12 พฤษภาคม 2563

ไขปริศนา ทำไมเกมเมอร์ชาวญี่ปุ่นต้องการ Cotton ภาคต่อ

หลังจากที่ทาง Success ได้ประกาศเรื่มพัฒนาเกม Cotton ภาคต่ออย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ก็ทำให้เกิดกระแสไฮป์ในกลุ่มผู้เล่นเกมแนวยานยิง Shoot 'em up ค่อนข้างแรง และเริ่มตั้งความหวังว่าเกม Cotton ภาคต่อจะต้องสร้างออกมาได้อลังการสมการรอคอยอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากตัวเกม Cotton ภาคล่าสุดได้ห่างหายไปนานถึง 20 ปี แต่ทำไมผู้เล่นชาวญี่ปุ่นหลายคนยังคงพูดถึงเกมนี้? นี่คือคำตอบที่ว่า ทำไมเกมเมอร์หลายคนต้องการ Cotton ภาคต่อ

Cotton คือเกมอะไร


Cotton เป็นเกมแนว Side-scrolling Shoot 'em up หรือเกมยานยิงมุมมองด้านข้าง ธีม‎แฟนตาซีเทพนิยายที่มาพร้อมกับตัวละครสไตล์อนิเมะ พัฒนาโดยทีมงาน Success โดยผู้เล่นจะรับบทเป็น Nata de Cotton แม่มดน้อยผู้ไม่เคยสนใจอะไรอย่างอื่นบนโลกนี้เลย นอกจากการได้กินลูกกวาดวิเศษ "วิลโลว์" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยตัวเอกจะต้องขี่ไม้กวาดบินตะลุยไปในฉากต่างๆ เพื่อกำจัดมอนสเตอร์ ภูตผีปีศาจ คนแคระไว้กลิ้ง ซอมบี้ มังกร‎หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเวทมนตร์ให้เลือกใช้กันเป็นจำนวนจำกัด ซึ่งมีพลังการทำลายล้างสูงสามารถกำจัดศัตรูที่มีพลังชีวิตสูงหรือบอสได้ในแว๊บเดียว

สำหรับรายละเอียดทั้งหมด สามารถอ่านได้ที่บทความนี้ครับ
https://cottongame-th.blogspot.com/2017/08/about-cotton.html

เป็นเกม Shoot 'em up ที่มีธีมไม่เหมือนใคร


Cotton ถือเป็นเกมแรกของเกมประเภท Shoot 'em up ที่มาในธีม‎แฟนตาซี ซึ่งถ้านับกันตามจริงแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่เกมจริงๆ ที่ทำออกมาในธีม‎แฟนตาซี ตัวอย่างเช่น Gunbird, Twinkle Star Sprites, Deathsmiles เป็นต้น (ไม่นับรวมเกมอินดี้อย่างพวก Touhou Main Game และ Trouble Witches นะ) แต่สิ่งที่ทำให้ Cotton ไม่เหมือนกับเกมยิงแฟนตาซีทั่วไป คือ "เนื้อเรื่อง" ในตัวเกมแต่ละภาคนั้นทางทีมงานใช้การนำเสนอในรูปแบบเดียวกับการ์ตูนอนิเมะ และทำออกได้ดีไม่แพ้เกมแนว RPG หรือ Adventure เลยทีเดียว และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกม Cotton มีความสนุกสนานในฉบับกิ่งแนว RPG แม้ว่าเกมเพลย์โดยรวมจะเป็นเกมแนวยานยิงทั่วไปก็ตาม เพราะผู้เล่นจะรู้สึกอินและฟีลกู้ดทุกครั้งที่ได้เห็นฉากเนื้อเรื่องต่างๆ ระหว่างเกม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในเกมยานยิงซีรี่ส์อื่นอีกแล้ว ในขณะที่เกมอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ภาพตัวละครที่เป็นภาพนิ่งมาประกอบข้อความสนทนาเท่านั้น

ตัวละครดีไซน์ได้มีเสน่ห์น่าดึงดูด

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมมากๆ ก็คือเรื่องของการออกแบบตัวละครภายในเกมที่ดีไซน์ออกมาได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างดี ประมาณว่าแค่มองก็รู้แล้วว่าตัวละครแบบนี้มาจากเกมนี้แน่ๆ รวมไปถึงการออกแบบ Lore หรือประวัติความเป็นมาของตัวเอกอย่าง Cotton เองก็ทำออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นตัวละครที่ดูไม่น่าจะมีบทบาทกู้โลกได้เลย แล้วเหตุผลที่ออกช่วยโลกเพียงเพราะอยากกินวิลโลว์เท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อใครๆ เลยครับ บวกกับบุคลิกอันน่ารัก สดใส มุ้งมิ้ง ทำให้ Cotton เป็นหนึ่งในตัวละครจากวิดีโอเกมที่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนเกมจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวละคร "ไวฟุ" ของเหล่าหนุ่มๆ กันเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องกับแนวทางจะสร้างอย่างไรก็สดใหม่


ด้วยความที่มีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับโลกแฟนตาซีเวทมนตร์ ทำให้ไม่ว่าจะถูกนำกลับมาสานต่ออย่างไร เนื้อเรื่องก็ยังคงดูสดใหม่และมีความทันสมัยอยู่เสมอ ยิ่งในยุคหลังๆ มานี้การ์ตูนแนวโลกแฟนตาซีนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก จนทำให้เกิด มังงะ ไลท์โนเวล และอนิเมะ แนวเดียวกันผุดขึ้นมาเพียบ บวกกับที่ตัวเกมก็มีความเป็นอนิเมะอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เนื้อหาของเกมซีรี่ส์นี้เข้าถึงได้ไม่ยากเย็นนัก

ตัวเกมประสบความสำเร็จในแง่กระแสเรียกร้อง

ภาพจาก https://gematsu.com/2019/12/new-cotton-title-due-out-in-2021-in-japan
หัวข้อนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่พิสูจน์ว่าเกม Cotton ได้ถูกพัฒนาภาคต่อ เพราะในช่วงที่ทาง Success ฉลองครบรอบ 40 ปีของบริษัทไปเมื่อปี 2017 ทางบริษัทได้มีการทดลองปล่อยตัวละคร Cotton ออกวางจำหน่ายในเกม Trouble Witches เพื่อเช็คเรตติ้งจากแฟนเกม ก็มีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก รวมไปถึงผลโหวตตัวละครภายในสังกัดนั้น Cotton ก็ได้อันดับที่ 5 ในขณะที่ตัวละครอื่นๆ ใน 10 อันดับแรกนั้น เป็นตัวที่มาจากเกมยุคหลังปี 2000 ทั้งหมด ซึ่งว่าสุดยอดเอามากๆ ที่ Cotton ยังสามารถยืนเทียบเคียงกับตัวละครจากเกมรุ่นใหม่ได้

