เกี่ยวกับเรื่องตู้รุ่นใหม่ที่อเมริกาที่เคยมีข่าวว่าแฟรนไชส์ร้านเกมเจ้าหนึ่งซื้อตู้มาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้บริการพร้อมกับญี่ปุ่นนั้น ล่าสุดได้เปิดให้บริการ(ตัดหน้าประเทศไทย)ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา 😣 โดย Round1 USA และ Ikigai Arcade และแน่นอนว่าตัวเกมมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วเรียบร้อย (สามารถเลือกได้ 3 ภาษาตอนเข้าเกมคือ ญี่ปุ่น อังกฤษ และเกาหลี) แต่ชื่อตัวละครบางตัว (เช่นสาวๆ Hinatabi♪ ทั้งวง) กับชื่อเพลงยังเป็นญี่ปุ่นอยู่เหมือนเดิมนะ
แต่ดูทรงบ้านเราแล้ว ท่าทาง Echo คงจะไม่สนใจนำเข้ามาแน่ๆ (อย่าลืมนะว่าแค่ "พิจารณา" เท่านั้น ไม่ใช่ "ยืนยันจะนำเข้ามา") หลักๆเป็นเพราะยอดสมาชิกกลุ่มเกมนี้ทาง Facebook นั้น ค่อนข้างน้อยกว่ากลุ่มของเกมอื่นในแนวเดียวกันนั่นเองครับ 😭 (เกมอื่นมีสมาชิกเป็นพัน แต่เกมนี้แค่หลักร้อยต้นๆเท่านั้น) ที่แอดฯคิดแบบนั้น เพราะซีรี่ส์อนิเมะอย่าง Pretty Cure/Precure ก็เห็นมีหลายคนรีเควส LC ไปตามเพจสตรีมมิ่งเจ้าต่างๆเยอะอยู่เหมือนกัน (โดยเฉพาะ การ์ตูนคลับ กับ DEX) แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเจ้าไหนนำเข้ามาฉาย เพราะยอดผู้ติดตามกลุ่มของเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย เลยกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ไม่มีค่ายไหนอยาก "เสี่ยงขาดทุน" 😭
ที่มา: https://zenius-i-vanisher.com/
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Arcade แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Arcade แสดงบทความทั้งหมด
30 มีนาคม 2569
ข่าวไม่ล่าไม่แรง ตู้ Pop'n Music รุ่นใหม่เปิดให้บริการที่อเมริกาแล้วเรียบร้อย
14 กุมภาพันธ์ 2569
ข่าวร้าย ตู้เกม Pop'n Music ที่ร้าน Let's Play @ MBK ยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วครับ 😭
มีข่าวร้ายมาแจ้งให้ทราบสำหรับแฟนเกม Pop'n Music ชาวไทยทุกท่านครับ
ขณะนี้ตู้เกม Pop'n Music (รุ่นเก่า)ตู้สุดท้ายในประเทศไทยที่ร้าน Let's Play ณ ห้าง MBK Center ได้ถูกยกออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ 😭
ซึ่งก็หมายความว่านับจากนี้ ต้องรอตู้รุ่นใหม่ของภาค High☆Cheers!! ที่ชื่อ Pikapika Pop-kun Model มาลงที่ร้าน EX10 MUSICPOD สถานเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆคือ ตอนนี้ที่อเมริกาเองก็มีการสั่งซื้อตู้รุ่นใหม่มาเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เปิดให้บริการพร้อมกับญี่ปุ่น และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปิด เพราะต้องรอไฟเขียวจากทาง Konami ก่อน ตามความเข้าใจของแอดมินคือ คาดว่าทาง Echo คงซื้อตู้มาแล้วเช่นกัน เพียงต้องรอไฟเขียวจาก Konami เท่านั้น... (มีคนเข้าไปรีเควสในเพจเยอะขนาดนี้ ไม่ซื้อก็บ้าแล้วครับ)
ส่วนเหตุผลของการปิดให้บริการก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการที่ตู้รุ่นเก่าทั้งหมด ทั้ง SD และ HD Model ไม่รองรับภาค High☆Cheers!! ขึ้นไปนั่นเองครับ ซึ่งที่จริงตู้ที่ร้าน Let's Play "จอดำ" มาตั้งแต่วันแรกที่อัปเป็นภาค High☆Cheers!! แล้ว (18 ธันวาคม 2025) แต่เพิ่งนำออกไป (พร้อมกับ SDVX และ IIDX) เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง แต่แอดฯเพิ่งมาทราบข่าวในเดือนกุมภาฯจากสมาชิกในกลุ่ม Pop'n Music Gamers -Thailand- (เป็นเพราะแอดฯไม่ค่อยได้เข้าไปเช็คพวกกลุ่มพูดคุยใน Facebook เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปสิงประจำอยู่ใน LINE กับ Discord มากกว่า ขออภัยด้วยครับ 🙏)
