30 มกราคม 2569
28 มกราคม 2569
[DCSS] ทดสอบโพสไฟล์ Morgue
เป็นหลักฐานว่าแอดมินสามารถเล่นจบได้โดยไม่ใช้โหมด Wiz จริงๆ
ปล. ดุ้ยเพราะ "You are too confused!" กับ "A malevolent force fills the ..." มาหลายทีแล้ว 😥
ปล. ดุ้ยเพราะ "You are too confused!" กับ "A malevolent force fills the ..." มาหลายทีแล้ว 😥
12 มกราคม 2569
DCSS v0.34 กำหนดออก 7 กุมภาพันธ์
ประกาศออกมาแล้วครับ กำหนดปล่อยเวอร์ชัน 0.34 ตัวเต็มของเกม Dungeon Crawl Stone Soup คือวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ตามเวลาไทย
https://crawl.develz.org/wordpress/0-34-trunk-update-and-tournament-announcement
Highlights
• สามารถเก็บสะสมไอเทมเดียวกันที่สามารถซ้อนกันได้ไม่จำกัดจำนวน และเพิ่มช่องเก็บของใหม่อีก 3 หน้า หน้าละ 52 ชิ้น เท่ากับว่าเก็บได้รวม 208 ชิ้น !
• ปรับสมดุลครั้งใหญ่ และเพิ่ม-ลด Mutation (พลังถาวร) ชนิดต่างๆ
• เพิ่มมอนสเตอร์ใหม่เพียบ (เช่น Orb of winter และ Orb of entropy ใน Realm of Zot)
• เพิ่ม Ego หรือออปชันไอเทมใหม่หลายชนิด
• Troves, Slime Pits และ Zot:5 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่; บันไดทางขึ้นใน Slime Pits จะใช้งานไม่ได้จนกว่าจะเอาชนะบอสของที่นี่ (The Royal Jelly) หรือนับถือ Jiyva และใน Zot:5 เพิ่มป้อมใหม่ที่จะคอยเรียกมอนสเตอร์ออกมาเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกทำลาย
• โหมดใหม่ Dungeon Descent ลงแล้วลงเลยไม่มีย้อนกลับบันไดทางขึ้น (คล้าย Mystery Dungeon)
แต่ถ้าใครที่สนใจอย่างลองก่อนวันปล่อยจริง ดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยครับ https://crawl.develz.org/trunk/ (ไม่มีของ Android นะ)
ปล. [นอกเรื่อง] หลังจากที่ได้ลอง Mystery Dungeon: Shiren the Wanderer มาสักระยะ ... เช่นเดียวกับ Roguelike เกมอื่นที่เคยเล่นมาครับ คือ ไปได้ไม่เคยเกิน 6 ชั้นต่อเกม แถม NPC เกมนี้ก็ออกแนวกวนโอ๊ยอย่างกับเกมไทยเกมหนึ่งที่เคยรู้จักเลย คือ บทสนทนาแต่ละคนนี่ จะเอาฮาไปถึงไหน (ถ้าอ่านอังกฤษออกนะ) หรือเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งอยู่ๆพอคุยเสร็จก็โดนถีบออกมาซะงั้น แถมเสีย HP ด้วย 😥 ถ้าโดนตอนที่ HP เหลือต่ำกว่า 5 นี่คือ ปลิวกลับเมืองแรกเลยจ้า 😣 อย่างกับถอดแบบมาจากเกมไทยเกมนั้นเลยทีเดียว NPC แทบทุกคนพร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ !!
* Update: มีเพื่อนใน LINE ช่วยตอบมาให้ว่า เกมไทยที่แอดมินพูดถึงคือ "ไบร์นอันผจญภัย" เป็นเกมที่ใช้โปรแกรม RPG Maker ในการพัฒนา แต่ไม่เคยออกเป็นเกมตัวเต็ม มีแต่ Demo เท่านั้น (ขอบคุณมากๆครับ แอดฯลืมชื่อเกมไปแล้ว 🥰)
สรุป DCSS ดีที่สุด 😊 ทุกรสชาติสมดุลหมด สนุก ท้าทาย รวดเร็ว เข้าใจง่าย ทำให้เล่นแล้วรู้สึกไม่น่ารำคาญจนเกินไป
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
https://crawl.develz.org/wordpress/0-34-trunk-update-and-tournament-announcement
Highlights
• สามารถเก็บสะสมไอเทมเดียวกันที่สามารถซ้อนกันได้ไม่จำกัดจำนวน และเพิ่มช่องเก็บของใหม่อีก 3 หน้า หน้าละ 52 ชิ้น เท่ากับว่าเก็บได้รวม 208 ชิ้น !
