หลังจากที่ผิดหวังกับ Kirby Air Riders ที่คุณภาพออกมาห่วยไม่สมราคาสองพันกว่าบาทและการรอคอยกว่า 20 ปีนั้น ล่าสุด Nintendo ได้ขอแก้เกมด้วยการส่ง Kirby and the World Beyond ภาคหลักใหม่ล่าสุด ภาคต่อจาก Kirby and the Forgotten Land
โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในภาคนี้เลยคือ ระบบแผนที่ในภาคนี้จะเป็นฉาก Open-world แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีการแยกระหว่างฉากเมืองกับฉากลุยด่านอีกต่อไป ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายๆก็คือใช้ระบบแผนที่แบบเดียวกับ Kirby & the Amazing Mirror นั่นเองครับ แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะ เพราะเกมนี้มีแผนที่โลกแบบรายละเอียดให้ดูได้ด้วย
ส่วนระบบการต่อสู้ในภาคนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Hack and slash แบบเดียวกับเกมซีรี่ส์ Devil May Cry เป็นที่เรียบร้อย คือแต่ละพลังจะมีท่าให้ใช้หลายท่าเลยทีเดียว (คาดว่ามีท่ามากกว่าภาค Star Allies) และท่าทั้งหมดสามารถนำมาทำคอมโบเพื่อโจมตีต่อเนื่องกันได้ เป็นภาคแรก !! นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ท่าพิเศษจากพลังต่างๆช่วยในการหลบหลีกและเดินทางได้อีกด้วย เช่น Bomb ที่เราสามารถใช้เทคนิค "Bomb Jump" เพื่อขึ้นที่สูงได้ Cutter ที่สามารถขึ้นไปขี่บนใบมีดแล้วบินขึ้นฟ้าแทน Warp Star ได้ดื้อๆเลย หรือ Sword ที่มีเทคนิคการปักดาบกับกำแพงเพื่อขึ้นที่สูงและวิ่งไต่กำแพงได้ อารมณ์ประมาณ Prince of Persia เลยครับ แน่นอนว่าระบบการบิน(กดกระโดดรัวๆ)ภาคนี้จะจำกัดเวลาเหมือนกับภาค 64 และ Forgotten Land นะครับ (แสดงว่าคงมีหลายท่านบ่นว่าระบบบินแบบไม่จำกัดเวลาในภาคเก่าๆ มันทำให้เกมง่ายเกินไปจริงๆ ฮ่าๆ)
จะเห็นในคลิปได้ว่า ฉากเป็นแบบ Open-world ใหญ่ๆโล่งๆ ไม่มีอะไรกั้นข้างทางอีกแล้ว (จะว่าไปก็ดูคล้ายกับ Skyrim เลยแฮะ ฮ่าๆ) Parasol กลับมาแล้วในภาคนี้ แถมยังใช้เทคนิคคล้ายกับในเกม Spica Adventure ได้อีกด้วย แต่ยังไม่เห็นมี Stone เช่นเดิม (รอติดตามกันต่อไป..)
ส่วน Co-op multiplayer ยังไม่มีการเปิดเผยในตอนนี้ แต่คาดว่าอาจจะเล่นได้ 4 คน เช่นเดียวกับ Amazing Mirror ครับ (มีข่าวลือว่าจะมีผู้ช่วยเป็น Bandana Waddle Dee, Meta Knight และ Adeleine) ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายฤดูใบไม้ผลิ 2027 เฉพาะ NS2 (ไม่ลง NS1 นะ)
ที่มา: https://www.gematsu.com/2026/09/kirby-and-the-world-beyond-announced-for-switch-2
โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในภาคนี้เลยคือ ระบบแผนที่ในภาคนี้จะเป็นฉาก Open-world แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีการแยกระหว่างฉากเมืองกับฉากลุยด่านอีกต่อไป ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายๆก็คือใช้ระบบแผนที่แบบเดียวกับ Kirby & the Amazing Mirror นั่นเองครับ แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะ เพราะเกมนี้มีแผนที่โลกแบบรายละเอียดให้ดูได้ด้วย
ส่วนระบบการต่อสู้ในภาคนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Hack and slash แบบเดียวกับเกมซีรี่ส์ Devil May Cry เป็นที่เรียบร้อย คือแต่ละพลังจะมีท่าให้ใช้หลายท่าเลยทีเดียว (คาดว่ามีท่ามากกว่าภาค Star Allies) และท่าทั้งหมดสามารถนำมาทำคอมโบเพื่อโจมตีต่อเนื่องกันได้ เป็นภาคแรก !! นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ท่าพิเศษจากพลังต่างๆช่วยในการหลบหลีกและเดินทางได้อีกด้วย เช่น Bomb ที่เราสามารถใช้เทคนิค "Bomb Jump" เพื่อขึ้นที่สูงได้ Cutter ที่สามารถขึ้นไปขี่บนใบมีดแล้วบินขึ้นฟ้าแทน Warp Star ได้ดื้อๆเลย หรือ Sword ที่มีเทคนิคการปักดาบกับกำแพงเพื่อขึ้นที่สูงและวิ่งไต่กำแพงได้ อารมณ์ประมาณ Prince of Persia เลยครับ แน่นอนว่าระบบการบิน(กดกระโดดรัวๆ)ภาคนี้จะจำกัดเวลาเหมือนกับภาค 64 และ Forgotten Land นะครับ (แสดงว่าคงมีหลายท่านบ่นว่าระบบบินแบบไม่จำกัดเวลาในภาคเก่าๆ มันทำให้เกมง่ายเกินไปจริงๆ ฮ่าๆ)
จะเห็นในคลิปได้ว่า ฉากเป็นแบบ Open-world ใหญ่ๆโล่งๆ ไม่มีอะไรกั้นข้างทางอีกแล้ว (จะว่าไปก็ดูคล้ายกับ Skyrim เลยแฮะ ฮ่าๆ) Parasol กลับมาแล้วในภาคนี้ แถมยังใช้เทคนิคคล้ายกับในเกม Spica Adventure ได้อีกด้วย แต่ยังไม่เห็นมี Stone เช่นเดิม (รอติดตามกันต่อไป..)
ส่วน Co-op multiplayer ยังไม่มีการเปิดเผยในตอนนี้ แต่คาดว่าอาจจะเล่นได้ 4 คน เช่นเดียวกับ Amazing Mirror ครับ (มีข่าวลือว่าจะมีผู้ช่วยเป็น Bandana Waddle Dee, Meta Knight และ Adeleine) ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายฤดูใบไม้ผลิ 2027 เฉพาะ NS2 (ไม่ลง NS1 นะ)
ที่มา: https://www.gematsu.com/2026/09/kirby-and-the-world-beyond-announced-for-switch-2
Update ความเห็นส่วนตัว: จากกระแสและการพูดคุยกันตามกลุ่มของเกมนี้ ดูทรงแล้ว Adeleine มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นหนึ่งในตัวละครผู้ช่วยสำหรับผู้เล่นจอย 2-4 เพราะตัวละครใหม่ในภาคนี้เป็น "มนุษย์" เช่นกัน และดูเหมือนว่าเธอจะมีความเกี่ยวข้องกับ Adeleine อีกด้วย...
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569