และหมายความว่า ณ ตอนนี้หากใครที่อยากเล่นระหว่างรอตู้รุ่นใหม่มาลงที่ EX10 ก็เหลือเพียงช่องทางเดียวที่ "ถูกลิขสิทธิ์" คือ Pop'n Music Lively บน PC ครับ เป็นแบบเก็บค่าสมาชิกรายเดือน ตกเดือนละ 400 บาท และยังมีเพลง DLC ที่ต้องซื้อเพิ่มอีกชุดละประมาณ 800 บาท (แพงกว่าของ DJMAX กับ EZ2ON อีก) แต่ข้อเสียคือ ตัดเน็ตเล่นไม่ได้ และไม่มีโหมด 2 คน หรือ BATTLE MODE นะ ซึ่งถ้าใครชอบเล่น 2 คนประจำ (แบบแอดมิน) ก็คงต้องหาภาคเก่าของ PS2 มาเล่นแทนล่ะครับ.. (แอดมินขอไม่ชี้ช่องทาง "AC เถื่อน" แล้วกัน)
สุดท้ายนี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆ Pop'n Music ชาวไทยด้วยครับ ที่(อาจจะ)ไม่มีโอกาสได้เล่นภาคใหม่อีกแล้ว 😭
ขณะนี้ตู้เกม Pop'n Music (รุ่นเก่า)ตู้สุดท้ายในประเทศไทยที่ร้าน Let's Play ณ ห้าง MBK Center ได้ถูกยกออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ 😭
ซึ่งก็หมายความว่านับจากนี้ ต้องรอตู้รุ่นใหม่ของภาค High☆Cheers!! ที่ชื่อ Pikapika Pop-kun Model มาลงที่ร้าน EX10 MUSICPOD สถานเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆคือ ตอนนี้ที่อเมริกาเองก็มีการสั่งซื้อตู้รุ่นใหม่มาเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เปิดให้บริการพร้อมกับญี่ปุ่น และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปิด เพราะต้องรอไฟเขียวจากทาง Konami ก่อน ตามความเข้าใจของแอดมินคือ คาดว่าทาง Echo คงซื้อตู้มาแล้วเช่นกัน เพียงต้องรอไฟเขียวจาก Konami เท่านั้น... (มีคนเข้าไปรีเควสในเพจเยอะขนาดนี้ ไม่ซื้อก็บ้าแล้วครับ)
ส่วนเหตุผลของการปิดให้บริการก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการที่ตู้รุ่นเก่าทั้งหมด ทั้ง SD และ HD Model ไม่รองรับภาค High☆Cheers!! ขึ้นไปนั่นเองครับ ซึ่งที่จริงตู้ที่ร้าน Let's Play "จอดำ" มาตั้งแต่วันแรกที่อัปเป็นภาค High☆Cheers!! แล้ว (18 ธันวาคม 2025) แต่เพิ่งนำออกไป (พร้อมกับ SDVX และ IIDX) เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง แต่แอดฯเพิ่งมาทราบข่าวในเดือนกุมภาฯจากสมาชิกในกลุ่ม Pop'n Music Gamers -Thailand- (เป็นเพราะแอดฯไม่ค่อยได้เข้าไปเช็คพวกกลุ่มพูดคุยใน Facebook เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปสิงประจำอยู่ใน LINE กับ Discord มากกว่า ขออภัยด้วยครับ 🙏)
และหมายความว่า ณ ตอนนี้หากใครที่อยากเล่นระหว่างรอตู้รุ่นใหม่มาลงที่ EX10 ก็เหลือเพียงช่องทางเดียวที่ "ถูกลิขสิทธิ์" คือ Pop'n Music Lively บน PC ครับ เป็นแบบเก็บค่าสมาชิกรายเดือน ตกเดือนละ 400 บาท และยังมีเพลง DLC ที่ต้องซื้อเพิ่มอีกชุดละประมาณ 800 บาท (แพงกว่าของ DJMAX กับ EZ2ON อีก) แต่ข้อเสียคือ ตัดเน็ตเล่นไม่ได้ และไม่มีโหมด 2 คน หรือ BATTLE MODE นะ ซึ่งถ้าใครชอบเล่น 2 คนประจำ (แบบแอดมิน) ก็คงต้องหาภาคเก่าของ PS2 มาเล่นแทนล่ะครับ.. (แอดมินขอไม่ชี้ช่องทาง "AC เถื่อน" แล้วกัน)
สุดท้ายนี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆ Pop'n Music ชาวไทยด้วยครับ ที่(อาจจะ)ไม่มีโอกาสได้เล่นภาคใหม่อีกแล้ว 😭
15 พฤศจิกายน 2568
[Pop'n Music High☆Cheers!!] ของฝากจากงาน AMUSEMENT EXPO 2025 ครับ
ไม่ต้องรออะไรครับ มาดูภาพจากตู้โมเดล 2025 กันแบบเต็มๆเลย