• ปรับสมดุลครั้งใหญ่ และเพิ่ม-ลด Mutation (พลังถาวร) ชนิดต่างๆ
• เพิ่มมอนสเตอร์ใหม่เพียบ (เช่น Orb of winter และ Orb of entropy ใน Realm of Zot)
• เพิ่ม Ego หรือออปชันไอเทมใหม่หลายชนิด
• Troves, Slime Pits และ Zot:5 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่; บันไดทางขึ้นใน Slime Pits จะใช้งานไม่ได้จนกว่าจะเอาชนะบอสของที่นี่ (The Royal Jelly) หรือนับถือ Jiyva และใน Zot:5 เพิ่มป้อมใหม่ที่จะคอยเรียกมอนสเตอร์ออกมาเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกทำลาย
• โหมดใหม่ Dungeon Descent ลงแล้วลงเลยไม่มีย้อนกลับบันไดทางขึ้น (คล้าย Mystery Dungeon)
แต่ถ้าใครที่สนใจอย่างลองก่อนวันปล่อยจริง ดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยครับ https://crawl.develz.org/trunk/ (ไม่มีของ Android นะ)
ปล. [นอกเรื่อง] หลังจากที่ได้ลอง Mystery Dungeon: Shiren the Wanderer มาสักระยะ ... เช่นเดียวกับ Roguelike เกมอื่นที่เคยเล่นมาครับ คือ ไปได้ไม่เคยเกิน 6 ชั้นต่อเกม แถม NPC เกมนี้ก็ออกแนวกวนโอ๊ยอย่างกับเกมไทยเกมหนึ่งที่เคยรู้จักเลย คือ บทสนทนาแต่ละคนนี่ จะเอาฮาไปถึงไหน (ถ้าอ่านอังกฤษออกนะ) หรือเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งอยู่ๆพอคุยเสร็จก็โดนถีบออกมาซะงั้น แถมเสีย HP ด้วย 😥 ถ้าโดนตอนที่ HP เหลือต่ำกว่า 5 นี่คือ ปลิวกลับเมืองแรกเลยจ้า 😣 อย่างกับถอดแบบมาจากเกมไทยเกมนั้นเลยทีเดียว NPC แทบทุกคนพร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ !!
* Update: มีเพื่อนใน LINE ช่วยตอบมาให้ว่า เกมไทยที่แอดมินพูดถึงคือ "ไบร์นอันผจญภัย" เป็นเกมที่ใช้โปรแกรม RPG Maker ในการพัฒนา แต่ไม่เคยออกเป็นเกมตัวเต็ม มีแต่ Demo เท่านั้น (ขอบคุณมากๆครับ แอดฯลืมชื่อเกมไปแล้ว 🥰)
สรุป DCSS ดีที่สุด 😊 ทุกรสชาติสมดุลหมด สนุก ท้าทาย รวดเร็ว เข้าใจง่าย ทำให้เล่นแล้วรู้สึกไม่น่ารำคาญจนเกินไป
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
9 มกราคม 2569
[บทความ] รวม 5 เกม Kirby สุดห่วยที่หลายคนส่ายหน้า !
ไม่น่าเชื่อจริงๆว่า Kirby Air Riders ได้ทำซ้ำรอยเดิมของ Kirby Battle Royale คือ "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" และตอนนี้ก็ได้หายไปจากชาร์ตเกมขายดีประจำสัปดาห์ของ Famitsu โดยยืนหยัดอยู่บนชาร์ตได้แค่เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น สวนทางกับเกมรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง Mario Kart World ที่ยังคงครองชาร์ตมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์และยังไม่เคยหลุดไปไหนเลย
และนี่ก็ไม่ใช่สองเกมแรกที่เจอชะตากรรมเดียวกัน ยังมีอีกหลายเกมในซีรี่ส์ที่เข้าขั้น "ห่วยแตก" จนเหล่าแฟนเกมรับไม่ได้เหมือนกัน ส่วนจะมีภาคไหนบ้าง มาดูกันเลยครับ..
Kirby: Squeak Squad (2006 - NDS)
มาเริ่มกันที่ภาคของเครื่อง Nintendo DS และเป็นภาคหลักแนวตลุยด่านของซีรี่ส์ ซึ่งจะว่าไปภาคนี้มันก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นน่าเบื่อนะ แต่ที่ทำให้บางคนส่ายหน้าเพราะพลัง Copy Ability ของภาคนี้มีการปรับสมดุลใหม่ทั้งหมดจนบางพลังเข้าขั้น "Overpowered" (โดยเฉพาะ Tornado) มันเลยทำให้เกมหมดความท้าทายไปเลย แม้จะเล่นโหมด Extra Game ก็ตาม และระบบช่องเก็บของที่จอล่างที่หลายคนมองว่า ไม่มีความจำเป็นเลย แถมยังทำให้ยุ่งยากเสียเวลาที่ต้องมาจัดการกับของในท้อง Kirby ที่เก็บจนเต็มบ่อยๆอีกด้วย (จริงๆก็มีในภาค 3DS ด้วยนะ แต่ลดเหลือแค่ช่องเดียวและจำกัดเฉพาะไอเทมเติมพลังชีวิตที่เพื่อนโยนให้เท่านั้น)
Kirby and the Rainbow Curse (2015 - Wii U)
สำหรับภาคนี้เป็นภาคต่อจาก Kirby: Canvas Curse ของ Nintendo DS ในปี 2005 กราฟิกถือว่าไม่เลวนะ มาแนวภาพดินน้ำมัน ดูแปลกตาและแตกต่างไม่เหมือนใคร แต่ที่ทำให้ภาคนี้สอบตกเนื่องจากได้มีการตัดพลัง Copy Ability จากภาคเก่าของ NDS ออกไปทั้งหมด แถมยังมีรายงานว่าในฉากสู้บอสหากใช้ตัว Waddle Dee ของจอย 2-4 จะทำให้สู้ได้ง่ายกว่าใช้ Kirby สู้อีกด้วย 😥 เพราะควบคุมทิศทางที่จะไปได้เลยเหมือนในภาคปกติ ไม่ต้องคอยวาดเส้นทางแบบ Kirby ซึ่งค่อนข้างลำบากพอสมควร
ถึงกระนั้น ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับฉบับรีเมคของภาคนี้ที่จะออกบน Switch 2 ซึ่งจะมีการนำ Copy Ability กลับมา และเพิ่มตัวละครใหม่สำหรับผู้เล่นจอย 2-4 ซึ่งแฟนๆได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวอร์ชันนี้จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อย่าให้มีอีกเป็นครั้งที่ 2 !!