และหลังจากนั้น Cotton ก็ได้ไปร่วมอีเวนท์โคลาโบในอีกหลายๆ เกม ซึ่งก็ได้รับกระแสไปในทางบวกมาโดยตลอด จนในที่สุดทาง Success ก็ได้ฤกษ์ไฟเขียวประกาศสร้างภาค Reboot และภาคต่ออย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกวันนี้เกมเมอร์ยังคงรอคอยต้อนรับการกลับมาของเกมซีรี่ส์ Cotton นั่นเองครับ

5 พฤษภาคม 2563

Umihara Kawase BaZooKa! เตรียมวางจำหน่ายบน PC 28 พฤษภาคมนี้


นอกจาก Umihara Kawase Fresh! แล้ว ในวันเดียวกันนี้ (28 พฤษภาคม) ยังมีอีกหนึ่งภาคที่เตรียมจะวางจำหน่ายพร้อมกันด้วย กับภาคใหม่ล่าสุดของซีรี่ส์อย่าง Umihara Kawase BaZooKa!


สำหรับ Umihara Kawase BaZooKa! เป็นเกมแอคชั่น Side-scrolling ในรูปแบบ Couch Co-op ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวเกมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ ผู้เล่นจะได้เลือกเล่น 1 ในตัวละคร 22 ตัวสุดน่ารัก ตะลุยด่านในรูปแบบต่างๆ มีโหมดการเล่นหลากหลายทั้ง PVE และ PVP ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าน่าสนใจเหมือนกัน ใครที่กำลังมองหาเกมไว้เล่นกับเพื่อนก็เข้าไปส่องหน้าร้านค้ากันได้เลย ซื้อคนเดียวเล่นได้ทั้งบ้าน!!




ที่มา: Gematsu

1 พฤษภาคม 2563

วิธีแก้ไข เข้า DJMAX RESPECT V ไม่ได้ ขึ้นว่า "Login Failed due to unknown error"

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
 
สืบเนื่องจากการอัปเดตแพทซ์ครั้งล่าสุดของ DJMAX RESPECT V เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดบั๊กที่ส่งผลให้มีผู้เล่นบางท่านไม่สามารถ Login เข้าสู่ตัวเกมได้ โดยเมื่อเข้ามาถึงหน้าไตเติลจะขึ้นข้อความแจ้งว่า "Login Failed due to unknown error" และทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นเกมได้เลย

วิธีแก้ไข

อ้างอิงจาก
https://steamcommunity.com/app/960170/discussions/0/2262439317611491746/?ctp=2#c2263565850578489220

1. คลิกขวาที่ปุ่ม Windows แล้วคลิก Settings
2. คลิกที่ Time & Language
3. คลิกที่แท็บ Region
4. แล้วเปลี่ยนตัวเลือก Region เป็น Korea และ Regional Format เป็น Korean (Korea)
หมายเหตุ: ถ้าตรงหัวข้อ Regional Format ไม่มี Korean ให้เลือกเป็น English (United States) แทน

เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ ^ ^)

เพิ่มเติม 11 พ.ค. 2563

ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้งานได้เช่นกันครับคือ

1. คลิกที่ Start -> เลือก Windows System -> คลิกเปิด Control Panel
2. คลิกที่ View by: ตรงมุมขวาบน แล้วเลือก Large icons
3. คลิกที่ Region
4. ทำการปรับตรงหัวข้อ Format: เป็น Korean (Korea) แล้วคลิก OK

นอกจากนี้ ยังทำให้สามารถเข้าสู่โหมด Ladder Match ได้อีกด้วย!! จากเดิมที่ก่อนหน้านี้แอดมินไม่สามารถเข้าไปเล่นในโหมดดังกล่าวได้เลย ติดบ๊ัก Loading ตลอดกาล เล่นได้แต่เพียง Open Match เท่านั้น

เพิ่งจะได้ติดยศกับเค้าก็วันนี้แหละครับ *0*

〇〇


 【Press RED to Pay Respect】


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563

Umihara Kawase Fresh! เตรียมวางจำหน่ายบน PC 28 พฤษภาคมนี้

Success ผู้จัดจำหน่ายและ Studio Saizensen ทีมพัฒนา ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขากำลังจะเปิดตัวเกม Umihara Kawase Fresh! เวอร์ชั่น PC ผ่านร้านค้า Steam หลังจากที่เคยวางจำหน่ายเป็นเกม Exclusive บน Nintendo Switch ไปก่อนหน้านี้ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้


ตัวเกมเป็นแนวแอคชั่นแบบตลุยด้านข้าง มีระบบเกมเพลย์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือผู้เล่นสามารถใช้เชือกตกปลาที่เป็นอาวุธคู่ใจ ห้อยโหนไปตามฉากได้อย่างอิสระ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ที่ตัวเกมในภาคนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นแนว Metroidvania ที่ผู้เล่นจะสามารถออกสำรวจโลกเปิดกว้าง และยังมาพร้อมกับระบบภารกิจ และระบบทำอาหารที่เมื่อกินแล้วจะช่วยเพิ่มความสามารถในการลุยด่าน ส่วนฉากในภาคนี้จะมีให้ลุยกันมากถึง 100 ฉากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ Cotton ตัวเอกจากเกมซีรี่ส์ Cotton: Fantastic Night Dreams ยังมาปรากฏตัวเป็นตัวละครพิเศษในเกมภาคนี้อีกด้วย (มาพร้อมกับตัวเกมทันที ไม่ต้องซื้อเป็น DLC แยกต่างหาก) ใครสนใจก็รอซื้อกันได้เลย

 

 



