rhythm ให้แข่ง ฮ่าๆๆ

23 กรกฎาคม 2566

[Free Talk ฉบับยาว] ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์เล่นงานในรอบ 9 ปี + ประกาศสำคัญท้ายบทความ

เนื่องจากข้อความค่อนข้างยาวเลยนำมาโพสต์ลงในบล็อกส่วนตัวแทนแล้วกัน

ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้เข้ามาดูกลุ่ม OC ใน LINE มา 2 วันเต็มๆ (19-20 กค.) เนื่องจากคอมของแอดมินติดไวรัสนั่นเอง

ซึ่งสาเหตุเริ่มจากการที่แอดมินไปหาโหลดเกมเก่ามาจากเว็บหนึ่ง เป็นเกมแข่งรถแนวเดียวกับ SuperTuxKart แต่เก่ากว่า ตั้งแต่ปี 2001 นู้นเลย ซึ่งไฟล์ exe ของเกมนั้นมันดันมีไวรัสฝังมาด้วย โดยอาการคือ หลังจากที่เปิดเกมดังกล่าวก็มีไฟล์ชื่อแปลกๆ จำนวน 3 ไฟล์กับไฟล์ Autorun.inf อีกหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาที่ Root ของไดรฟ์ C และ D ซึ่งในตอนแรกก็ยังไม่ติดใจอะไรหรอกนะ คิดว่าอาจจะเป็นไฟล์ Temp ของตัวเกมก็ได้ เลยสั่งลบมันไปโดยยังไม่แปลกใจอะไร (เพราะเกม Arcade PC บางตัวที่ไม่ได้รันผ่าน TP ก็มีแบบนี้เหมือนกัน)

และหลังจากที่เข้าเกมนั้นเป็นรอบที่สอง ปรากฏว่าโฟลเดอร์ที่ซ่อนอยู่ภายใน Root ไดรฟ์ C และ D ($Recycle.Bin กับ System Volume Information) ได้หายไป ทั้งที่ไม่ได้ไปปรับอะไรใน Folder Option เลยนะ และพอหลังจากที่เปิดการแสดงไฟล์ซ่อนกลับมา ก็มองเห็นไฟล์แปลกๆ จำนวน 4 ไฟล์ (ไฟล์ชื่อมั่วๆ 3 ไฟล์กับ Autorun.inf) กลับมาอีกครั้งทั้ง 2 ไดรฟ์ ซึ่งในตอนนั้นก็เริ่มเอะใจแล้วล่ะ จึงได้สั่งลบตัวเกมที่โหลดมาพร้อมกับไฟล์ที่ Root ทั้ง 4 ทิ้งไปอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้นจึงลองสแกนด้วย Microsoft Defender ปรากฏว่าเจอไวรัส Win32/Sality.AT อยู่ในไดรฟ์ C จำนวน 1 ไฟล์ โดยฝังอยู่ในไฟล์ exe ที่ไม่เคยมีไวรัสมาก่อน จึงได้ทำการไป Clean ปรากฏว่า

ไม่หายครับ มัน "ย้าย" ไปฝังตัวในไฟล์ exe อื่นอีก หลังจากที่ลองสแกนเป็นครั้งที่สอง (ที่ใช้คำว่าย้าย เพราะยังเจอแค่ตัวเดียวเหมือนเดิม แต่ไปฝังตัวที่ไฟล์อื่นแทน)

และหลังจากที่ลอง Clean อีกครั้ง จึงได้ลองสแกนอีกเป็นครั้งที่ 3 ปรากฏว่าคราวนี้ดันหนีไปฝังตัวอยู่ในไฟล์ exe ของไดรฟ์ D ครับ โดยเจอแค่ตัวเดียวเหมือนเดิม

และหลังจากที่ Clean และสแกนอีกครั้ง ปรากฏว่าครั้งนี้ย้ายกลับไปอยู่ในไดรฟ์ C โดยยังคงเจอแค่ตัวเดียวเหมือนเดิม ซึ่งในครั้งนี้ก็เลยตัดสินใจจะลงวินโดว์ใหม่ไปเลย ไม่กด Clean อีกแล้วล่ะ เพราะถือว่า Clean ยังไงก็ Clean ไม่ออก และในระหว่างที่กำลังกลับไปเช็คไฟล์ที่เคยติดเชื่อในไดรฟ์ D นั้น (ซึ่งในตอนนี้ ไฟล์นี้ไม่มีไวรัสฝังอยู่แล้ว) อยู่ๆ ตัว Defender ก็แจ้งว่าพบไวรัสชื่อเดียวกันฝังอยู่ในโฟลเดอร์ข้างๆ ของโฟลเดอร์ที่กำลังเช็คอยู่ ขึ้นมาเป็นจำนวนหลายไฟล์เลยล่ะ (ติดทั้งโฟลเดอร์) คราวนี้ก็เลยตัดสินใจสั่ง "ลบ" โฟลเดอร์นั้นทิ้งไปเลย เพราะโฟลเดอร์ดังกล่าวเป็นโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ Srceen server เก่าของ Windows XP จึงสามารถลบได้โดยที่้ไม่เสียหายอะไร (ลืมบอกไปว่าคราวนี้ไปติดอยู่ในไฟล์ scr นะ)