Kirby Clash ทั้งสองภาค (2017 - 3DS, 2019 - Switch)
สำหรับภาคนี้เป็นแนวคล้ายกับเกมซีรี่ส์ Monster Hunter เลย เพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นแบบ 2D มุมข้างเท่านั้น คือเราจะได้สู้กับบอสทันทีโดยไม่ต้องเดินทางฝ่าด่าน เมื่อเอาชนะก็จะได้วัตถุดิบนำไปซื้ออุปกรณ์ที่ดีขึ้นได้ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน แถมยังเปิดให้ "เล่นฟรี" อีกด้วย มี 4 อาชีพให้เลือกเล่นด้วยกัน คือ ดาบ, ค้อน (เคลื่อนที่ช้ากว่าดาบ แต่ตีแรงกว่า), เวท (มีท่าไม้ตายเป็นการหยุดเวลา) และหมอ
ฟังดูน่าสนุกใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน การจะเข้าไปสู้ได้ต้องใช้ค่าพลังงานที่เรียกว่า Apple Gem และอุปกรณ์หลายๆชิ้นนั้นต้องการ Apple Gem เป็นวัตถุดิบอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ หากท่านคิดจะ Solo ไปยาวๆจนจบเกม ยังจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ให้กับตัวละคร AI อาชีพอื่นนอกจากที่เราเลือกเล่นอีกด้วย และผลลัพธ์ก็คือ เกมนี้ "Pay to Win" ครับ คือ ถ้าอยากไปต่อได้จนจบเกม ต้องเติมเงินเพื่อเอา Apple Gem เพิ่มสถานเดียว และถ้าอยากลุยเดียวกับ AI ไม่คิดจะเล่นออนไลน์นี่คือ ต้องระดับ "เทพทรู" (บ้านรวย) จริงๆครับ
จริงๆจะเล่นสายฟรีก็ได้ แต่จะนานมากกกกกกกกกก กว่าจะหาอุปกรณ์แต่ละชิ้นมาได้ ชนิดที่ว่าเล่นมาหลายปียังไปไม่ถึงบอสตัวสุดท้ายเลยครับ ถ้าอยากจบภายในปีเดียวต้องขยันเติมเงินสถานเดียว (อย่างไรก็ดี ภาคแรกของ 3DS ได้มีคนทำเซฟ No F2P ที่ทำให้ได้ล็อคอินโบนัส Apple Gem รายวันระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มเกม ออกมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งปกติต้องใช้เงินจริงซื้อ)
Kirby Battle Royale (2017 - 3DS)
สำหรับภาคนี้เป็นแนว PVP คล้ายกับ Kirby Fighters เพียงแต่เป็นแบบ 3D คล้ายกับ Kirby and the Forgotten Land จริงๆภาคนี้แอดมินชอบมากเลยนะ เล่นบ่อยพอๆกับ Super Smash Bros. Brawl เลยก็ว่าได้ แต่เหตุที่ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" ครับ คือ เกมขายในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,590 บาท ซึ่งเป็นราคาเกมเกรด AAA ในห้วงเวลานั้น (ปัจจุบันอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ฯ หรือ 2,190 บาท) แต่กลับมีความยาวของโหมดเนื้อเรื่องที่สั้นและโหมดการเล่นแค่เพียง 10 แบบเท่านั้น ซึ่งแต่ละเกมกินเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง จึงทำให้หลายคนบ่นว่าไม่ควรจะเอามาขายด้วยราคาเต็มแบบนี้ทั้งที่คอนเทนต์น้อย (ลองดูพวกเกมแนวยานยิงที่ใช้เวลาต่อเกมจบเร็วใน Steam เป็นตัวอย่างก็ได้ครับ มีเกมไหนเคยขายราคาเรตนี้ไหม ?) และแม้จะมีการออกอัปเดตแพทซ์เพิ่มพลัง Copy Ability ใหม่ให้ฟรีในภายหลังแต่ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่อย่างใด แถมพลัง Mirror ที่เพิ่มมานั้น ยัง "Overpowered" สุดๆอีกด้วย 😥 (ท่าชาร์ตหลบยาก แถมโดนได้หลาย Hit อีก)
Kirby Air Riders (2025 - Switch 2)
มาถึงเกมล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ซึ่งแอดมินจะขอไม่ "พูดถึงซ้ำ" แล้วกันนะครับ เพราะเคยกล่าวถึงไปแล้วใน บทความนี้
ยป;มอ ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" เช่นเดียวกับ Kirby Battle Royale แถมอีกอย่างคือ "กราฟิกตกยุค"
และนี่ก็ไม่ใช่สองเกมแรกที่เจอชะตากรรมเดียวกัน ยังมีอีกหลายเกมในซีรี่ส์ที่เข้าขั้น "ห่วยแตก" จนเหล่าแฟนเกมรับไม่ได้เหมือนกัน ส่วนจะมีภาคไหนบ้าง มาดูกันเลยครับ..