ที่มา: Gematsu

28 เมษายน 2563

6 ปัจจัยที่ทำให้เกมแนวยานยิงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ภาพจาก: Overclockzone
หากย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เกมประเภท Shoot 'em up หรือ Shmup เป็นเกมแนวยานยิงที่ได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว ประกอบกับมีผู้พัฒนาเกมทยอยปล่อยเกมแนวที่ว่าออกมาให้เล่นกันเพียบชนิดที่ว่าตามเกมเซ็นเตอร์ต้องมีตู้เกมยานยิงอย่างน้อย 1 เกมตั้งอยู่ในร้าน ซึ่งบางเกมก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวจนกลายเป็นตำนานถูกพูดถึงกันอยู่บ้าง

ถึงอย่างนั้นในยุคปัจจุบันนี้ จะสังเกตได้ว่าเราแทบจะไม่เห็นเกมยานยิงผุดออกมาเลย ถึงมีก็น้อยมากจนแทบจะไม่ถูกพูดถึง แต่อาจจะยกเว้นซีรี่ส์ Raiden กับ R-Type ที่เป็นเกม AAA ที่ยังคงเหลือรอดจนถึงวันนี้ หรือเกมยุคใหม่อย่างพวกซีรี่ส์ Touhou (เฉพาะภาคหลัก) แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อน

แล้วทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น เรื่องแบบนี้ย่อมมีที่มาที่ไปครับ และในวันนี้เราจะมาวิเคราะกันว่า ทำไมเกมแนว Shmup ถึงไม่เป็นที่นิยมนัก

หมายเหตุ: สำหรับในบทความนี้ผมจะพูดถึงในลักษณะเหมารวมทั้งโลกนะครับผม
ซึ่งจะต่างกับบทความเก่าก่อนหน้านี้ที่จะพูดถึงแค่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น

อ่านบทความย้อนหลังที่เกี่ยวข้อง:
5 เหตุผลที่ทำให้เกมแนวยานยิง ไม่ได้รับความนิยมในบ้านเรา

เกมเมอร์ต้องการความคุ้มค่า


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคสมัยนี้ความคุ้มค่าในการซื้อเกมต้องมาก่อน แน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาเกมก็ต้องแข่งขันกันถอยเกมที่มีคอนเทนต์อัดแน่นและใช้เวลาเล่นให้จบนานที่สุดเข้าไว้เพื่อดึงลูกค้าให้มากที่สุด ดังจะเห็นได้จากการผุดของเกมแนวเนื้อเรื่องหรือเกมแนว RPG ที่ใช้เวลาในการดำเนินเนื้อเรื่องราว 20 ชั่วโมงขึ้นไปทำให้เกมเมอร์รู้สึกคุ้มค่ากับเกมราคาเต็มที่ซื้อมา ซึ่งผิดกับเกมแนว Shmup ที่หัวใจหลักของมันคือการเล่นเพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด และใช้เวลาดำเนินเนื้อเรื่องเพียงแค่ 30 นาทีก็จบแล้ว

เอาง่ายๆ สมมติว่า ถ้าให้คุณเลือกซื้อระหว่างเกมยานยิงระดับ AAA กับเกมแนว RPG ซึ่งทั้งสองเกมมีราคาเต็มอยู่ที่ 1,690 บาทเท่ากัน เชื่อเลยว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่คงเลือกซื้อเกม RPG อย่างแน่นอน เนื่องจากเกมยานยิงมีประมาณคอนเทนต์ที่น้อยดูไม่สมกับราคาเต็มของมันนั่นเอง เว้นเสียแต่ว่าจะชอบหรือเป็นเกมซีรี่ส์ระดับตำนานที่ถูกพูดถึงกันมากจริงๆถึงจะยอมซื้อ

อันที่จริงก็ไม่ใช่ทุกเกมเสมอไป บางเกมในปัจจุบันทางผู้พัฒนาก็มีการออกแบบคอนเทนต์ให้มีจำนวนฉากเยอะๆ ประมาณ 15-40 ด่าน และใช้เวลารวมในการเล่นประมาณ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว เช่น Dimension Drive กับ Freedom Finger เป็นต้น

เล่นง่าย แต่เล่นให้เก่งยาก

ภาพจาก: https://whatnerd.com/modern-shoot-em-ups-shmups/
เป็นกำแพงของเกมยานยิงเลยก็ว่าได้ จริงอยู่ที่หลายๆคนอาจจะเล่นแบบเอาตัวรอดให้จบเกมเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการจะอัพเลเวลเล่นให้ทำแต้มคะแนนได้เยอะๆเพื่อแข่งขันทำอันดับกับผู้เล่นคนอื่นใน Leaderboard มันมีความซับซ้อนกว่านั้นมากๆ เพราะต้องศึกษาระบบการคิดคะแนนต่างๆของเกมนั้นๆ การวางแผน การเก็บไอเทม การใช้เทคนิคต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ทำให้มันรู้สึกเข้าถึงยาก ซึ่งคนที่เก่งก็จะเก่งเทพระดับ Superplay ไปเลย และการที่คนธรรมดาจะฝึกฝนให้ถึงระดับนั้นต้องกินเวลามากจนทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้ไปเสียก่อน

กระสุนศัตรูท่วมจอ!

ภาพจาก: https://www.pcgamesn.com/cave-schmups-coming-to-pc-this-year-the-most-bullets-youll-ever-see-on-screen
ความยากของเกมที่มากเกินไปก็อาจจะไม่ส่งผลดีนักโดยเฉพาะยุคนี้ที่ต้องการความง่ายๆ ซึ่งเกมยานยิงใหม่ๆในยุคปัจจุบันนี้ส่วนมากมักจะทำออกมาในรูปแบบที่เรียกกันว่า Bullet Hell ที่เน้นความยากจากการหลบกระสุนดั่งเกมตระกูลโซลในฉบับยานยิง เพื่อเอาใจเกมเมอร์รุ่นเก่าที่ต้องการความแปลกใหม่และความท้าท้าย

แต่ถ้านับแค่เฉพาะในส่วนของเกมเมอร์ทั่วไป ก็มีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ชื่นชอบความท้าท้าย ซึ่งรูปแบบเกมที่ต้องจดจ่ออยู่กับดงกระสุนตลอดเวลาพร้อมๆกับการทำคะแนนให้ดีจัดว่ายากพอตัวเลย และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจชี้ผลแพ้ชนะกันได้ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิและความตั้งใจในการเล่นสูง จึงทำให้ไม่เหมาะสำหรับเกมเมอร์ทั่วไปสักเท่าไหร่ ถ้าคนที่ไม่ชอบอะไรยากๆ อาจจะโบกมือลาไปเลยก็ได้ แต่ถ้าใครชอบก็คือชอบไปเลยเช่นกัน