หลังจากนั้นจึงทำการสั่ง Reset PC โดยล้างเฉพาะไดรฟ์ C และหลังจากที่เสร็จแล้ว ปรากฏว่า Microsoft Defender ไม่สามารถเปิดได้ครับ จึงทำให้ไม่สามารถสแกนซ้ำอีกครั้งได้ คราวนี้ก็เลยลองลงวินโดว์ใหม่ไปเลย โดยตอนที่ติดตั้งได้ใช้ยาแรงคือ ลบพาร์ติชันทั้งหมดใน SSD แล้วสร้างใหม่อีกครั้ง แทนการ Format ไดรฟ์ (คอมแอดมินมี SSD เป็นไดรฟ์ C ส่วน HDD เป็นไดรฟ์ D ก็เลยทำให้สามารถล้างพาร์ติชันได้ *0*) และหลังจากที่ลงเสร็จแล้ว ครั้งนี้ก็สามารถเปิด Defender ได้แล้วครับ จึงลองสแกนดูอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็ไม่เจอไวรัสแล้วทั้ง 2 ไดรฟ์ \^o^/

และเพื่อความชัวร์จึงได้ลองสแกนซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ลงโปรแกรมในไดรฟ์ C  ครบแล้ว ก็ไม่พบไวรัสแล้วเช่นกันครับ

สรุปก็คือ ไวรัสได้ตายไปทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่สั่งลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Srceen server ครับ ซึ่งถือว่ายังโชคดีนะครับเนี่ยที่ติดแค่เฉพาะในโฟลเดอร์นั้น ไม่ได้ลามไปติดทั้งไดรฟ์ ซึ่งที่จริงแอดมินเคยโดนไวรัสมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2014 ในตอนนั้นต้องเรียกว่า "หนัก" เลยล่ะ เพราะติดหมดทั้งไดรฟ์ ตอนนั้นน่าจะใช้ AVG โดยมี exe บางไฟล์ที่สามารถ Clean ได้ประมาณ 50% ส่วนอีกครึ่งต้องลบทิ้งอย่างเดียว เพราะ Clean ไม่ได้ แต่ยังดีที่ไฟล์ส่วนใหญ่ที่ลบไปยังหามาแทนได้อยู่ จะเสียดายก็กับเกมๆ หนึ่งนี่แหละ ที่ไม่สามารถหาโหลดได้ที่ไหนอีกแล้ว (น่าจะเคยโหลดมาเมื่อปี 2009 ลองกลับไปหาในลิงค์ที่เคยเข้าไป ปรากฏว่ากลายเป็นลิงค์ตายไปแล้ว เศร้า)

--------------------------------------------------------------------------------

ประกาศสำคัญท้ายบทความ

และสุดท้ายนี้ มีหลายท่านถามเข้ามาเยอะเกี่ยวกับเกม Pop'n Music ว่า ทำยังไงถึงจะเล่นชาร์ตระดับ 40+ แบบแอดมินได้ เพราะระดับ 30 ขึ้นไปเริ่มตบไม่ทัน เออ.. ตอบยากแฮะ แต่ความยากหลักๆ ของ Pop'n Music จะอยู่ที่ต้องแยกประสาทการกดแต่ละปุ่มพร้อมกันให้ออกนี่แหละ โดยเฉพาะเพลงที่มีโน้ตลงมาพร้อมกันมากกว่า 4 ตัวขึ้นไปและมาแบบติดๆ กัน (ส่วนมากพบในชาร์ตระดับ 35+) เนื่องด้วยจำนวนปุ่มที่เยอะและมีขนาดใหญ่ การแยกประสาทสัมผัสและ "หาวิธีการกดที่ถูกต้อง" จึงเป็นความยากหลักๆ ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ ต่างกับ IIDX และ SDVX ที่ปุ่มมีขนาดเล็กและอยู่ค่อนข้างใกล้กันทำให้แยกประสาทสัมผัสและคิดหาวิธีกดได้ง่ายกว่านั่นเองครับ (มีบางท่านใน Discord เคยกล่าวไว้ว่าเกมนี้เป็น "Elden Ring of Rhythm Game" ซะด้วยซ้ำ เพราะต้องหาวิธีกดโน้ตหลายตัวให้ได้นี่แหละ ถ้าหาไม่ได้ก็ Stage Failed ไปตามระเบียบ)

และประกาศสำคัญคือ แอดมินกำลังมีแผนเตรียมที่จะเปิดกลุ่ม Discord ในเร็วๆ นี้อีกด้วยครับ!! เป็นกลุ่มเกี่ยวกับเกม Pop'n Music สำหรับคนไทย ซึ่งสาเหตุที่อยากเปิดกลุ่มพูดคุยใน Discord ก็เพราะ..

1. ระบบ Open Chat (OC) ของ LINE ไม่มีฟังชั่นการแชร์ลิงค์เข้ากลุ่มแบบ Facebook กับ Discord
2. มีหลายท่านในกลุ่มเกมอาร์เคดของ LINE สนใจในเกม Pop'n Music แต่ยังไม่มีพื้นที่แลกเปลี่ยน-สอบถาม-พูดคุยแบบจริงจังโดยเฉพาะ (ใน LINE กับ Facebook มีกลุ่มคนไทยเกี่ยวกับ Rhythm Game อยู่หลายเกม แต่สำหรับ PNM... ยังไม่มี)
3. ใน Discord ยังไม่ค่อยเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์เท่า LINE และ Facebook
4. ที่ทำงานปัจจุบันของแอดมินใช้ Discord เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร (แน่นอนว่ากลุ่มที่ทำงานเป็นกลุ่มลับ คนนอกหมดสิทธิ Join ด้วยตัวเอง)

ก็ประมาณนี้ครับ และถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ไปเปิดกลุ่มใน Facebook ก็เพราะบัญชีที่แอดมินใช้เล่น Facebook อยู่ไม่ใช่ของตัวเองครับ -*- เป็นบัญชีของแม่ ประกอบกับกลัวเรื่องของระบบตรวจสอบลิขสิทธิ์อัตโนมัติ เพราะมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ผมเคยเป็นสมาชิกอยู่ เป็นกลุ่มเกี่ยวกับอนิเมะ ได้ถูกลบออกไปอย่างปริศนา และได้ยินว่าใน Discord เองก็มีกลุ่ม Rhythm Game ของคนไทยหลายกลุ่มเช่นกัน จึงเป็นเหตุที่อยากมาเปิดใน Discord มากกว่านั่นเองครับ

ก็เอาเป็นว่าแล้วพบกันเร็วๆ นี้ครับ ...ถ้ามีโอกาสนะ



      peace!     