หน้าแรก ดูคล้ายกับของ FNFxPNM Demo Mod เลย 😮
หน้าเลือกเพลงโฉมใหม่ ที่ดูยังไงก็คล้าย FNF ชัดๆ
สังเกตว่าเกรดมีตัว "+" ห้อยท้ายเหมือน DDR ด้วย
และความเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมของเกมภาคนี้ นอกจากที่เคยกล่าวถึงเมื่อคราวก่อน
UPDATE: 2025/12/09
- โหมดใหม่ เล่นด้วยปุ่มรูปตัว Pop-kun สองปุ่มที่เพิ่มมาใหม่ (มีเฉพาะตู้รุ่นใหม่เท่านั้น)
- โหมดใหม่ EXTRA MODE เพิ่มโน้ตปุ่มตัว Pop-kun แทรกเข้ามาระหว่างเลน 9 ปุ่ม (คล้ายกับ Side Track ของ DJMAX RESPECT V) (มีเฉพาะตู้รุ่นใหม่เท่านั้น)
- กราฟิกของตัวละครทั้งหมด ได้รับการรีมาสเตอร์ใหม่ ดูคมชัดกว่าเดิม
- มีข้อมูลตัวละครในหน้าเลือกตัวด้วย และตัวละครจากภาคเก่าก่อนหน้า Pop'n Music Lapistoria ทั้งหมด มีข้อความแนะนำตัวครบทั้งหมดแล้ว (อยากรู้จริงๆเลยว่า Roco*Moco คืออะไร หวังว่าคงไม่ใช่ "Let's Air Ride!" หรอกนะ ฮ่าๆ)
- เกรดมีระดับ "+" ห้อยท้ายเหมือน DDR
- หากเพลงมีค่า BPM สองระดับ จะมีการแสดง % ของทั้งสองระดับให้ดูด้วย เพื่อป้องกันการ "ถูกหลอก" การตั้ง HI-SPEED ในบางเพลง
- หากเลือกใช้สกินโน้ต BEAT POP จะมีการเปลี่ยนหน้าตา UI ระหว่างเล่นให้ดูคล้ายกับ IIDX ด้วย
- สามารถเปิด-ปิดโน้ตยาวได้ (คล้ายกับ FREEZE ของ DDR); แต่ถ้าปิดจะไม่สามารถบันทึกคะแนนได้ และการันตีเหรียญ EASY CLEAR ในทุกกรณี ถึงแม้จะเก็บ FULL COMBO ได้ก็ตาม
- เพิ่มออฟชั่นใหม่ ROOF (คล้ายกับ SUDDEN+ ของ IIDX ดันเลนโน้ตให้เตี้ยลง; คาดว่าอาจจำเป็นต้องเปิดเพราะจอใหญ่ขึ้น)
ที่มา: https://popnmusic.fandom.com/wiki/Pop%27n_Music_High%E2%98%86Cheers!!
ปล. และปิดท้ายด้วย... ไม่เกี่ยวกันครับ แค่บังเอิญวางจำหน่ายวันนี้พอดีเลย 😋 (ช่วงนี้กระแส Kirby มาแรงจริงๆ)
หน้าแรก ดูคล้ายกับของ FNFxPNM Demo Mod เลย 😮
หน้าเลือกเพลงโฉมใหม่ ที่ดูยังไงก็คล้าย FNF ชัดๆ
สังเกตว่าเกรดมีตัว "+" ห้อยท้ายเหมือน DDR ด้วย
และความเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมของเกมภาคนี้ นอกจากที่เคยกล่าวถึงเมื่อคราวก่อน
UPDATE: 2025/12/09
- โหมดใหม่ เล่นด้วยปุ่มรูปตัว Pop-kun สองปุ่มที่เพิ่มมาใหม่ (มีเฉพาะตู้รุ่นใหม่เท่านั้น)
- โหมดใหม่ EXTRA MODE เพิ่มโน้ตปุ่มตัว Pop-kun แทรกเข้ามาระหว่างเลน 9 ปุ่ม (คล้ายกับ Side Track ของ DJMAX RESPECT V) (มีเฉพาะตู้รุ่นใหม่เท่านั้น)
- กราฟิกของตัวละครทั้งหมด ได้รับการรีมาสเตอร์ใหม่ ดูคมชัดกว่าเดิม
- มีข้อมูลตัวละครในหน้าเลือกตัวด้วย และตัวละครจากภาคเก่าก่อนหน้า Pop'n Music Lapistoria ทั้งหมด มีข้อความแนะนำตัวครบทั้งหมดแล้ว (อยากรู้จริงๆเลยว่า Roco*Moco คืออะไร หวังว่าคงไม่ใช่ "Let's Air Ride!" หรอกนะ ฮ่าๆ)
- เกรดมีระดับ "+" ห้อยท้ายเหมือน DDR
- หากเพลงมีค่า BPM สองระดับ จะมีการแสดง % ของทั้งสองระดับให้ดูด้วย เพื่อป้องกันการ "ถูกหลอก" การตั้ง HI-SPEED ในบางเพลง
- หากเลือกใช้สกินโน้ต BEAT POP จะมีการเปลี่ยนหน้าตา UI ระหว่างเล่นให้ดูคล้ายกับ IIDX ด้วย
- สามารถเปิด-ปิดโน้ตยาวได้ (คล้ายกับ FREEZE ของ DDR); แต่ถ้าปิดจะไม่สามารถบันทึกคะแนนได้ และการันตีเหรียญ EASY CLEAR ในทุกกรณี ถึงแม้จะเก็บ FULL COMBO ได้ก็ตาม
- เพิ่มออฟชั่นใหม่ ROOF (คล้ายกับ SUDDEN+ ของ IIDX ดันเลนโน้ตให้เตี้ยลง; คาดว่าอาจจำเป็นต้องเปิดเพราะจอใหญ่ขึ้น)
ที่มา: https://popnmusic.fandom.com/wiki/Pop%27n_Music_High%E2%98%86Cheers!!