การมาของเกมแนว FPS / Flight Simulation

ภาพจาก: https://medium.com/@robanidwards/counter-strike-global-offensive-steam-code-7ccdb4ed6b2f
เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียวกับเกมยิงแนว FPS ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องกับรูปแบบเกมที่เข้าใจง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง อีกทั้งยังเป็นแนวเกมที่ผู้เล่นทุกวัยเล่นได้และสามารถฝึกฝนเป็นโปรได้ง่ายกว่า Shmup เมื่อมันมีข้อได้เปรียบขนาดนี้จึงไม่แปลกเลยที่มันจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

นอกจากเกม FPS ก็ยังมีเกมที่ธีมดูคล้ายคลึงกับเกมแนว Shmup แต่เปลี่ยนมาเป็นแบบ 3D แทนอย่างแนว Flight Simulation ที่นำโดยซีรี่ส์ Ace Combat มาอีก ก็ยิ่งทำให้เกมยานยิงแบบดั่งเดิมซบเซาหนักลงไปอีก

ผู้พัฒนารายใหญ่ไม่เหลียวแล

ภาพจาก: https://wastingtimewithmikeandari.wordpress.com/2008/05/12/best-mame-shooters/
นอกจากรูปแบบเกมแล้วในเรื่องของธุรกิจเองเกมแนว Shmup ก็แทบไม่มีเกมจากบริษัทยักษ์ใหญ่ออกมา นั่นก็เพราะกระแสความนิยมที่น้อยและยังมีเกมแนวอื่นที่น่าสนใจกว่ามาเป็นกระแสหลักก็ไม่แปลกครับที่นักธุรกิจจะเล็งเห็นเรื่องตัวเลขเม็ดเงินก่อนทำให้นักลงทุนต่างไปทุ่มกับเกมกระแสหลักมากกว่า

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงยกให้กับกรณีของค่าย Cave ซึ่งในยุคแรกนั้นประสบความสำเร็จกับเกมแนว Shmup อย่างมากจนมีการสร้างเกมแนวนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งค่ายเกมในตำนานของวงการเกมแนว Shmup แต่ทว่าในตอนนี้พวกเขากลับไม่ได้พัฒนาเกมแนวนี้ออกมาอีกแล้ว เนื่องจากไปโฟกัสกับเกมกระแสหลักในปัจจุบันที่ทำยอดขายได้มากกว่าเกมแนว Shmup นั่นเองครับ

ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยจากเหตุผลที่ว่ามาข้างบนก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้ลงทุนไม่มั่นใจว่ามันจะทำกำไรได้ดีแค่ไหน ดังนั้นเราจึงได้เห็นเกมยานยิงใหม่ๆมาจากกลุ่มนักพัฒนาอินดี้ ไม่ก็เป็นพวกเกมเก่าที่เอามาปัดฝุ่นพอร์ตลงเครื่องรุ่นใหม่หรือรีเมดซะส่วนใหญ่ แถมยังดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ไม่ได้มาก จะมีก็แต่กลุ่มลูกค้าเก่า

ไม่ค่อยมีเนื้อเรื่องให้ติดตาม


นี่ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะเกมยานยิงที่เน้นเนื้อเรื่องแบบจริงๆจังๆ มักไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นเท่าไหร่นัก อย่างมากก็เพียงแค่แนะนำเรื่องราวแบบคร่าวๆก่อนเริ่มเกม กับบทสรุปหลังเกมจบเท่านั้น และด้วยความที่เกมกระแสหลักในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเน้นเนื้อเรื่องค่อนข้างมาก และก็มีผู้เล่นหลายคนที่ต้องการเสพเนื้อเรื่องมากกว่าเล่นให้มันจบๆไป ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกมยานยิงไม่ปังในปัจจุบันก็เป็นได้

สรุปแล้วก็คือเกมแนว Shmup นี้ ไม่ใช่เกมที่เหมาะกับทุกคนครับ เพราะมันไม่ใช่เกมที่เข้าถึงง่าย เนื่องจากต้องอาศัยทักษะด้านสายตาและการตอบสนองที่สูงกว่าแนวเกมทั่วไป มันถึงเป็นเกมที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม และคนที่จะเล่นมันได้ต้องชอบความท้าทายและชอบการแข่งขันทำคะแนน ที่สำคัญคือ ต้องอดทนและมีเวลาให้กับมันด้วยครับ ถึงจะสามารถเล่นได้อย่างเข้าถึงและสนุกไปกับมัน

16 เมษายน 2563

ทำไมเกมยานยิงใหม่ๆหลายเกม ถึงย้ายไปลง Switch แทน PS4 และ Steam?


เพื่อนๆเคยสังเกตกันบ้างไหม ว่าทำไมเกมแนว Shoot 'em up หรือยานยิงใหม่ๆ ในยุคหลังมานี้หลายเกมไม่ว่าจะเป็น RXN: Raijin, Sisters Royale, Radirgy Swag, Panzer Dragoon: Remake หรือล่าสุดอย่าง BARK ก็ตัดสินใจวางขายบน Nintendo Switch ในฐานะเกมแบบ Exclusive แต่แน่นอนว่ามันมีสาเหตุที่ทำให้เหล่าผู้พัฒนาเกมแนวนี้เลือกที่จะลงให้กับ Switch เป็นอันดับแรก ซึ่งก็คือเรื่องรายได้นั่นเอง

รายได้เป็นเรื่องสำคัญ

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เกมที่วางขายอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆนั้น จะต้องมีการแบ่งส่วนของรายได้ให้กับทางเจ้าของแพลตฟอร์มนั้นๆด้วย (Nintendo, Sony, Steam ฯลฯ) ซึ่งส่วนแบ่งก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่ามันกระทบกับรายได้ของผู้พัฒนาเกมอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเรื่องของส่วนแบ่งแล้ว ยังมีรายจ่ายอื่นๆ ที่ทางฝั่งผู้พัฒนาจะต้องแบกรับอีก อย่างเช่น ค่าโปรโมต ค่าจ้างพนักงาน และรายจ่ายด้านอื่นๆ ซึ่งส่งผลทำให้รายรับจริงๆ อาจจะได้ไม่มากอย่างที่เราคิดนัก