28 เมษายน 2566

ช่วงแนะนำอนิเมะ(เก่า) "Kirby: Right Back at Ya!" อ้วนกลมอมชมพูฉบับอนิเมะ

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

เดี๋ยวนี้อนิเมะแนวสาวน้อยเวทมนตร์หาดูยากมากจริงๆ หลังจากที่ Mewkledreamy ซีซั่น 2 จบไปแล้ว ก็หาดูเมะฯแนวนี้ไม่ได้อีกเลย นอกจากซีรี่ส์พรีเคียวที่มีภาคใหม่ให้ดูเรื่อยๆ ทุกปีเท่านั้น (ความจริงแล้วมีเรื่องหนึ่งคือ Magical Destroyers แต่เป็นแนว "ดาร์ก" (โหด เลือดท่วม คล้ายมาโดกะ) ที่ไม่ชอบอย่างแรง)

และหลังจากที่ท่องเน็ตไปเรื่อย แอดมินก็ไปสะดุดตาเข้ากับอนิเมะเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวเกี่ยวกับเวทมนตร์ และมีตัวละครหน้าตาคุ้นๆ ด้วย และเรื่องนี้ก็คือ...

"Kirby: Right Back at Ya!"
星のカービィ
Hoshi no Kirby


สำหรับเรื่องนี้เป็นแนว ต่อสู้ ตลก แฟนตาซี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าอ้วนกลมอมชมพู Kirby ที่เดินทางมายังดาว Popstar เพื่อต่อสู้กับเหล่าปีศาจที่ King Dedede เรียกออกมา ซึ่ง Kirby สามารถใช้พลังในการดูดสิ่งต่างๆ เข้ามาในตัว แล้วทำการแปลงร่างเพื่อใช้พลังของสิ่งที่ดูดเข้าไปได้

ฟังดูคุ้นๆ ไหม? ...ใช่แล้วครับ เรื่องนี้สร้างมาจากซีรี่ส์เกมของค่ายนินเท็นโดนั้นเอง! ส่วนแนวเรื่องโดยรวมก็เป็นสไตล์ตลกโปกฮา คล้ายกับ สิบโทเคโรโระ ครับ คือ ฮาทุกตอน และถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนการ์ตูนสำหรับเด็กที่เน้นขายความน่ารักเป็นหลัก (คล้ายกับ Mewkledreamy หรือ Ojamajo Doremi) แต่พอถึงฉากต่อสู้ขอบอกว่าทั้งมันส์และตื่นเต้นไม่แพ้การ์ตูนสายต่อสู้แท้ๆ เลยล่ะครับ

ใครที่ยังไม่เคยดู (โดยเฉพาะสาวก Kirby) แนะนำให้หามาดูเลยครับ รับรองสนุกมากจริงๆ !!

30 มกราคม 2566

เผยสาเหตุที่แท้จริงของการปิดเว็บบอร์ด Thai Mirumo Fans

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ย้อนเวลากลับไปดูเว็บบอร์ดเก่าที่เคยทำไว้ ผ่านบริการ Wayback Machine แล้วรู้สึกเสียดายจริงๆ เลยแฮะ ต้องบอกว่าเป็นบอร์ดที่แข็งแกร่งมากจริงๆ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) จนถึงวันสุดท้ายในปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) มีเพื่อนๆ สมาชิกหมุนเวียนกันมาโพสต์-ตั้งกระทู้กันแทบจะรายวันเลยก็ว่าได้ (แต่ในช่วงท้ายๆ ตัวบอร์ดก็เริ่มร้างแล้วเหมือนกัน เพราะการมาของสื่อ SNS ต่างๆ)

โดยเฉพาะในส่วนของธีมของบอร์ดที่มีการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาใหม่ในทุกๆ ปี อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ แถมแต่ละธีมนี่ พอได้มาเห็นในตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่า "นี่เราคิดธีมแบบนี้ได้ไงเนี่ย?" ฮ่าๆๆ (*^▽^*) (ธีม Magical Taruruto (V8) นี่ คือที่สุดของที่สุดแล้วล่ะ แต่เสียดายที่ทาง Archive ไม่ได้เก็บภาพพื้นหลังมาด้วย ก็เลยเห็นเป็นสีขาวโล่งๆ)

และพอลองไล่ดูกระทู้เก่าๆ (เท่าที่สามารถดูได้โดยไม่ขึ้นหน้า "Hrm.") แล้วก็อดนึกถึงวันวานที่แสนอบอุ่นไม่ได้เลยจริงๆ เพราะแต่ละกระทู้มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างคับคั่งจริงๆ เรียกได้ว่าหากใครมาที่บอร์ดเราแล้วลองตั้งกระทู้ดูสักหัวข้อ รับรองว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาตอบอย่างแน่นอน (ในบอร์ดมีเพียงไม่กี่กระทู้จริงๆ ที่ยอดการตอบเป็น 0) และถ้ากระทู้ไหนได้รับความสนใจมากๆ กระทู้นั้นจะต้องมีจำนวนหน้าไม่ต่ำกว่า 2-3 หน้าแน่นอน เพราะสมาชิกแต่ละคนล้วนเข้ามาโพสต์กันอย่างคับคั่งจริงๆ คือ คุยกันอย่างถึงพริกถึงขิง แทบไม่ต่างจากเว็บพันทิปเลย