Kirby: Squeak Squad (2006 - NDS)
มาเริ่มกันที่ภาคของเครื่อง Nintendo DS และเป็นภาคหลักแนวตลุยด่านของซีรี่ส์ ซึ่งจะว่าไปภาคนี้มันก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นน่าเบื่อนะ แต่ที่ทำให้บางคนส่ายหน้าเพราะพลัง Copy Ability ของภาคนี้มีการปรับสมดุลใหม่ทั้งหมดจนบางพลังเข้าขั้น "Overpowered" (โดยเฉพาะ Tornado) มันเลยทำให้เกมหมดความท้าทายไปเลย แม้จะเล่นโหมด Extra Game ก็ตาม และระบบช่องเก็บของที่จอล่างที่หลายคนมองว่า ไม่มีความจำเป็นเลย แถมยังทำให้ยุ่งยากเสียเวลาที่ต้องมาจัดการกับของในท้อง Kirby ที่เก็บจนเต็มบ่อยๆอีกด้วย (จริงๆก็มีในภาค 3DS ด้วยนะ แต่ลดเหลือแค่ช่องเดียวและจำกัดเฉพาะไอเทมเติมพลังชีวิตที่เพื่อนโยนให้เท่านั้น)
Kirby and the Rainbow Curse (2015 - Wii U)
สำหรับภาคนี้เป็นภาคต่อจาก Kirby: Canvas Curse ของ Nintendo DS ในปี 2005 กราฟิกถือว่าไม่เลวนะ มาแนวภาพดินน้ำมัน ดูแปลกตาและแตกต่างไม่เหมือนใคร แต่ที่ทำให้ภาคนี้สอบตกเนื่องจากได้มีการตัดพลัง Copy Ability จากภาคเก่าของ NDS ออกไปทั้งหมด แถมยังมีรายงานว่าในฉากสู้บอสหากใช้ตัว Waddle Dee ของจอย 2-4 จะทำให้สู้ได้ง่ายกว่าใช้ Kirby สู้อีกด้วย 😥 เพราะควบคุมทิศทางที่จะไปได้เลยเหมือนในภาคปกติ ไม่ต้องคอยวาดเส้นทางแบบ Kirby ซึ่งค่อนข้างลำบากพอสมควร
ถึงกระนั้น ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับฉบับรีเมคของภาคนี้ที่จะออกบน Switch 2 ซึ่งจะมีการนำ Copy Ability กลับมา และเพิ่มตัวละครใหม่สำหรับผู้เล่นจอย 2-4 ซึ่งแฟนๆได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวอร์ชันนี้จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อย่าให้มีอีกเป็นครั้งที่ 2 !!
Kirby Clash ทั้งสองภาค (2017 - 3DS, 2019 - Switch)
สำหรับภาคนี้เป็นแนวคล้ายกับเกมซีรี่ส์ Monster Hunter เลย เพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นแบบ 2D มุมข้างเท่านั้น คือเราจะได้สู้กับบอสทันทีโดยไม่ต้องเดินทางฝ่าด่าน เมื่อเอาชนะก็จะได้วัตถุดิบนำไปซื้ออุปกรณ์ที่ดีขึ้นได้ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน แถมยังเปิดให้ "เล่นฟรี" อีกด้วย มี 4 อาชีพให้เลือกเล่นด้วยกัน คือ ดาบ, ค้อน (เคลื่อนที่ช้ากว่าดาบ แต่ตีแรงกว่า), เวท (มีท่าไม้ตายเป็นการหยุดเวลา) และหมอ
ฟังดูน่าสนุกใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน การจะเข้าไปสู้ได้ต้องใช้ค่าพลังงานที่เรียกว่า Apple Gem และอุปกรณ์หลายๆชิ้นนั้นต้องการ Apple Gem เป็นวัตถุดิบอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ หากท่านคิดจะ Solo ไปยาวๆจนจบเกม ยังจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ให้กับตัวละคร AI อาชีพอื่นนอกจากที่เราเลือกเล่นอีกด้วย และผลลัพธ์ก็คือ เกมนี้ "Pay to Win" ครับ คือ ถ้าอยากไปต่อได้จนจบเกม ต้องเติมเงินเพื่อเอา Apple Gem เพิ่มสถานเดียว และถ้าอยากลุยเดียวกับ AI ไม่คิดจะเล่นออนไลน์นี่คือ ต้องระดับ "เทพทรู" (บ้านรวย) จริงๆครับ
จริงๆจะเล่นสายฟรีก็ได้ แต่จะนานมากกกกกกกกกก กว่าจะหาอุปกรณ์แต่ละชิ้นมาได้ ชนิดที่ว่าเล่นมาหลายปียังไปไม่ถึงบอสตัวสุดท้ายเลยครับ ถ้าอยากจบภายในปีเดียวต้องขยันเติมเงินสถานเดียว (อย่างไรก็ดี ภาคแรกของ 3DS ได้มีคนทำเซฟ No F2P ที่ทำให้ได้ล็อคอินโบนัส Apple Gem รายวันระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มเกม ออกมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งปกติต้องใช้เงินจริงซื้อ)
Kirby Battle Royale (2017 - 3DS)