บน Switch มีฐานแฟนเกมแนวนี้เยอะกว่าแพลตฟอร์มอื่น

เนื่องจากผู้เล่นบนแพลตฟอร์มของ Nintendo ส่วนใหญ่จะนิยมเล่นเกมประเภท Casual ที่เข้าถึงได้ง่าย มากกว่าเกมประเภทเน้นเนื้อหาลุ่มลึกที่มีความซับซ้อนในการเล่นสูง ซึ่งเกมแนว Shoot 'em up เองก็เข้าข่ายอยู่ในประเภทแรก แน่นอนว่า ย่อมเป็นที่สนใจแก่เหล่าผู้เล่น และมีแนวโน้มที่ผู้เล่นจะซื้อเกมในราคาเต็มในช่วงที่เกมออกมาใหม่ในวันแรกหรือ Day One เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นช่วงที่น่าจะทำกำไรได้มากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เกมแนว Shoot 'em up หลายๆเกมจะเลือกพอร์ตลง PS4 กับ Steam ในภายหลังเมื่อหมดสัญญา Exclusive กับทาง Nintendo หรือไม่พอร์ตให้เลย เพราะผู้พัฒนาเกมแนวนี้ส่วนมากน่าจะเชื่อว่า ถึงแม้ว่าเกมของพวกเขาจะลงเป็นแบบ Exclusive ก็ตามที แต่ผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนวนี้จริงๆ ยังไงก็ยังคงซื้อเกมของพวกเขาอยู่ดี ประกอบกับทาง Nintendo เองก็มีโปรเจกต์อย่าง Nintendo Indie World ที่มีนโยบายช่วยสนับสนุนผู้พัฒนาเกมรายเล็กแบบจริงจัง และยังมีการจัดงานโปรโมตเกมให้กับผู้พัฒนาเหล่านั้นโดยเฉพาะอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หากทางผู้พัฒนาเกมแนวนี้หลายเจ้า ตัดสินใจที่จะวางขายเกมของพวกเขาลงบน Switch ก่อนเป็นอันดับแรก

เพราะตัวเครื่องสามารถ "เล่นในแนวตั้ง" ได้!


จุดเด่นที่สำคัญของเครื่อง Switch ที่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซลเครื่องไหนในเจนปัจจุบันเลียนแบบได้ นั่นก็คือการรองรับการเล่นเกมในโหมด Tate หรือจอแนวตั้ง เมื่อเล่นเกมในโหมดพกพาได้ด้วย ซึ่งหากใครที่เกิดทันในสมัยยุค 80-90 ก็คงจะพอทราบว่าเกมแนวยานยิงบนเครื่องอาเขตหลายๆเกมจะนิยมใช้หน้าจอแนวตั้งเป็นรูปแบบแสดงผล ซึ่งจะให้ระยะการมองเห็นของฉากภายในเกมดูยาวกว่าการแสดงผลในแนวนอนแบบจอปกติทั่วไป แน่นอนว่า การเล่นในโหมดจอแนวตั้งนั้น ให้ประสบการณ์ที่สุนทรีย์กว่าการเล่นในโหมดแนวนอนแบบปกติที่จอเกมจะถูกบีบให้มีขนาดเล็กลงอยู่ตรงกลางจอ พร้อมกับภาพวอลเปเปอร์อยู่ด้านข้างซ้าย-ขวาพอควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกเกมเก่าๆที่เอามาพอร์ตใหม่ รวมถึงเกมใหม่บางเกมก็รองรับการเล่นในโหมดนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้พัฒนาเกมแนวนี้หลายเจ้า สนใจนำเกมของตนเองมาวางขายบน Switch ก่อนเป็นอันดับแรกเช่นกัน

แล้วสำหรับเกมเมอร์อย่างเราล่ะ?

สำหรับใครที่มีเครื่องเกมอยู่ในครอบครองครบทุกค่าย อาจจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ถ้าใครที่ไม่มีเครื่อง Switch จุดนี้ก็คงขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะ ว่าเราควรจะสนับสนุนการตัดสินใจของผู้พัฒนาหรือไม่ หรืออาจจะตั้งความหวังไว้ว่าเกมเหล่านั้นอาจจะหลุด Exclusive มาวางขายบน PS4 หรือ Steam ในสักวันหนึ่ง

6 มีนาคม 2563

7 ความแตกต่างของเกมยานยิงในยุคเก่ากับยุคปัจจุบัน

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรหลายๆ อย่างก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแต่ละยุค เช่นเดียวกันเกมแนวยานยิงที่ปัจจุบันยังคงมีการวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการเล่นและวิธีการนำเสนอ เพื่อไม่ให้ดูจำเจจนเกินไปนัก ทางแอดมินบล๊อกจึงขอเสนอบทความ "7 ความแตกต่างของเกมยานยิงในยุคเก่ากับยุคปัจจุบัน" มาดูกันว่าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกมแนวนี้มีวิวัฒนาการเป็นอย่างไรกันบ้าง


1.
ยุคเก่า - กระสุนศัตรูไม่เยอะ แต่พุ่งมาไว
ยุคปัจจุบัน - กระสุนศัตรูท่วมจอ แต่มาช้า

ในสมัยก่อนเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ยังมีข้อจำกัด ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมยังไม่สามารถออกแบบเกมโดยการใส่ศัตรูหรือกระสุนลงไปในฉากได้พร้อมกันจำนวนมากแบบในเกมยานยิงสมัยนี้ ทำให้การออกแบบความยากในเกมยานยิงยุคเก่านั้นจึงเน้นที่ลักษณะการเคลื่อนไหวของศัตรู และการโจมตีที่มีความรวดเร็ว เพื่อกลบจุดด้อยทางฮาร์ดแวร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีเริ่มได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ทำให้ทีมพัฒนาบางส่วนกล้าที่จะออกแบบความยากโดยการใส่กระสุนศัตรูจำนวนมากลงไปในฉาก เพื่อเพิ่มความท้าทายในการเล่นขั้นสุด และในขณะเดียวกันก็ยังช่วยเพิ่มความสวยงามของ "ดงกระสุน" ให้กับผู้ที่รับชมการเล่นได้อีกด้วย ใครที่ยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองไปหาเกม Anniversary Collection: Arcade Classics กับเกม Touhou ภาคหลักมาเล่นดูครับ แล้วท่านจะเข้าใจความแตกต่างในข้อนี้ได้เป็นอย่างดีเลย