ตัวอย่างการสนทนาจากกระทู้หนึ่ง เผื่อใครอยากเห็น (ผมเป็นคนตั้งเอง อิอิ)

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการปิดตัวบอร์ด TMF นั้น..... ที่จริงแล้วไม่ได้ปิดเพราะทางเว็บโฮสต์ปิดตัวหรอกนะครับ ปัจจุบันโฮสต์ Forumotion ก็ยังคงเปิดให้บริการฟรีอยู่เหมือนเดิม แต่เหตุผลของการปิดตัวบอร์ดนั้นมาจากทางโฮสต์เก่าอีกทีหนึ่งครับ...

คือ ก่อนหน้าที่จะย้ายบ้านมายังโฮสต์ Forumotion ผมเคยใช้โฮสต์ของ Pukpik เป็นบ้านหลังเก่ามาก่อน แต่พอหลังจากที่ย้ายมา Forumotion แล้วผมก็ยังคงใช้โฮสต์ Pukpik เป็นแหล่งฝากรูปภาพอยู่นะ คือพวกรูปต่างๆ ที่ใช้ในบอร์ด รวมไปถึงรูปที่ผมแปะไว้ตามกระทู้ต่างๆ ในบ้านใหม่ก็ลิงค์มาจาก Pukpik ทั้งหมดเลย เพราะผมยังรู้สึกไม่ค่อยเชื่อใจในแหล่งฝากรูปอย่าง PhotoBucket ในตอนนั้นเท่าไหร่ (ซึ่งตอนนี้ใช้นโยบาย "ขูดเลือดขูดเนื้อ" เรียบร้อยแล้วอย่างที่รู้ๆ กัน) แล้วทีนี้ในช่วงกลางปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) ทาง Pukpik ได้ประกาศปิดตัว แต่ปัญหาคือ แอดมินของโฮสต์ Pukpik ได้ทำการล็อคเว็บบอร์ดในเครือไว้ทั้งหมดทันทีที่ได้ประกาศข่าวดังกล่าวออกมา ส่งผลให้ผมไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้รูปภาพจากบ้านเก่าได้เพราะตัวบอร์ดเข้าไปดูไม่ได้ โดยทางแอดมินแจ้งว่าถ้าอยากจะให้ปลดล็อคให้ส่งเมล์ไปแจ้งกับทางแอดมินก่อน แล้วเขาจะทำการปลดล็อคบอร์ดให้ แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะด้วยเครดิตเสียอันลือลั่นจากการที่ทาง Pukpik พยายามใส่ Ads ในรูปแบบต่างๆ เข้ามาในตัวบอร์ดเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ผมก็เลยรู้สึกไม่เชื่อใจแอดมิน Pukpik ว่าทางนั้นจะนำที่อยู่อีเมล์ที่พวกเขาได้รับจากเมล์แจ้งปลดล็อคไปทำอะไรมิดีมิร้ายทางการตลาดหรือเปล่า ผมจึงตัดสินใจไม่ส่งเมล์ไปปลดล็อค และนั่นจึงเป็นเหตุให้ผมและทีมแอดมินตัดสินใจยุบบอร์ดทิ้งในที่สุด เพราะมันส่งผลกระทบให้ภาพประกอบ "ทั้งหมด" ในบอร์ดใหม่หลังจากสิ้นปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) เน่าหนอนทันที จากการที่ไม่สามารถเข้าไปเก็บรูปภาพจากบอร์ดเก่าได้

ถึงตรงนี้ หลายท่านคงสงสัยว่า หลังจากที่ผมย้ายบ้านมาทำบล็อกนี้ในปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) แล้วทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่สร้างบล็อก ก็เพราะว่าหากผมบอกเรื่องนี้ลงในบล็อกตั้งแต่วันแรก ทาง Pukpik อาจฟ้องร้องในเรื่องนี้ได้ครับ เพราะถือว่านำรูปไปใช้ในโฮสต์เว็บบอร์ดของเจ้าอื่น แล้วทำให้โฮสต์ของเขาเสีย Bandwidth ไปนั่นเองครับ

แต่นึกๆ ดูแล้วใจจริงก็อยากจะกลับมาทำเว็บบอร์ดใหม่อีกครั้งเหมือนกัน แต่พอดูจากสภาพบอร์ดเพื่อนบ้านที่เปิดตัวมาในช่วงไล่เลี่ยกันอย่าง https://thai-shugochara.thai-forum.net ที่ผมยังแอบแวะเข้าไปโพสต์เป็นระยะจนถึงทุกวันนี้ ก็ไม่มีใครเข้ามาตอบกระทู้เลยนอกจากผมคนเดียวอีกแล้ว (ฮา) ถ้าหากให้ผมทำบอร์ดใหม่ คาดว่าสภาพของบ้านหลังใหม่ก็คงจะร้างไม่ต่างกัน เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเด็กสมัยนี้(หรือแม้แต่อดีตผู้เคยเป็นเด็กมาก่อนบางคน)ไม่มีใครเขาสนใจเล่นเว็บบอร์ดกันแล้ว เพราะมันเสียเวลาที่ต้องมาทำการสมัครสมาชิกก่อนที่จะสามารถโพสต์และตั้งกระทู้ได้นั่นเองครับ ต่างกับ Facebook หรือ LINE ที่อยากจะโพสต์อะไรก็แสดงความเห็นได้เลยในทันที