สำหรับภาคนี้เป็นแนว PVP คล้ายกับ Kirby Fighters เพียงแต่เป็นแบบ 3D คล้ายกับ Kirby and the Forgotten Land จริงๆภาคนี้แอดมินชอบมากเลยนะ เล่นบ่อยพอๆกับ Super Smash Bros. Brawl เลยก็ว่าได้ แต่เหตุที่ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" ครับ คือ เกมขายในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,590 บาท ซึ่งเป็นราคาเกมเกรด AAA ในห้วงเวลานั้น (ปัจจุบันอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ฯ หรือ 2,190 บาท) แต่กลับมีความยาวของโหมดเนื้อเรื่องที่สั้นและโหมดการเล่นแค่เพียง 10 แบบเท่านั้น ซึ่งแต่ละเกมกินเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง จึงทำให้หลายคนบ่นว่าไม่ควรจะเอามาขายด้วยราคาเต็มแบบนี้ทั้งที่คอนเทนต์น้อย (ลองดูพวกเกมแนวยานยิงที่ใช้เวลาต่อเกมจบเร็วใน Steam เป็นตัวอย่างก็ได้ครับ มีเกมไหนเคยขายราคาเรตนี้ไหม ?) และแม้จะมีการออกอัปเดตแพทซ์เพิ่มพลัง Copy Ability ใหม่ให้ฟรีในภายหลังแต่ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่อย่างใด แถมพลัง Mirror ที่เพิ่มมานั้น ยัง "Overpowered" สุดๆอีกด้วย 😥 (ท่าชาร์ตหลบยาก แถมโดนได้หลาย Hit อีก)
Kirby Air Riders (2025 - Switch 2)
มาถึงเกมล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ซึ่งแอดมินจะขอไม่ "พูดถึงซ้ำ" แล้วกันนะครับ เพราะเคยกล่าวถึงไปแล้วใน บทความนี้
ยป;มอ ภาคนี้สอบตกเนื่องจาก "คอนเทนต์น้อย ไม่สมราคาเต็ม" เช่นเดียวกับ Kirby Battle Royale แถมอีกอย่างคือ "กราฟิกตกยุค"
แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับ คราวนี้จะพูดถึง Kirby's Mystery Dungeon จริงๆล่ะ สัญญานะ 😊


6 มกราคม 2569
[บทความ] ครบรอบ 10 ปี การเปิดให้บริการ e-amusement (ตู้เกมจังหวะดนตรีค่าย Konami) ในประเทศไทย
เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ล่าสุดปี 2026 นี้ก็ครบ 10 ปีของการเปิดให้บริการตู้เกมค่าย Konami แล้วครับ ! ซึ่งในบทความนี้เราจะทำการสรุปไทม์ไลน์ตั้งแต่ที่เข้ามาเปิด จนถึงปัจจุบัน และคาดเดาอนาคตของวงการเกมอาร์เคดไทยที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปปี 2011 ในช่วงนั้นเริ่มมีตู้เกมค่าย Konami เข้ามาเปิดให้บริการให้บ้านเราโดย Echo Games ซึ่งเกมที่นำเข้ามานั้นก็มีเกือบครบครับคือ..
- Jubeat copious
- Beatmania IIDX 18: Resort Anthem
- Dance Dance Revolution X2
- GITADORA V8
- Pop'n Music 18 せんごく列伝 (Sengoku Retsuden)
แต่ทั้งหมดยังไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต หรือระบบ e-amusement นะ หมายความว่าใช้บัตร e-amusement pass เล่นไม่ได้ และบัตรยังไม่มีขายในตอนนั้นด้วย ในตอนนั้นแอดมินเคยเล่น Jubeat copious ที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต (10 บาท 1 เพลง) กับ GITADORA V8 ที่เซ็นทรัลรามอินทรา (10 บาท 3 เพลงเฉพาะตู้กีตาร์; ตู้กลองดันเล่นได้แค่เพลงเดียว ?! แต่โหมด Battle เล่นได้ 4 เพลง)
จากนั้นในปี 2015 ที่เป็นปีแรกที่ e-amusement ได้เปิดให้บริการในบ้านเราอย่างเป็นทางการ โดยทาง Hahama ได้เริ่มนำ Beatmania IIDX 23: Copula กับ Dance Evolution Arcade เข้ามาลองตลาดเป็นสองเกมแรก ซึ่งทุกเกมมีค่าเล่นเริ่มต้นที่ 30 บาท (ยกเว้น Dance Evolution ที่หลังจากระบบออนไลน์ปิดตัว ได้ปรับราคาลงมาเหลือ 20 บาท เท่ากับ Danz Base) และแพงขึ้นตามโหมดเกมที่เลือกเล่น ก่อนที่จะเริ่มทยอยนำเกมอื่นๆเข้ามาในปี 2016 ซึ่งในช่วงต้นปีของปีนั้นได้มีการเปิด Location Test เกมใหม่ภายในงาน Japan Expo Thailand 2016 ด้วยนะ ส่วนรายชื่อเกมและภาคที่ได้นำไปโชว์และเปิดทดสอบมีดังนี้ครับ (เท่าที่จำได้นะ):
- Dance Dance Revolution A
- GITADORA Tri-Boost
- Sound Voltex III: Gravity Wars
- MÚSECA
ส่วนเกมที่นำเข้ามาเพิ่มหลังจากนั้น (ไม่ได้โชว์ในงาน):
Jubeat Qubell
Pop'n Music éclale
Reflec Beat 悠久のリフレシア (The Reflesia of Eternity)
DanceRush Stardom *เป็นเกมแรกที่ปรับราคาเป็น 40 บาท*