2.
ยุคเก่า - ปุ่มยิงต้องกดย้ำๆ เหมือนเกมแนวไฟท์ติ้ง
ยุคปัจจุบัน - ปุ่มยิงกดค้างได้เลย รัวยิงให้เองอัตโนมัติ

ในเกมยานยิงสมัยก่อน ผู้เล่นจำเป็นต้องกดปุ่มยิงย้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อทำการโจมตี ยังไม่สามารถกดค้างยาวๆ ได้แบบเกมยานยิงในสมัยนี้ ซึ่งผู้เล่นจะต้องรัวปุ่มแบบนี้ไปจนกว่าจะจบด่าน(หรือจบเกม)เลยทีเดียว ทำให้เกมเมอร์บางคนเกิดอาการนิ้วบวมจนเคยเป็นข่าวใหญ่โตมาแล้วในยุคนั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดจอยรุ่นใหม่ที่มีปุ่มพิเศษที่เรียกว่า "ปุ่มเทอร์โบ" เพื่อมาแก้ปัญหาให้กับผู้ที่ชื่นชมการเล่นเกมแนวนี้โดยเฉพาะ แต่พอเข้าสู่ยุคของเครื่อง Super Famicom/SNES ก็ทำให้จอยชนิดนี้เริ่มหมดความนิยมไป เนื่องจากทางผู้พัฒนาบางส่วนได้เริ่มใส่ระบบ Autofire มาให้ในเกมตามฟิดแบคของเกมเมอร์นั่นเอง (ที่จริงในปัจจุบันก็ยังมีเกมใหม่ๆ บางเกม ยังให้รัวปุ่มยิงเอาเองอยู่นะ แต่น้อยเกมมาก)


3.
ยุคเก่า - ระบบเกมเน้นที่การทำคะแนนเป็นหลัก และไม่มีความแปลกใหม่
ยุคปัจจุบัน - ระบบเกมเน้นที่แมคคานิคอันแปลกใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง

สืบเนื่องจากข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ในข้อแรก ทำให้เกมยานยิงยุคเก่านั้นจะมีแนวทางการเล่นที่แทบไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละเกม คือเน้นที่การเล่นเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดเป็นหลัก ไม่มีเนื้อหาหรือระบบอะไรที่ซับซ้อนไปมากกว่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้พัฒนาเกมแนวนี้เริ่มคิดค้นระบบภายในหรือแมคคานิคให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่าง ถึงแม้รากฐานโดยรวมจะเป็นเกมยานยิงเหมือนกันก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงต้องยกให้กับซีรี่ส์เกมสุดท้าทายของสายยานยิงอย่าง Touhou ภาคหลักบน PC ที่ในแต่ละภาคจะมีการออกแบบระบบและแมคคานิคที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ทำให้การเล่นในแต่ละภาคมันสามารถให้อารมณ์ที่แตกต่างกันได้ดีมาก ใครที่ยังคิดอยู่ว่า "เกมยานยิงสมัยนี้เกมเพลย์มันก็แทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเมื่อก่อนนั่นแหละ" ผมแนะนำให้ลองไปหาเกมแนวนี้(ที่ไม่ใช่เกมเก่าเอามารีฯใหม่)บน Steam หรือ Nintendo Switch มาเล่นดูสัก 2-3 เกมครับ แล้วความคิดเดิมๆ ของท่านที่มีต่อเกมแนวนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

4.
ยุคเก่า - เกมส่วนใหญ่ตายแล้วเริ่มใหม่ที่จุดเกิด
ยุคปัจจุบัน - เกมส่วนใหญ่ตายแล้วเกิดใหม่ที่เดิมได้ทันที

เกมยานยิงในยุคแรกๆ ส่วนมากแทบทุกเกมจะเป็นระบบเกมแบบ "ตายแล้วย้อนกลับไปเริ่มใหม่ที่ Checkpoint" แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากเหล่าเกมเมอร์มากขึ้น เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนที่ "เกิด-ตาย-วนเวียน" อยู่ที่จุดเดิมซ้ำๆ จนทำให้ไม่สามารถเล่นต่อไปได้จบ ทำให้ผู้พัฒนาเกมในยุคหลังๆ เริ่มใจอ่อนยอมเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า "Instant Respawn" เมื่อผู้เล่นตายแล้วจะสามารถเกิดจากจุดที่ตายได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับไปหา Checkpoint อีกต่อไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีเกมใหม่บางเกมที่ยังใช้ระบบ Checkpoint อยู่ เนื่องจากเป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความท้าทายในการเล่นอีกทางหนึ่ง เพราะมันก็เหมือนกับเป็นการกดดันให้เกมเมอร์ต้องระวังตัวมากขึ้น เพื่อไม่ให้ถูกยิงร่วงแล้วย้อนกลับไปเริ่มใหม่นั่นเอง


R-Type หนึ่งในซีรี่ส์เกมแนวยานยิงที่ยากที่สุดซีรี่ส์หนึ่ง ด้วยรูปแบบการเล่นแบบ "เกิด-ตาย-วนเวียน"

5.
ยุคเก่า - ไม่เน้นเนื้อเรื่องมาก
ยุคปัจจุบัน - ดำเนินเนื้อเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว

เช่นเดียวกับเกมเก่าๆ หลายเกมในยุคนั้น ที่เนื้อเรื่องจะยังคงเป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน (หรือบางเกมก็ไม่มีเนื้อเรื่องเลย) แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เกมแนวนี้เองก็เริ่มพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยการใส่ฉากคัทซีนเข้าไปตอนต้นเกมเพื่อให้ผู้เล่นพอทราบเรื่องราวแบบคร่าวๆ และเมื่อเล่นไปจนจบเกมก็จะได้พบกับบทสรุปเรื่องราวของเกมนั้น ทำให้ตัวเกมมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีฉากจบตามตัวละครที่เลือกเล่น เช่น Sonic Wings/Aero Fighters หรือ Gunbird/Mobile Light Force ที่เราสามารถกลับมาเล่นใหม่และเลือกเล่นตัวละครอื่นๆ เพื่อเห็นฉากจบที่แตกต่างออกไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ก็มีบางเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากๆ แบบว่ามีฉากคัทซีนให้ติดตามตลอดทั้งเกมเลย เช่นเกมซีรี่ส์ Cotton เป็นต้น