Facts: บล็อกแห่งนี้เคยมีการเปลี่ยนธีมมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งมีธีมดังนี้
• 2017 / Cotton 2: Magical Night Dreams
• 2019 / Cotton Reboot!
• 2021 / Cotton Rock 'n' Roll/Fantasy: Superlative Night Dreams
• 2022 / Pop'n Rhythmin RESPECT (V)

และก่อนจากกัน ขอเอาของฝากจากธีม V7 มาให้ชม เชื่อว่าหลายท่านคงชอบ *^____^*

Nichijou x Minecraft !! (เราคิดได้ไงเนี่ยยยยย!! `(*>﹏<*)′)


พบกันใหม่คราวหน้าเมื่อมีโอกาส ขอให้ทุกท่านสนุกกับมิรุโมะ เอ้ย! ป๊อปปิน (^_<)☆

      peace!     

27 มกราคม 2566

Shugo Chara! กลับมาฉายทางแอป POPS TV แล้ว!!

ตอนแรกกะว่าจะนำมาโพสต์ลงในช่อง Free Talk แต่เห็นว่ามีหลายท่านในกลุ่มถามถึง ก็เลยนำมาโพสต์เป็นบทความเต็มเลยแล้วกัน (∩_∩)


หลังจากที่เฝ้ารอมานานหลายปี (มากๆ) ในที่สุดอนิเมะ Shugo Chara! ก็ได้กลับมาฉายทางสตรีมมิ่งแล้วโดย POPS TV ในเวอร์ชั่นพากย์ไทยใหม่ยกเซ็ต ชนิดที่ต้องใช้เวลาให้คุ้นชินกับเสียงพากย์ใหม่พอสมควร (เพราะเวอร์ชั่นเก่าของ Rose สร้างมาตรฐานไว้สูง)

ฉบับพากย์ใหม่ของ POPS TV ถือว่าคัดนักพากย์มาได้ดีพอควร แต่เสียอย่างเดียว เสียงของ ทาดาเซะ ออกแนวเด็กผู้หญิงไปนิด (ในความเห็นส่วนตัว)

หากใครที่คิดถึงเรื่องนี้ เชิญรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้แล้วในแอป POPS TV หรือที่เว็บ https://pops.tv/th ได้เลยครับ!

ปล. ชอบฉากแปลงร่างของซีซั่นแรก แบบว่า...(เซ็นเซอร์)มาก 555+
ปล.2 ว่าแต่ เมื่อไหร่ซีรี่ส์ Precure จะได้เข้ามาลงในสตรีมมิ่งบ้านเราสักทีนะ

3 มกราคม 2566

รวมเกมแนวยานยิงออกใหม่บนคอนโซลและ PC ตลอดปี 2022

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

เนื่องจากมีหลายท่านรีเควสต์เข้ามาในกลุ่มเกม Arcade ก็เลยจัดให้แล้วกัน กับการสรุปเกมแนวยานยิงออกใหม่บนคอนโซลและ PC ทั้งหมดในปี 2022 ส่วนจะมีเกมไหนบ้างนั้น มาดูกันเลยครับ

แหล่งข้อมูลจาก Gematsu และ https://shmups.system11.org/

หมายเหตุ: สีแดงหมายถึงเกมที่แอดมินแนะนำให้ลองเล่น


เกมใหม่
- Space Runaway (PC, PS5, XB Series) *แจกฟรีแบบจำกัดเวลา*
- Miss Kobayashi’s Dragon Maid: Burst Forth!! Choro-gon Breath (PC, PS4, NSW) << ยิงกันเสื้อขาดเหมือน Caladrius ...
- DRAINUS (PC, NSW) << เหมือน Gradius ผสมกับ Giga Wing เลย
- GunVein (PC, PS4, NSW, XB1)  << อย่างกับ Crimzon Clover ภาค 2
- Sol Cresta (PC, PS4, NSW) <<โหมดเนื้อเรื่องเป็น DLC แยกจากเกมหลัก แต่ถ้าไม่ใช่สายเสพเนื้อเรื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม
- SHINORUBI (PC, PS4, PS5, XB1, XB Series, NSW) << ยังเป็นเกม Early Access อยู่ แต่เวอร์ชั่นเต็มและคอนโซลจะออกในปี 2023
- Space Dragons (PC) << เจ้าเดียวกับ Q-YO Blaster ยังเป็น Early Access และเวอร์ชั่นเต็มจะออกในปี 2023 เช่นกัน
- Yurukill: The Calumniation Games (PC, PS4, PS5, NSW) << ที่จริงเป็นแนว Visual Novel แต่ฉากต่อสู้จะเป็นเกมยานยิง

เกมเก่าเล่าใหม่
- Rolling Gunner (PC-Steam Release)
- Akai Katana Shin (PC, PS4, NSW, XB1)
- Deathsmiles I & II (PC)
- Radiant Silvergun (NSW)
- Bullet Soul / Bullet Soul: Infinite Burst (NSW)
- Truxton (PC)
- Twin Cobra (PC)
- Zero Wing (PC)
- ESCHATOS (PS4, NSW)
- G-Darius HD (PC, PS4, NSW)
- Cotton Guardian Force Saturn Tribute (PC)
- Hishou Same! Same! Same! (PS4, NSW)
- Bullet Hell Monday (PC) *เวอร์ชั่น PC ไม่ฟรีนะ แต่จะฟาร์มเงินในเกมได้เร็วกว่าเวอร์ชั่นมือถือ คล้ายกับ Sky Force เวอร์ชั่น PC/คอนโซล*

และสุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าชม และติดตามเว็บไซต์ของเรามาตลอด 17 ปีนะครับ (^_<)☆

Gradius ผสม Giga Wing !!