นอกจากนั้นในปี 2017 ทาง Konami ได้เข้ามาลงทุนเปิดสาขาของแผนกเกมตู้ในไทยอีกด้วย จนกระทั้ง... ในปี 2020 หลังจากที่เกิดวิกฤติการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก ประกอบกับทางร้านเกมตู้อาร์เคดได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเพื่อป้องกันการระบาดเป็นเวลานานกว่าเกือบ 2 ปี แต่รายจ่ายกลับยังมีอยู่เหมือนเดิม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากกลับมาเปิดได้ตามปกติอีกครั้งก็คือ ทาง Hahama ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ไปเน้นนำเข้าตู้เกมสะสมสแตมป์ไร้ชื่อจากจีนเข้ามาแทน โดยที่เริ่มทยอย "ลอยแพ" ตู้เกมระบบออนไลน์ฝั่งญี่ปุ่นที่ยังเปิดให้บริการอยู่แบบช้าๆ ปล่อยไปตามยถากรรม ที่เห็นได้ชัดเลยหลังจากกลับมาเปิดคือ Maimai ไม่ได้อัปเป็นภาค DX !! ทั้งที่เคยมีตู้อยู่ถึง 4 คู่ และล่าสุดในปี 2025 ที่ผ่านมาคือ Sound Voltex ไม่ได้อัปเป็นภาค 7 และไม่นำตู้รุ่นใหม่ที่รองรับภาคล่าสุดเข้ามาด้วย ส่วนเกมที่ยังคงได้ไปต่อ จะเป็นเกมที่มีระบบอัปเดตออนไลน์ในตัวอยู่แล้ว เช่น Pop'n Music หรือ DDR เป็นต้น (แต่กับ Sound Voltex นี่ถือเป็นข้อยกเว้นนะ เพราะตู้รุ่นเก่ารองรับถึงแค่ภาค 6 หรือ Exceed Gear เท่านั้น) นอกจากนั้นยังมีการนำตู้ของค่าย Konami ในร้านสาขานอกกรุงเทพออกไปเกือบทั้งหมด จนเหลือแค่ที่สาขา MBK ที่เดียว (ผมเคยโพสลงในเว็บนี้หรือยังว่า Pop'n Music เคยมีอยู่ที่เซ็นทรัลขอนแก่นด้วยนะ) และตู้ที่ MBK เองก็เริ่มมีการปรับลดจำนวนลงด้วยเช่นกัน (Beatmania IIDX กับ Pop'n Music เคยมี 2 ตู้ก็ลดเหลือแค่ตู้เดียว)
แล้วทำไม Hahama ถึงกล้าตัดสินใจ "หักดิบ" ไปเน้นตู้สะสมสแตมป์แทน ? สาเหตุอาจเป็นเพราะตู้เกมระบบออนไลน์นั้น เท่าที่แอดมินเคยได้ยินมา จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของระบบ e-amusement ที่ทางผู้ประกอบการต้องจ่ายเป็นรายเดือนแยกกับค่าเน็ตต่างหากด้วย และถ้าหากไม่จ่ายตามกำหนดก็จะไม่สามารถเปิดใช้งานเครื่องได้ครับ เนื่องจากตัวเกมต้องเชื่อมต่อเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ e-amusement เท่านั้นถึงจะรันเกมได้ ถ้าถูกระงับเมื่อไหร่ก็คือใช้งานไม่ได้เลย (แอดมินเคยไปถามพนักงานที่ร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพเขาบอกมาแบบนี้) เข้าใจว่าสาเหตุที่ทาง Hahama ตัดสินใจนำตู้ Konami ออกไปเกือบทุกสาขาในต่างจังหวัด เป็นเพราะต้องการเลี่ยงรายจ่ายในส่วนนี้นั่นเองครับ เนื่องจากตู้สะสมสแตมป์ (รวมถึงตู้เครน) ไม่มีรายเดือนและไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน ความเสี่ยงในการขาดทุนเนื่องจาก "เกิดเหตุไม่คาดคิด" จึงน้อยกว่าครับ... (และด้วยเหตุนี้ เกมในแพลตฟอร์ม Konasute บน PC ทุกเกมจึงใช้โมเดลสมาชิก เพราะจะได้เก็บค่ารายเดือนจากผู้เล่น เหมือนกับที่ไปหยอดเหรียญเล่นตามตู้ ไม่ได้ขายขาดแบบ EZ2ON REBOOT: R กับ Pump It Up Rise)
แต่สิ่งที่กลายเป็นขั้วตรงข้ามก็คือ.. ทางฝั่ง Echo Games กลับเรื่มทยอยนำตู้เกม Konami รุ่นใหม่ รวมไปถึงเกมใหม่ใสกั๊ก ที่ไม่เคยเปิดให้บริการในบ้านเรามาก่อนเข้ามาด้วย เริ่มจาก Maimai DX หลังจากที่กลับมาเปิดหลังโรคระบาดจบได้ไม่นาน ต่อด้วยในปี 2023 กับตู้รุ่นใหม่ของ Beatmania IIDX (พร้อมกับปรับราคาเริ่มต้นเป็น 40 บาท) และยังได้นำ Initial D The Arcade กับ Taiko no Tatsujin: Nijiiro Version เข้ามาเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยอีกด้วย และตู้ Konami รุ่นใหม่เกมอื่นๆ หลังจากนั้นคือ Sound Voltex, GITADORA และ DDR ตามลำดับ (ซึ่งเกมหลังทาง Echo ไม่เคยมีตู้รุ่นเก่าสีขาวด้วย) ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทางฝั่ง Hahama ยังไม่มีแม้แต่ตู้เดียวเลยครับ และล่าสุดในปี 2025 ก็มีข่าวลือว่า Pop'n Music จะเป็นคิวถัดไป ! หลังจากที่ตู้รุ่นใหม่เปิดตัวในญี่ปุ่นปีเดียวกันนี้ และได้มีการแปลเมนูเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อย
ส่วนอนาคตหลังจากปี 2026 ก็เป็นที่ชัดเจนครับว่า ถ้าสายเกมจังหวะดนตรีก็ต้องมาที่ร้านในเครือ Echo Games เท่านั้น ส่วนใครที่ชอบสะสมสแตมป์แลกของรางวัลก็ต้อง Hahama (ที่แน่ๆคือ ถ้าตู้รุ่นใหม่ของ Pop'n Music มาเมื่อไหร่ แอดมินก็ขอลาขาดกับ Hahama แล้วล่ะนะ..)