Cotton: Fantastic Night Dreams เป็นเกมแนวยานยิงตัวแรกๆ ที่มีคัทซีนเนื้อเรื่องให้ติดตามตลอดการเล่น

6.
ยุคเก่า - มีไอเทมเสริมพลังให้เก็บ
ยุคปัจจุบัน - เกมส่วนใหญ่พลังเต็ม Max ตั้งแต่ต้น

แมคคานิคอีกอยากหนึ่งที่ทำให้เกมแนวนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ก็คือระบบการเก็บไอเทม Power-up ที่ลอยออกมาจากตัวศัตรูเพื่อเสริมพลังการยิงครับ ซึ่งก็ให้ผลหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละเกม เช่น เก็บแล้วยิงแรงขึ้น รัศมีกระสุนกว้างขึ้น เพิ่มลูกคู่ช่วยยิง (Option) หรือเปลี่ยนรูปแบบการยิงกระสุนเป็นต้น แต่ทว่า หลายเกมในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะตัดระบบนี้ออกไป คือ เมื่อเริ่มเกมมาด่านแรกระดับพลังยิงของยานก็เต็มทันที เหตุผลเนื่องจากทางทีมพัฒนาต้องการให้ผู้เล่นโฟกัสกับการหลบกระสุนนั่นเอง และยังช่วยให้เล่นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย กล่าวคือ หากผู้เล่นถูกยิงร่วง เมื่อเกิดมาใหม่ ระดับพลังของยานก็ยังคงเต็มอยู่เหมือนเดิม ซึ่งต่างจากเกมยุคเก่าที่ถ้าหากพลาดท่าถูกยิงร่วง ก็คือพลังทุกอย่างหายหมดทันที (แต่บางเกมก็ใจดี ปล่อย Power-up จำนวนหนึ่งออกมาหลังตาย เพื่อให้ผู้เล่นสามารถกู้คืนพลังบางส่วนได้อยู่) ส่วนตัวอย่างเกมใหม่ในยุคปัจจุบันที่ยังคงใช้ระบบนี้ก็มี Raiden V, Devil Engine, Rigid Force Alpha/Redux, Horgihugh หรือแม้กระทั้ง Touhou ภาคหลักตัวล่าสุด ก็ยังคงใช้ระบบนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ภาคสอง


Devil Engine คือหนึ่งในเกมยานยิงยุคใหม่จำนวนน้อยที่ยังคงใช้ระบบไอเทม Power-up อยู่

7.
ยุคเก่า - เน้นแข่งทำคะแนนกับสถิติตัวเอง(หรือตู้เกม)
ยุคปัจจุบัน - เน้นแข่งทำคะแนนแบบออนไลน์

ระบบเกมในยุคก่อน(โดยเฉพาะเกมตู้)เมื่อเราเล่นจบแต่ละตา ไม่ว่าจะเล่นไปจนถึงฉากจบ หรือตัวหมดจน Game Over ระหว่างทางก่อนก็ตาม จะมีระบบที่ให้ผู้เล่นฝากชื่อไว้กับตัวเกม เพื่อโชว์คะแนนสูงสุดที่ผู้เล่นคนนั้นทำได้ในหน้าตารางอันดับ ไว้อวดเพื่อนหรือคนที่เดินผ่านไปมาหน้าตู้เกมนั้นๆ ให้อิจฉากันเล่นๆ จนทำให้เกิดการแข่งขันขนาดย่อมตามร้านเกมเซ็นเตอร์ต่างๆ ตามมา ประมาณว่า ในหนึ่งเหรียญนั้นใครจะไปได้ไกลที่สุด หรือใครจะได้อันดับสูงกว่า แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป รูปแบบการเล่นเกมและวิถีชีวิตก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยเฉพาะการมาของสมาร์ทโฟนที่ทำให้เข้าถึงเกมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงเทคโนโลยีเกมคอนโซลในยุคปัจจุบันที่สามารถแสดงผลกราฟิกได้ดีกว่าสมัยก่อนแบบก้าวกระโดด ทำให้เกมเมอร์บางส่วนเลิกเข้าเกมเซ็นเตอร์ตามห้าง เนื่องจากความสะดวกสบายที่น้อยกว่า แถมยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกด้วย เมื่อทางทีมพัฒนาเกมเล็งเห็นจุดด้อยนี้ จึงได้คิดค้นระบบที่เรียกว่า "Online Leaderboards" ขึ้นมาเพื่อให้เกมเมอร์ที่เล่นเกมอยู่กับบ้านสามารถฝากชื่อและคะแนนของตัวเองลงตารางอันดับได้ตลอดเวลาผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะเปลี่ยนจากการวัดคะแนนกันแค่เฉพาะภายในร้าน มาเป็นการวัดคะแนนกับคนทั้งโลกแทนนั่นเอง เรียกได้ว่า ถ้าเกมเมอร์อยากรู้ว่าตอนนี้ใครเล่นเก่งที่สุดในโลก ก็ลองเข้ามาส่อง Leaderboard ได้เลย แต่ก็มีบางเกมที่ระบบ Leaderboard ถูกพัฒนาให้ดูมีความแอ๊ดวานซ์ขึ้นมาหน่อย คือ มีการแสดงอันดับให้เห็นแบบเรียลไทม์ระหว่างเล่นกันเลย เช่น Raiden V, Psyvariar Delta หรือบรรดาเกมเก่าที่พอร์ตมาลงคอนโซล(เท่านั้น)เจนปัจจุบันโดยค่าย M2 อย่าง Battle Garegga, ESP Ra.De., ฯลฯ เป็นต้น
 

ขอบคุณรูปภาพจาก: Gaming History | Gematsu | likegiftshop.com

19 กุมภาพันธ์ 2563

สอนตั้งค่าโปรแกรม ePSXe 2.0.5 สำหรับเล่น Pop'n Music 1-6

ภาคแรกที่แอดมินได้เล่น
มาต่อกันที่ วิธีตั้งค่าโปรแกรม ePSXe 2.0.5 สำหรับเล่น Pop'n Music 1-6 ซึ่งที่จริงแอดมินเคยเล่นภาค 2 ของเครื่อง PS1 เป็นภาคแรกนะ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้วิธีกดปุ่มบนจอย DualShock ว่าแต่ละปุ่มมันเป็นคีย์ไหนบ้าง ทำให้เล่นแล้วงง หลงปุ่ม เลยเลิกไปเลยครับ มาเล่นเป็นอีกทีก็ตอนที่กลับมาเล่นกับ Emu บนคอมนี่แหละ