27 ธันวาคม 2565

ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2022

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ก่อนอื่นต้องขออภัยกับผู้ที่กำลังรออ่านนิยายตอนใหม่ด้วยนะครับ เนื่องจากเดือนนี้แอดมินกำลังวุ่นหนักกับเรื่องส่วนตัว จึงทำให้ไม่มีเวลามาเขียนเลย แต่ก็มีข่าวดีคือในวันนี้แอดมินได้วางโครงเรื่องของตอนต่อไปเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่กว่าจะเริ่มลงมือเขียนได้คงต้องรออีกทีต้นปีหน้าเลย แต่แอดมินจะพยายามเขียนให้ถึงตอนที่ 50 ก่อนครบรอบ 2 ปีในเดือนเมษายนตามที่เคยสัญญาไว้อย่างแน่นอนครับ!

มาลองทายชื่อตัวละครในตอนต่อไปกันดูเล่นๆ ในสไตล์อีเวนท์หลักของภาค Kaimei Riddles

คำถาม:
ตัวละครตัวใดที่เป็นเจ้าของเพลง Cosmic Elevator / Forte Escape

คำใบ้ 1:
ตัวละครในตอนที่ 43 คือหนึ่งในรูปนี้


คำใบ้ 2: เป็นชื่อเดียวกับหนึ่งในตัวละครของเกม Mega Man Zero

คำใบ้ 3:
เป็นผู้สร้าง "เมล็ดเบ่งบาน" (ที่มิมิกับเนียมิใช้ในอนิเมชั่น Sunny Park ของพวกเธอ)

--------------------------------------------------------------------------------

ก็ห่างหายกันไปหลายปีเลยนะครับกับบทความส่งทายปี และปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Pop'n Music จริงๆ ครับ เพราะนอกจากในปีนี้ร้านตู้เกม Arcade จะได้กลับมาเปิดบริการตามปกติหลังจากที่โควิดลดความรุนแรงของโรคลงจนกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว (แต่ยังคงมาตรการเข้มเหมือนเดิม) ปีนี้ก็ยังถือได้ว่าเป็นปีที่้เกมเมอร์สาย Rhythm Game ชาวไทยเริ่มให้ความสนใจกับเกม Pop'n Music กันมากขึ้น ทำไมน่ะเหรอ?? ก็เพราะนอกจากจะมีเกมภาคใหม่ล่าสุดอย่าง Pop'n Music UniLab ปล่อยออกมาเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้วนั้น (ตู้ที่ MBK ได้อัปเดตพร้อมญี่ปุ่นด้วย) ก็ยังมีปรากฏการณ์ต่างๆ มากมายเกิดขึ้น ซะจนเกมเมอร์สาย Rhythm Game พากันเริ่มให้ความสนใจ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านกันได้เลยขอรับ (∩_∩)

นิยาย PMR ปลุกกระแสเกม Pop'n Music ในไทย!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วว่านิยายที่ผมตั้งใจ "เขียนขึ้นมาเล่นๆ" อย่าง Pop'n Music Respect จะกลายเป็นนิยายแฟนฟิคที่ได้สร้างกระแสความปัง และถูกพูดถึงในกลุ่ม Community เกม Arcade ตลอดทั้งปี ซึ่งการมาของนิยายเรื่องนี้นั้นก็ได้ส่งผลทำให้ฉบับเกม Arcade ที่แต่เดิมไม่ค่อยมีใครพูดถึง ต่างก็มีแต่คนถามหากันทั่ว โดยเฉพาะในเพจ FB หลักของ Echo Games หลังจากที่ทางร้านนำตู้ Beatmania IIDX เข้ามาเปิดให้บริการที่สาขา MBK เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ก็มีเกมเมอร์เรียกร้องให้ทางร้านนำเอาตู้ Pop'n Music มาเปิดด้วยเช่นกัน (ปัจจุบันตู้ PNM มีเพียงที่ร้าน Hero City ที่เดียว)

และจุดสำเร็จของเรื่องนี้นั้น มาจากการที่เนื้อเรื่องได้เขียนออกมาเป็นลักษณะเรื่องยาวต่อเนื่องกันเป็นตอนๆ ไม่ได้เป็นลักษณะ "จบในตอน" แบบแฟนฟิคหรือโดจิน Pop'n Music ทั่วๆ ไป ประกอบกับการเล่าเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและดำเนินเรื่องได้รวดเร็วทันใจไม่ยืดเยื้อแบบการ์ตูนเรื่องยาวบางเรื่อง นอกจากนี้ผู้เขียนได้กำหนดให้ดีไซน์ทรงผมของตัวเอกอย่าง มิมิ กับ เนียมิ ใช้ดีไซน์แบบเก่าที่ใช้ตั้งแต่เกมภาคแรกจนถึง Pop'n Music Sunny Park คือ มีผมเฉพาะบริเวณหน้าผากอย่างเดียว ไม่มีผมที่ด้านข้าง แต่ในขณะที่แปลงร่างเป็น "นักรบในตำนาน Poppers" นั้น จะมีผมครอบด้านข้างเหมือนกับดีไซน์แบบใหม่หลัง Pop'n Music Lapistoria และด้วยความที่ในเรื่องนี้ทั้งสองสามารถแปลงร่างเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ได้นี่เอง จึงทำให้กลายเป็น "เสน่ห์" ของ Pop'n Music ในภาคนี้ไปโดยปริยายเลย (บ้างแซวเป็น "Pop'n Pretty Cure" ฮ่าๆๆ ^_^)

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ แอดมินยังได้ยินอีกว่ามีชาวต่างประเทศที่เป็นแฟนเกม Pop'n Music ให้ความสนใจนิยายเรื่องนี้อีกด้วยครับ โดยเข้ามาอ่านด้วยเว็บไซต์แปลภาษาเช่น Google Translate นั่นเอง และนั่นก็ยังส่งผลให้เรื่องนี้กลายเป็นนิยายแฟนฟิคจำนวนน้อยเรื่องของไทยที่โด่งดังในต่างประเทศอีกด้วย!!