ปล. และปิดท้ายด้วย... ไม่เกี่ยวกันครับ แค่บังเอิญวางจำหน่ายวันนี้พอดีเลย 😋 (ช่วงนี้กระแส Kirby มาแรงจริงๆ)
7 พฤศจิกายน 2568
[Pop'n Music High☆Cheers!!] โหมดใหม่เฉพาะตู้โมเดลใหม่เท่านั้น!
ไม่ได้อัปเดตข่าวของเกม Pop'n Music มานานเลยนะครับ จนหลายท่านอาจจะคิดว่าแอดมินสนใจแต่ Kirby อย่างเดียวจนทิ้ง Pop'n ไปแล้วเหรอ? ยังครับ ยังเล่นอยู่เหมือนเดิมทุกวัน เพียงแต่ช่วงหลังๆนี้กระแส Kirby มาแรงมากจริงๆ
และสรุปแล้วภาคล่าสุดนี้มีชื่อว่า Pop'n Music High☆Cheers!! นะครับ แต่ในส่วนของชื่อของตู้รุ่นใหม่นั้นยังคงไม่เปิดเผยเช่นเดิม... โดยภาคใหม่มีกำหนดปล่อยอัปเดตในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และภาคนี้จะเป็นภาคแรกที่ยุติการสนับสนุนตู้รุ่นแรกสุดที่เป็นจอตู้ CRT อย่างเป็นทางการ หมายความว่าตู้รุ่น CRT จะอัปได้จนถึงแค่ Jam&Fizz เท่านั้น (ที่มา: https://img.konami.com/ir/en/ir-data/meeting/2025/en1030_d86ne2.pdf)
เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า.. ใครที่คิดว่าโหมด 9 ปุ่มยากเกินไป ลองเล่นแบบ 2 ปุ่มแทนดู! ซึ่งในโหมดนี้จะเปิดให้เล่นเฉพาะตู้โมเดลใหม่เท่านั้นนะครับ เนื่องจากต้องใช้ปุ่มใหม่ที่เป็นตัว Pop-kun ที่เพิ่มมาเฉพาะตู้รุ่นนี้นั่นเอง
https://x.com/popn_team/status/1986725264974643338
ปล.1 ถ้าพลิกเป็นแนวนอน ก็คือ Muse Dash ดีๆนี่เอง 😥
ปล.2 ถ้าปุ่ม Pop-kun ทั้งสองใช้เล่นในโหมด 9 ปุ่มด้วย คล้ายๆ Side Note ใน DJMax Respect V บอกได้คำเดียวว่า มันส์หยด ครับ 😉
และสรุปแล้วภาคล่าสุดนี้มีชื่อว่า Pop'n Music High☆Cheers!! นะครับ แต่ในส่วนของชื่อของตู้รุ่นใหม่นั้นยังคงไม่เปิดเผยเช่นเดิม... โดยภาคใหม่มีกำหนดปล่อยอัปเดตในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และภาคนี้จะเป็นภาคแรกที่ยุติการสนับสนุนตู้รุ่นแรกสุดที่เป็นจอตู้ CRT อย่างเป็นทางการ หมายความว่าตู้รุ่น CRT จะอัปได้จนถึงแค่ Jam&Fizz เท่านั้น (ที่มา: https://img.konami.com/ir/en/ir-data/meeting/2025/en1030_d86ne2.pdf)
เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า.. ใครที่คิดว่าโหมด 9 ปุ่มยากเกินไป ลองเล่นแบบ 2 ปุ่มแทนดู! ซึ่งในโหมดนี้จะเปิดให้เล่นเฉพาะตู้โมเดลใหม่เท่านั้นนะครับ เนื่องจากต้องใช้ปุ่มใหม่ที่เป็นตัว Pop-kun ที่เพิ่มมาเฉพาะตู้รุ่นนี้นั่นเอง
https://x.com/popn_team/status/1986725264974643338
ปล.1 ถ้าพลิกเป็นแนวนอน ก็คือ Muse Dash ดีๆนี่เอง 😥
ปล.2 ถ้าปุ่ม Pop-kun ทั้งสองใช้เล่นในโหมด 9 ปุ่มด้วย คล้ายๆ Side Note ใน DJMax Respect V บอกได้คำเดียวว่า มันส์หยด ครับ 😉
3 ตุลาคม 2568
Pop'n Music ภาคต่อไปจะมาในธีม "กีฬา" และภาพไอคอนตัวละครฉบับรีมาสเตอร์ ?!