และในบทความหน้า เราจะมา "what if" กันว่า ถ้าเกิดเกม Kirby's Mystery Dungeon มีออกมาจริงๆ จะเป็นรูปแบบแบบไหน รออ่านกันได้เลยครับผม 😊 (ห้วงเวลานี้ แอดมินติดเล่น Roguelike จริงๆ หลังจากติดใจกับ DCSS เล่นจบได้ 2 รอบแล้ว หลังจากตายไป 124 ครั้ง 😊)

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปปี 2011 ในช่วงนั้นเริ่มมีตู้เกมค่าย Konami เข้ามาเปิดให้บริการให้บ้านเราโดย Echo Games ซึ่งเกมที่นำเข้ามานั้นก็มีเกือบครบครับคือ..
- Jubeat copious
- Beatmania IIDX 18: Resort Anthem
- Dance Dance Revolution X2
- GITADORA V8
- Pop'n Music 18 せんごく列伝 (Sengoku Retsuden)
แต่ทั้งหมดยังไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต หรือระบบ e-amusement นะ หมายความว่าใช้บัตร e-amusement pass เล่นไม่ได้ และบัตรยังไม่มีขายในตอนนั้นด้วย ในตอนนั้นแอดมินเคยเล่น Jubeat copious ที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต (10 บาท 1 เพลง) กับ GITADORA V8 ที่เซ็นทรัลรามอินทรา (10 บาท 3 เพลงเฉพาะตู้กีตาร์; ตู้กลองดันเล่นได้แค่เพลงเดียว ?! แต่โหมด Battle เล่นได้ 4 เพลง)
จากนั้นในปี 2015 ที่เป็นปีแรกที่ e-amusement ได้เปิดให้บริการในบ้านเราอย่างเป็นทางการ โดยทาง Hahama ได้เริ่มนำ Beatmania IIDX 23: Copula กับ Dance Evolution Arcade เข้ามาลองตลาดเป็นสองเกมแรก ซึ่งทุกเกมมีค่าเล่นเริ่มต้นที่ 30 บาท (ยกเว้น Dance Evolution ที่หลังจากระบบออนไลน์ปิดตัว ได้ปรับราคาลงมาเหลือ 20 บาท เท่ากับ Danz Base) และแพงขึ้นตามโหมดเกมที่เลือกเล่น ก่อนที่จะเริ่มทยอยนำเกมอื่นๆเข้ามาในปี 2016 ซึ่งในช่วงต้นปีของปีนั้นได้มีการเปิด Location Test เกมใหม่ภายในงาน Japan Expo Thailand 2016 ด้วยนะ ส่วนรายชื่อเกมและภาคที่ได้นำไปโชว์และเปิดทดสอบมีดังนี้ครับ (เท่าที่จำได้นะ):
- Dance Dance Revolution A
- GITADORA Tri-Boost
- Sound Voltex III: Gravity Wars
- MÚSECA
ส่วนเกมที่นำเข้ามาเพิ่มหลังจากนั้น (ไม่ได้โชว์ในงาน):
Jubeat Qubell
Pop'n Music éclale
Reflec Beat 悠久のリフレシア (The Reflesia of Eternity)
DanceRush Stardom *เป็นเกมแรกที่ปรับราคาเป็น 40 บาท*
นอกจากนั้นในปี 2017 ทาง Konami ได้เข้ามาลงทุนเปิดสาขาของแผนกเกมตู้ในไทยอีกด้วย จนกระทั้ง... ในปี 2020 หลังจากที่เกิดวิกฤติการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก ประกอบกับทางร้านเกมตู้อาร์เคดได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเพื่อป้องกันการระบาดเป็นเวลานานกว่าเกือบ 2 ปี แต่รายจ่ายกลับยังมีอยู่เหมือนเดิม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากกลับมาเปิดได้ตามปกติอีกครั้งก็คือ ทาง Hahama ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ไปเน้นนำเข้าตู้เกมสะสมสแตมป์ไร้ชื่อจากจีนเข้ามาแทน โดยที่เริ่มทยอย "ลอยแพ" ตู้เกมระบบออนไลน์ฝั่งญี่ปุ่นที่ยังเปิดให้บริการอยู่แบบช้าๆ ปล่อยไปตามยถากรรม ที่เห็นได้ชัดเลยหลังจากกลับมาเปิดคือ Maimai ไม่ได้อัปเป็นภาค DX !! ทั้งที่เคยมีตู้อยู่ถึง 4 คู่ และล่าสุดในปี 2025 ที่ผ่านมาคือ Sound Voltex ไม่ได้อัปเป็นภาค 7 และไม่นำตู้รุ่นใหม่ที่รองรับภาคล่าสุดเข้ามาด้วย ส่วนเกมที่ยังคงได้ไปต่อ จะเป็นเกมที่มีระบบอัปเดตออนไลน์ในตัวอยู่แล้ว เช่น Pop'n Music หรือ DDR เป็นต้น (แต่กับ Sound Voltex นี่ถือเป็นข้อยกเว้นนะ เพราะตู้รุ่นเก่ารองรับถึงแค่ภาค 6 หรือ Exceed Gear เท่านั้น) นอกจากนั้นยังมีการนำตู้ของค่าย Konami ในร้านสาขานอกกรุงเทพออกไปเกือบทั้งหมด จนเหลือแค่ที่สาขา MBK ที่เดียว (ผมเคยโพสลงในเว็บนี้หรือยังว่า Pop'n Music เคยมีอยู่ที่เซ็นทรัลขอนแก่นด้วยนะ) และตู้ที่ MBK เองก็เริ่มมีการปรับลดจำนวนลงด้วยเช่นกัน (Beatmania IIDX กับ Pop'n Music เคยมี 2 ตู้ก็ลดเหลือแค่ตู้เดียว)