Friday Night Funkin' x Pop'n Music Demo Mod สร้างกระแสความปังตลอดปี 2022

อีกหนึ่งเรื่องที่ถือว่ามาแรงเคียงคู่กับนิยาย PMR นั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นม็อดของ Rhythm Game สุดฮิตอย่าง Friday Night Funkin' ที่มีชื่อว่า "Friday Night Funkin' x Pop'n Music Demo Mod" (หรือเรียกสั้นๆ ว่า FNFxPNM) อย่างแน่นอน ซึ่งม็อดตัวนี้กลายเป็นม็อดที่มีกระแสตอบรับดีที่สุดตลอดทั้งปีอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่มองผิวเผินแล้วม็อดนี้ดูยังไงๆ ก็เป็นม็อดแฟนครอสโอเวอร์ธรรมดาๆ ที่ดูไม่น่าสนใจนัก ทว่าจากการที่งานโปรดักฯ ของม็อดนี้ ได้สร้างสรรค์คุณภาพงานออกมาได้เนี้ยบไม่แพ้งาน Official ของทาง Konami จึงทำให้ม็อดตัวนี้ได้รับความสนใจจากแฟนๆ PNM มากมาย จึงไม่แปลกใจที่ม็อดนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นม็อดที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 10,000 ครั้ง (ยอดรวมตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก) และยังขึ้นแท่นเป็นม็อด FNF ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์ติดต่อกันในเว็บ GameBanana อีกด้วย!!

จากความปังของม็อดนี้ ยังส่งผลดีต่อเกม Arcade ต้นฉบับ ที่ทำให้กลายเป็นหนึ่งใน Rhythm Game ที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดตลอดปี 2022 เช่นกัน

--------------------------------------------------------------------------------

และเรื่องสุดท้ายนี้ มีบางท่านสงสัยว่าแอดมินเลิกสนใจเกมยานยิงไปแล้วหรือเปล่า? เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เห็นแอดมินพูดถึงหรือโพสต์เกี่ยวกับเกมแนวนี้ลงบล็อกอีกเลย ขอบอกว่าแอดมินยังคงสนใจเล่นอยู่เหมือนเดิมนะครับ เพียงแต่ด้วยเรื่องส่วนตัวดังที่กล่าวไปในตอนต้น ทำให้ไม่มีเวลามาเขียนข่าวหรือบทความเกี่ยวกับเรื่องเกมยานยิงอีกเลย ซึ่งก็คงต้องขออภัยด้วยนะครับที่หลังจากนี้จะไม่มีบทความเกี่ยวกับเกมแนวนี้อีกแล้ว นอกจากข่าวของเกมซีรี่ส์ Cotton เกมเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เสียคอนเซ็บดั้งเดิมของบล็อกไป (ซึงบางท่านแซวว่ากลายเป็นบล็อก Pop'n Music Wikipedia Thai ไปแล้ว ฮ่าๆๆ ^_^)

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ และวงการตู้เกม Arcade ของไทยในปีหน้าจะก้าวไปในทิศทางไหนนั้น ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

มีหลายท่านบอกอยากเล่นกับแอดมินที่ MBK จงไปเล่นระดับ 40+ ให้ได้ก่อนนะ!


12 พฤศจิกายน 2565

บันทึกการเดินทางจาก ฟุกุโอะกะ สู่ กรุงเทพ ด้วยเครื่อง Cessna C550 Citation II (FlightGear)

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ถ้าใครที่เคยติดตามแอดมินมาตั้งแต่สมัยเว็บบอร์ด Thai Mirumo Fans เวอร์ชั่นแรก (ที่เป็นโฮสต์ของ BBZNET/PukPik ก่อนที่จะย้ายไปยัง Thai Forum/Forumotion) คงจะจำกันได้นะครับกับกระทู้รวมภาพการเดินทางด้วยเครื่องบินผ่านโปรแกรมจำลองการบิน FS2004 ซึ่งในตอนนั้นแอดมินเคยโพสต์เอาไว้ 2 ไฟล์ทด้วยกันคือ สุวรรณภูมิ->หาดใหญ่ ด้วยเครื่อง Airbus A330 และ สุวรรณภูมิ->น่าน ด้วยเครื่อง Cessna 208B Grand Caravan ซึ่งสาเหตุที่โพสต์ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากจะโชว์ให้เห็นว่าอยู่บ้านก็เดินทางได้เหมือนกันนะ ^_^