ก็เป็นที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่า Pop'n Music ภาคต่อไปจะมาในธีม กีฬา จากการเปิดตัวอีเวนท์ pop'n Cheers! Project
และดูจากลักษณะไอคอนตัวละครที่โพสลงในเอ็กซ์ ก็คงพอเดาได้ว่าภาคนี้จะรันที่ความละเอียด 1080 บนตู้โมเดลใหม่อย่างแน่นอน (เดิม 720) เพราะไอคอนดูคมชัดว่าที่เคยลงในเพจ BEMANI Fansite ค่อนข้างมาก
ปล. ว่าแต่ ทาง Echo Games จะเอาตู้เข้ามาใน พ.ศ. ไหนกัน
และดูจากลักษณะไอคอนตัวละครที่โพสลงในเอ็กซ์ ก็คงพอเดาได้ว่าภาคนี้จะรันที่ความละเอียด 1080 บนตู้โมเดลใหม่อย่างแน่นอน (เดิม 720) เพราะไอคอนดูคมชัดว่าที่เคยลงในเพจ BEMANI Fansite ค่อนข้างมาก
ปล. ว่าแต่ ทาง Echo Games จะเอาตู้เข้ามาใน พ.ศ. ไหนกัน
22 กันยายน 2568
กำหนดวันปล่อย Pop'n Music ภาคใหม่ "อย่างไม่เป็นทางการ" ครับ
หลังจากที่ทาง Konami ได้เปิดให้ทดลอง Location Test ไปเมื่อช่วงกรกฎาคม และก็ได้มีข่าวลือว่าทาง Echo Games เตรียมจะนำตู้ Pop'n Music รุ่นใหม่มาลงในไทยที่ MBK เป็นที่แรกนั้น (ถ้ามาจริง จะเลิกไปร้าน Let's Play ถาวรเลย)
ขณะนี้ทาง Konami ได้ "หลุด" ข้อมูลผ่านโปสเตอร์ในญี่ปุ่นว่า ภาคใหม่ที่มาพร้อมกับตู้โมเดลใหม่นั้น จะปล่อยออกมาในเดือน มกราคม ปี 2026 แต่ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัด
โปรดติดตามข่าวต่อๆไป~ 😣
ขณะนี้ทาง Konami ได้ "หลุด" ข้อมูลผ่านโปสเตอร์ในญี่ปุ่นว่า ภาคใหม่ที่มาพร้อมกับตู้โมเดลใหม่นั้น จะปล่อยออกมาในเดือน มกราคม ปี 2026 แต่ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัด
โปรดติดตามข่าวต่อๆไป~ 😣
14 สิงหาคม 2568
สรุปการเปลี่ยนแปลงของเกม Pop'n Music ในภาคใหม่ครับ
ภาพจาก https://x.com/famitsu
- ชื่อของแนวเพลง กลับมาแล้ว ยกเว้นเพลงลิขสิทธิ์ (ภาคล่าสุดที่มีคือ Sunny Park)
- ลักษณะอนิเมชั่นของตัวละครเปลี่ยนแปลงใหม่ เป็นลักษณะคล้ายกับเกม Friday Night Funkin' คือ แขน-ขา และส่วนต่างๆของร่างกาย สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล คล้ายกับอนิเมชั่นของโมเดล 3D (เฉพาะตัวละครจากภาคใหม่เท่านั้น)
- พื้นที่แสดงผลของตัวละครทั้งสองฝั่งใหญ่ขึ้น
- รูปตัวละครในหน้าเมนูสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย (* ไม่นับภาค Lapistoria ที่ตัวละครเปลี่ยนแปลงท่าทางของ "ภาพนิ่ง" ได้นะ)
- เพิ่มเมนูภาษาอังกฤษเข้ามาแล้วเรียบร้อย โดยสามารถเลือกภาษาของเมนูได้ 3 ภาษา คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และอังกฤษ
* อนึ่ง เมนูภาษาเกาหลีนั้น มีมาตั้งแต่ภาค Lapistoria แล้ว แต่มีแค่เฉพาะตู้ที่เปิดให้บริการในเกาหลีใต้เท่านั้น โดยไม่มีภาษาญี่ปุ่นให้เลือกเปลี่ยนแต่อย่างใด