แล้วทำไม Hahama ถึงกล้าตัดสินใจ "หักดิบ" ไปเน้นตู้สะสมสแตมป์แทน ? สาเหตุอาจเป็นเพราะตู้เกมระบบออนไลน์นั้น เท่าที่แอดมินเคยได้ยินมา จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของระบบ e-amusement ที่ทางผู้ประกอบการต้องจ่ายเป็นรายเดือนแยกกับค่าเน็ตต่างหากด้วย และถ้าหากไม่จ่ายตามกำหนดก็จะไม่สามารถเปิดใช้งานเครื่องได้ครับ เนื่องจากตัวเกมต้องเชื่อมต่อเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ e-amusement เท่านั้นถึงจะรันเกมได้ ถ้าถูกระงับเมื่อไหร่ก็คือใช้งานไม่ได้เลย (แอดมินเคยไปถามพนักงานที่ร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพเขาบอกมาแบบนี้) เข้าใจว่าสาเหตุที่ทาง Hahama ตัดสินใจนำตู้ Konami ออกไปเกือบทุกสาขาในต่างจังหวัด เป็นเพราะต้องการเลี่ยงรายจ่ายในส่วนนี้นั่นเองครับ เนื่องจากตู้สะสมสแตมป์ (รวมถึงตู้เครน) ไม่มีรายเดือนและไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน ความเสี่ยงในการขาดทุนเนื่องจาก "เกิดเหตุไม่คาดคิด" จึงน้อยกว่าครับ... (และด้วยเหตุนี้ เกมในแพลตฟอร์ม Konasute บน PC ทุกเกมจึงใช้โมเดลสมาชิก เพราะจะได้เก็บค่ารายเดือนจากผู้เล่น เหมือนกับที่ไปหยอดเหรียญเล่นตามตู้ ไม่ได้ขายขาดแบบ EZ2ON REBOOT: R กับ Pump It Up Rise)
แต่สิ่งที่กลายเป็นขั้วตรงข้ามก็คือ.. ทางฝั่ง Echo Games กลับเรื่มทยอยนำตู้เกม Konami รุ่นใหม่ รวมไปถึงเกมใหม่ใสกั๊ก ที่ไม่เคยเปิดให้บริการในบ้านเรามาก่อนเข้ามาด้วย เริ่มจาก Maimai DX หลังจากที่กลับมาเปิดหลังโรคระบาดจบได้ไม่นาน ต่อด้วยในปี 2023 กับตู้รุ่นใหม่ของ Beatmania IIDX (พร้อมกับปรับราคาเริ่มต้นเป็น 40 บาท) และยังได้นำ Initial D The Arcade กับ Taiko no Tatsujin: Nijiiro Version เข้ามาเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยอีกด้วย และตู้ Konami รุ่นใหม่เกมอื่นๆ หลังจากนั้นคือ Sound Voltex, GITADORA และ DDR ตามลำดับ (ซึ่งเกมหลังทาง Echo ไม่เคยมีตู้รุ่นเก่าสีขาวด้วย) ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทางฝั่ง Hahama ยังไม่มีแม้แต่ตู้เดียวเลยครับ และล่าสุดในปี 2025 ก็มีข่าวลือว่า Pop'n Music จะเป็นคิวถัดไป ! หลังจากที่ตู้รุ่นใหม่เปิดตัวในญี่ปุ่นปีเดียวกันนี้ และได้มีการแปลเมนูเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อย
ส่วนอนาคตหลังจากปี 2026 ก็เป็นที่ชัดเจนครับว่า ถ้าสายเกมจังหวะดนตรีก็ต้องมาที่ร้านในเครือ Echo Games เท่านั้น ส่วนใครที่ชอบสะสมสแตมป์แลกของรางวัลก็ต้อง Hahama (ที่แน่ๆคือ ถ้าตู้รุ่นใหม่ของ Pop'n Music มาเมื่อไหร่ แอดมินก็ขอลาขาดกับ Hahama แล้วล่ะนะ..)
และในบทความหน้า เราจะมา "what if" กันว่า ถ้าเกิดเกม Kirby's Mystery Dungeon มีออกมาจริงๆ จะเป็นรูปแบบแบบไหน รออ่านกันได้เลยครับผม 😊 (ห้วงเวลานี้ แอดมินติดเล่น Roguelike จริงๆ หลังจากติดใจกับ DCSS เล่นจบได้ 2 รอบแล้ว หลังจากตายไป 124 ครั้ง 😊)

สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