และผ่านมา 10 ปี ณ ปัจจุบัน ไม่รู้นึกยังไงถึงเกิดอยากกลับมาเล่น Flight Simulator อีกครั้ง แต่พอได้เห็นราคาของ FS ภาคใหม่ล่าสุด 2020 แล้ว แอดมินถึงกับยอมแพ้เพราะราคาตั้ง สองพันกว่าบาท!! >﹏< นี่คือยังไม่รวมพวก DLC กับ Add-on แบบเสียเงินอีกนะ (ถ้าเป็นเครื่องบินที่เสียเงินซื้อจะมีระบบนำร่องและรายละเอียดดีกว่าเครื่องฟรี) ถ้ารวมราคาพวกนี้ด้วยก็เกือบๆ 4 พันกว่าบาทเลยจ้า แอดมินจึงไปหาโปรแกรมทางเลือกอย่าง FlightGear แทน เพราะโปรแกรมนี้ทำได้เหมือนกับ MSFS แทบทุกอย่าง แถมยัง "ฟรี" หมดทุกอย่างจริงๆ ทั้งตัวโปรแกรมหลัก เครื่องบินและ Add-on ที่สำคัญเครื่องบินบางรุ่นอย่าง A320 หรือ Citation II มีระบบนำร่องที่ใช้งานได้จริงและเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบไม่แพ้เครื่องเสียเงินของ MSFS เลยครับ!

และแน่นอนว่าคราวนี้ก็เป็นบันทึกการเดินทางด้วยโปรแกรม FlightGear แล้วครับ!

ย้อนความกันสักเล็กน้อย: ความจริงผมเคยเล่น FlightGear มาตั้งแต่เวอร์ชั่น 1.0.0 เมื่อปี 2008 แล้วล่ะครับ แต่พอหลังจากที่หา Microsoft Flight Simulator มาเล่นได้ราวๆ 1 ปีให้หลัง ก็เปลี่ยนมาเล่น MSFS เป็นการถาวรแทน เพราะ FlightGear ในตอนนั้นยังสู้ FSX ไม่ได้เลยจริงๆ สู้ไม่ได้แม้กระทั่ง FS2004 ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่ากว่า แต่ตอนนี้ FlightGear พัฒนาไปไกลแล้วครับ แม้อาจจะยังไม่เท่า FS2020 แต่ก็ถือว่าดูดีกว่าในยุคแรกพอสมควร

สำหรับเที่ยวบินในครั้งนี้จะเป็นการเดินทางจาก ฟุกุโอะกะ สู่ กรุงเทพ-ดอนเมือง ด้วยเครื่อง Cessna 550 "Citation II" เครื่องเจ็ตขนาดเล็กที่แสนจะขับง่ายครับ ผมว่ามันขับง่ายจริงๆ นะ หากใครที่ขับ Cessna 172 หรือ 182 เป็นอยู่แล้วจะทำความคุ้นเคยกับเครื่องรุ่นนี้ได้ไม่ยากเลยล่ะ เพราะแผงควบคุมและระบบต่างๆ คล้ายกันแทบทุกอย่าง (ก็มันเป็นของค่าย Cessna เหมือนกันนี่เนอะ ^_^)

เอาล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องทำการตรวจเช็คสภาพรอบตัวเครื่องกันก่อน อันเป็นขั้นตอนแรกของ Checklist ในเครื่องบินแทบทุกลำ




หลังจากที่เช็คความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องกันแล้วครับ ห้องโดยสารหรูหราใช้ได้เลยนะ



ห้องนักบินของ Citation II


และหลังจากที่ติดเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกใช้บริการรถดันเครื่องออกจากหลุมจอด


หลังจากนั้นก็ได้เวลาวิ่งไปตามทางแท็กซี่เวย์ที่เป็นเส้นสีเหลืองเพื่อไปยังรันเวย์ครับ


เตรียมรอสัญญาณนำเครื่องขึ้นจาก ATC (หอควบคุมการบิน)


และหลังจากที่นำเครื่องขึ้นแล้ว ก็บินในระดับความสูงประมาณ 1,000 ft ต่อไปอีกเล็กน้อยเพื่อทำความเร็วให้ถึง 220 น็อต ก่อนที่จะเริ่มเปิดระบบ Autopilot (AP) เพื่อเริ่มการบินไปตามเส้นทางบิน และไต่ระดับการบินขึ้นไปยัง 42,000 ft ครับ


ที่ความสูง 10,000 ft


และนี่คือความสูง 42,000 ft อันเป็นระดับเพดานบินในครั้งนี้ครับ


และหลังจากที่บินมาได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงจุดลดระดับหรือ Top of Descent (TOD) แล้วครับ ได้เวลาลดระดับแล้ว


นี่คือกรุงเทพในมุมสูงครับ! ช่วงที่บินมาทาง ATC สั่งให้ลงจอดด้วยรันเวย์ตามทิศเหนือ ก็เลยได้มีโอกาสเก็บภาพเหล่านี้มาฝากกัน!!



และพอบินจนเข้าใกล้กับสนามบินแล้ว เครื่องก็ค่อยๆ ร่อนลงไปตามคลื่น Glideslope ของระบบ ILS ครับ


แต่พอใกล้ถึงพื้นแล้ว อันนี้ต้องควบคุมเองนะครับ เพราะเครื่องนี้ไม่มีระบบ Autoland โดยระบบ AP จะตัดการทำงานเองที่ความสูงต่ำกว่า 500 ft


ถึงดอนเมืองแล้วคร๊าบ!!


และก่อนจากกัน ขอเก็บภาพน้อง Citation II ณ สนามบินดอนเมืองซะนิดหนึ่งนะ อิอิ (*^_^*)


จบเรียบร้อยแล้วครับ ถ้าใครสนใจอยากจะลองบินดูมั้ง ก็เชิญลองโหลดมาเล่นได้ที่ https://www.flightgear.org/ นะครับ ย้ำว่าฟรี!