- ระดับ EASY เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น LIGHT
- เพิ่มตัวเลือก JUDGE ADJUST จากภาค Lively ไว้สำหรับปรับความหน่วงของจังหวะการกด (ได้ตั้งเป็น +0.30/+3 ที่ถนัดจาก IIDX/SDVX ซะที)
- เพิ่มตัวเลือก LANE TYPE สำหรับเปลี่ยนรูปแบบของ HUD ระหว่างเล่น ระหว่างแบบใหม่ (NORMAL) กับแบบเก่า (SLIM)
- ตัวโน้ต Pop-kun ปรับเปลี่ยนใหม่
ทั้งนี้ก็คงต้องรอลุ้นกันว่าบ้านเราจะมีโอกาสได้เล่นตู้รุ่นใหม่ไหม หลังจากมีข่าวว่า มีหลายท่านรีเควสไปหาเพจ Echo Games ทางหลังไมค์ แทบทุกวันเลยก็ว่าได้
ที่มา:
https://remywiki.com/AC_pnm_2025
https://popnmusic.fandom.com/wiki/Pop%27n_Music_(2025_game)
11 กรกฎาคม 2568
Pop'n Music เปิดตัวตู้รุ่นใหม่ในเกมภาคต่อไป!!
ต้องขออภัยด้วยที่ช่วงนี้อาจจะมาอัปเดตข่าวช้าไปนิดนึง เนื่องจากแอดมินกำลังยุ่งๆ อยู่กับเรื่องธุรกิจร้านอาหารที่บ้านใหม่ครับ...
ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ครับ ดูรูปโปรโมทเลย
ว่าแต่ทาง Echo Games จะสนใจนำเข้ามาลงที่ร้าน EX10 MUSICPOD สาขา MBK ไหมนี่?! (โหมดธรรมดาอัปเป็น 40 บาทก็จะเล่น ... จะมาเล่นแทนร้านคู่แข่งเลยด้วยซ้ำ)
ที่มา: https://x.com/popn_team/status/1941338265602465861
ปล. "Roco Air Riders" ต้องมาแล้วล่ะ...
28 ธันวาคม 2566
ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2023
สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
ในปี 2023 นี้วงการเกมอาร์เคดได้กลับมาครึกครื้นกันอีกครั้งหลังจากที่สาหัสจากวิกฤติ COVID-19 มาหลายปี ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้ทาง Hahama ได้ทำการปิดปรับปรุงร้านเกม Hero City สาขา MBK ใหม่ กลายเป็น Let's Play แทน ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนโฉมใหม่แล้วนั้น ยังมีตู้เกมใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกเพียบด้วย และได้เปลี่ยนระบบจากเหรียญโทเคนมาเป็นบัตรเติมเงินแล้ว (แบบเดียวกับโซน Food Court) แต่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ตู้เกมที่เปิดให้บริการใหม่นั้นล้วนเป็นเกมแจกสแตมป์จากจีนแทบทุกเกม! ไม่มีเกมใหม่จากฝั่งญี่ปุ่นเลย รวมไปถึงตู้ Maimai ที่ยังคงเป็นภาคเก่าเช่นเดิม ไม่มีการอัปเดตภาคใหม่ตามร้านคู่แข่งแต่อย่างใด มีเพียงแค่ Pump It Up กับเกมจังหวะของ Konami/Bemani เท่านั้นที่ยังคงได้รับการอัปเดตภาคใหม่อยู่ แต่สภาพปุ่มของแต่ละเกมก็ถือว่าเริ่มไม่สู้ดีแล้วเช่นกัน เรียกได้ว่าหากดูจากสถานการณ์ในปีนี้ทาง Hahama แทบจะถอนตัวออกจากตู้เกมออนไลน์ 100% แล้วล่ะนะ...