 ส่วนการตั้งค่า ePSXe 2.0.5 สำหรับเกม Pop'n Music จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าของทาง PCSX2 เล็กน้อย เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ Plugin เสริมในเล่นการเล่นด้วย

ขั้นตอนแรก: ทำการก็อปปี้ Plugin "LilyPad" จากอีมู PCSX2 1.6.0
มาติดตั้งลงบนอีมู ePSXe 2.0.5

1. เข้าไปที่โฟลเดอร์ plugins ของอีมู PCSX2 (...\PCSX2 1.6.0\plugins)
(หากยังไม่มีตัวโปรแกรมสามารถโหลดได้ ที่นี่)
2. ทำการก็อปปี้ไฟล์ชื่อ LilyPad.dll
3. แล้วไปที่โฟลเดอร์ plugins ของอีมู ePSXe (...\ePSXe\plugins) แล้วทำการวางไฟล์ลงในนั้น
4. ทำการเปลี่ยนชื่อ LilyPad.dll เป็น padLilyPad.dll เสร็จเรียบร้อย!

* หมายเหตุ: ไฟล์ LilyPad.dll ที่นำมาใช้ ต้องมาจาก PCSX2 เวอร์ชั่น 1.6.0 เท่านั้น เนื่องจากในเวอร์ชั่น 1.4.0 (หรือต่ำกว่า)จะไม่มี "Pop'n Music Controller" ให้เลือกในหน้าการตั้งค่าจอย *

ขั้นตอนที่สอง: ตั้งค่าโปรแกรม

การตั้งค่าทั้งหมดก็ตามรูปนี้เลยครับผม

แท็บ Config

Plugins -> Video
 



Plugins -> Sound



Plugins -> Cdrom



Plugins -> Input Port 1
 

** ตรงจุดนี้สำคัญ!! ที่หัวข้อ Keyboard API ให้ตั้งเป็น Raw input เพราะถ้าไม่ตั้งเป็นอันนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้งานปุ่ม ESC เพื่อออกเกม(หรือไปเปลี่ยนแผ่น)ได้ **


Plugins -> Input Port 2



Plugins -> Netplay


แท็บ Options

CPU overcloking -> x1
CPU Mode -> Dynarec (Fast)
GTE Hacks -> ปิดให้หมดทั้งสองอย่าง

สำคัญ!: วิธีเข้าเกม Pop'n Music ภาค 3 และ 4 (Append Disc)
เนื่องจากทั้งสองภาคนี้จะไม่สามารถเข้าด้วยการเปิดเกมแบบตรงๆ ได้

1. ทำการเปิดเกมภาคไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ภาค 1, 3, 4 ก่อน
2. เข้าไปที่เมนู "Disc Change" ในเกม
3. กด ESC ออกมา แล้วคลิกไปที่ File -> Change Disc -> ISO
4. เลือกหาไฟล์เกมของภาค 3 หรือ 4 ที่เป็นสกุล .cue แล้วคลิกเปิดเข้าไป
5. จากนั้นจะกลับเข้าหน้าจอเกม ก็ให้กด Start แล้วทีนี้ก็จะบูตเข้าเกมภาค 3 หรือ 4 ได้แล้ว

ส่วนใครที่ประสบปัญหา เสียงสะดุด เสียงแตก (ส่วนมากจะเป็นกับผู้ที่ใช้งาน Windows 10)
ให้ไปโหลด IndirectSound มาติดตั้งลง ePSXe ที่ https://www.indirectsound.com/
ส่วนวิธีติดตั้งก็ง่ายดายมาก เพียงแค่แตกไฟล์ลงในโฟลเดอร์หลักของอีมู ePSXe เท่านั้น จบ เสร็จแล้ว!


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563

12 กุมภาพันธ์ 2563

สอนตั้งค่าโปรแกรม PCSX2 1.6.0 สำหรับเล่น Pop'n Music 7-14

 
สืบเนื่องจากห้างแถวบ้านแอดมินไม่มีตู้ Pop'n Music ไปลง
ก็เลยต้องหาเวอร์ชั่น CS มาเล่นแทน ^^

Pop'n Music เป็นเกมแนวกดตามจังหวะเพลงจาก Bemani สตูดิโอในสังกัด Konami เล่นคล้ายกับ Beatmania IIDX แต่ต่างตรงที่เพลงในเกมนี้ส่วนใหญ่จะเน้น "เพลงที่มีคำร้อง" หรือ Vocal Track เป็นหลัก คล้ายกับเกมซีรี่ส์ DJMAX ซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าหากท่านชอบเพลงของ DJMAX อยู่แล้วละก็ รับรองว่าท่านต้องติดใจกับเพลงใน Pop'n Music ด้วยแน่นอนครับ !!
(แต่ในบ้านเรามีคนรู้จักค่อนข้างน้อย หากเทียบกับเกมร่วมสังกัดอย่าง IIDX และ DDR อ่ะนะ)

ดาวน์โหลด PCSX2 รุ่น 1.6.0 ได้ที่
(ส่วนตัวเกมกับ BIOS ลองไปถาม Google เอาเองแล้วกันนะครับผม)

ส่วนการตั้งค่า PCSX2 สำหรับเกม Pop'n Music ก็ตามรูปนี้เลยครับผม

Emulation Settings







Video (GS)


** Internal Resolution แนะนำควรตั้งไว้ที่ 2x หรือสูงกว่า ไม่งั้นภาพจะเบลอ **


Audio (SPU2)




Controllers (PAD)


แถมให้แล้วกันกับ Key Config เผื่อบางท่านอาจจะสงสัยว่าผมตั้งปุ่มไว้แบบไหน (คีย์บอร์ดของผมมีระบบ N-Key Rollover หรือ Anti-Ghosting กดพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวนปุ่ม)



และโปรดจงจำไว้ให้ขึ้นใจเสมอเมื่อเล่นเกมแนวนี้ว่า
"YOU NEED MORE PRACTICE, NEVER GIVE IT UP!"


(เช้าแล้ว) นอนต่อดีกว่า...


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563