ส่วนทางฝั่ง Echo Games ที่มีร้านอยู่ในห้างเดียวกันคือ eX10 Karaoke & Games ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเกมเมอร์สายอาร์เคดชาวไทยถึง 2 ครั้งด้วยกัน เริ่มที่ตู้ Beatmania IIDX รุ่น Lightning Model ที่ได้นำเข้ามาเปิดให้บริการในเดือนกันยายนเป็นที่แรกและที่เดียวในไทย ซึ่งความพิเศษของตู้รุ่นนี้คือ แสงสีของตู้ที่ดูสะดุดตา หน้าจอหลักรีเฟรชเรต 120 Hz หน้าจอรองแบบสัมผัสสำหรับใช้งานตัวเลือกพิเศษ และมีเพลงพิเศษที่สามารถเล่นได้จากตู้รุ่นใหม่นี้เท่านั้น (แต่ตัว Arcade PC สามารถใช้ DLL Patcher เพื่อเอาเพลงของโฟลเดอร์ LM มาเล่นกับตัวเกมรุ่นปกติได้นะ อิอิ) และค่าเล่นในทุกโหมดที่แพงกว่าตู้รุ่นปกติ 10 บาท นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมทาง Echo Games ยังได้นำ Initial D: The Arcade มาเปิดให้บริการอีกด้วย ซึ่งถือว่ามาได้จังหวะเดียวกันกับที่อนิเมะ MF Ghost ที่เป็นภาคต่อของ Initial D เริ่มฉายตอนแรกพอดิบพอดีเลย!
ว่าแต่... เมื่อไหร่ร้าน eX10 จะเอาตู้ Pop'n Music เข้ามานะ?! (ถ้าเข้ามาเมื่อไหร่แอดมินจะไปเล่นแทน Let's Play เลย!!)
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ หรือถ้าใครอยากดูแอดมินเล่น Pop'n Music ชาร์ตระดับ 40+ ก็มาเจอได้ที่ MBK นะ 😊

7 ตุลาคม 2566
【Pop'n Star Maker】 MISSION START!
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2021 แอดมินได้เคลียร์ระบบปลดล็อคของภาค 19 ไป คราวนี้ก็มาถึงคิวของภาค 23 แล้วครับ!!
นอกเรื่องนิดหนึ่ง Pop'n Music éclale เป็นเกมภาคแรกที่ได้มาเปิดให้บริการ "อย่างเป็นทางการ" ในประเทศไทย ซึ่งที่จริงก่อนหนัานั้นก็เคยมีตู้เข้ามาตั้งครั้งหนึ่งแล้วช่วงปี 2011 ที่ห้าง เดอะมอลล์ท่าพระ กับภาค 18 แต่ว่าในตอนนั้นยังไม่มีระบบออนไลน์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ยังใช้บัตร e-AMUSEMENT PASS ในการเล่นไม่ได้นั่นเองครับ กว่าจะใช้บัตรได้ต้องรอไปอีก 5 ปีให้หลัง กับปี 2016
กลับเข้าเรื่องดีกว่า สำหรับระบบปลดล็อคของภาคนี้จะเป็นโหมดพิเศษที่มีมาให้เล่นหลังจบเพลงสุดท้าย เรียกว่า Pop'n Star Maker (ポップン スター メーカー) ซึ่งการจะเล่นโหมดนี้ได้ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้บัตร e-AMUSEMENT PASS ในการเล่นด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นหมดสิทธิ (หากเล่นโดยไม่ใช้บัตร เกมจะจบลงทันทีหลังเล่นเพลงสุดท้ายจบ)

แล้วโหมดนี้มันเล่นยังไงล่ะ?? หลังจากที่เล่นเพลงสุดท้ายจบแล้ว (Stage 3 หรือ Extra Stage) จะเข้าสู่โหมด Pop'n Star Maker ในทันที โดยเมื่อเข้ามาจะมี Area หรือ "ด่าน" ต่างๆ ให้เลือก ซึ่งจะเลือกเข้าอันไหนก่อนก็ได้ และเมื่อเลือกด่านแล้วก็จะเริ่มการต่อสู้กับตัวละครภายในด่านนั้นๆ ทันที ซึ่งการต่อสู้ในที่นี้คือการดวล "เหรียญตรา" โดยใช้เหรียญตราที่เป็นรูปตัวละครต่างๆ เข้าโจมตีคู่แข่ง ส่วนจะทำดาเมจได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระดับเลเวลของเหรียญตราและผลจากสกิลประจำเหรียญนั้นๆ ซึ่งแต่ละเหรียญจะมีสกิลที่แตกต่างกัน และการโจมตีจะเกิดขึ้นเฉพาะฝั่งผู้เล่นเท่านั้น ไม่มีการโจมตีกลับโดยคู่แข่งแต่อย่างใด

เมื่อจบการต่อสู้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็จะได้รับเงิน Lumina และค่า EXP ของเหรียญตราเป็นรางวัล และหากสามารถลด HP ของคู่แข่งจนหมดก็จะได้รับเหรียญตราของตัวละครนั้นๆ และหากตัวละครนั้นๆ มีเพลงใหม่ในภาค 23 ก็จะเป็นการปลดล็อดเพลงนั้นๆ ไปโดยปริยายอีกด้วย
หลังเสร็จสิ้นการดวลเหรียญตรา ก็จะพบกับตัวเลือกอีก 3 อย่างคือ

- Medal Select: ติดตั้งและเปลี่ยนเหรียญตราที่ใช้งานในการต่อสู้ครั้งถัดไป
- Star Factory: ร้านค้าสำหรับนำ Lumina มาซื้อเพลงและชาร์ต EX ของเพลงต่างๆ
- Finish: จบเกม
ทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ ก็เอาเป็นว่า พบกันใหม่คราวหน้าครับ ^ ^)/
--------------------------------------------------------------------------------
นอกเรื่องนิดหนึ่ง Pop'n Music éclale เป็นเกมภาคแรกที่ได้มาเปิดให้บริการ "อย่างเป็นทางการ" ในประเทศไทย ซึ่งที่จริงก่อนหนัานั้นก็เคยมีตู้เข้ามาตั้งครั้งหนึ่งแล้วช่วงปี 2011 ที่ห้าง เดอะมอลล์ท่าพระ กับภาค 18 แต่ว่าในตอนนั้นยังไม่มีระบบออนไลน์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ยังใช้บัตร e-AMUSEMENT PASS ในการเล่นไม่ได้นั่นเองครับ กว่าจะใช้บัตรได้ต้องรอไปอีก 5 ปีให้หลัง กับปี 2016
กลับเข้าเรื่องดีกว่า สำหรับระบบปลดล็อคของภาคนี้จะเป็นโหมดพิเศษที่มีมาให้เล่นหลังจบเพลงสุดท้าย เรียกว่า Pop'n Star Maker (ポップン スター メーカー) ซึ่งการจะเล่นโหมดนี้ได้ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้บัตร e-AMUSEMENT PASS ในการเล่นด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นหมดสิทธิ (หากเล่นโดยไม่ใช้บัตร เกมจะจบลงทันทีหลังเล่นเพลงสุดท้ายจบ)

แล้วโหมดนี้มันเล่นยังไงล่ะ?? หลังจากที่เล่นเพลงสุดท้ายจบแล้ว (Stage 3 หรือ Extra Stage) จะเข้าสู่โหมด Pop'n Star Maker ในทันที โดยเมื่อเข้ามาจะมี Area หรือ "ด่าน" ต่างๆ ให้เลือก ซึ่งจะเลือกเข้าอันไหนก่อนก็ได้ และเมื่อเลือกด่านแล้วก็จะเริ่มการต่อสู้กับตัวละครภายในด่านนั้นๆ ทันที ซึ่งการต่อสู้ในที่นี้คือการดวล "เหรียญตรา" โดยใช้เหรียญตราที่เป็นรูปตัวละครต่างๆ เข้าโจมตีคู่แข่ง ส่วนจะทำดาเมจได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระดับเลเวลของเหรียญตราและผลจากสกิลประจำเหรียญนั้นๆ ซึ่งแต่ละเหรียญจะมีสกิลที่แตกต่างกัน และการโจมตีจะเกิดขึ้นเฉพาะฝั่งผู้เล่นเท่านั้น ไม่มีการโจมตีกลับโดยคู่แข่งแต่อย่างใด

เมื่อจบการต่อสู้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็จะได้รับเงิน Lumina และค่า EXP ของเหรียญตราเป็นรางวัล และหากสามารถลด HP ของคู่แข่งจนหมดก็จะได้รับเหรียญตราของตัวละครนั้นๆ และหากตัวละครนั้นๆ มีเพลงใหม่ในภาค 23 ก็จะเป็นการปลดล็อดเพลงนั้นๆ ไปโดยปริยายอีกด้วย
หลังเสร็จสิ้นการดวลเหรียญตรา ก็จะพบกับตัวเลือกอีก 3 อย่างคือ

- Medal Select: ติดตั้งและเปลี่ยนเหรียญตราที่ใช้งานในการต่อสู้ครั้งถัดไป
- Star Factory: ร้านค้าสำหรับนำ Lumina มาซื้อเพลงและชาร์ต EX ของเพลงต่างๆ
- Finish: จบเกม
ทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ ก็เอาเป็นว่า พบกันใหม่คราวหน้าครับ ^ ^)/
--------------------------------------------------------------------------------
![]() |
| ถ้าไม่อยากดวล Battle Mode กับแอดมิน จะมาดวล Kirby Battle Royale แทนก็ได้นะ ^_^ (ชอบเล่น Sleep มากๆ) |
3 ธันวาคม 2565
วิธีการลงทะเบียนบัตร e-Amusement Pass สำหรับเกม Pop'n Music
สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
เนื่องจากมีหลายท่านถามกันเข้ามาในกลุ่ม LINE เยอะเลยว่า ทำยังไงถึงจะสร้างไอดี(ลงทะเบียนบัตร)ของเกม Pop'n Music ได้ เนื่องจากมีปัญหาตรงที่คำอธิบายในขั้นตอนของการลงทะเบียน มันเป็นภาษาญี่ปุ่นแทบทั้งหมด! ในขณะที่เกมอื่นๆ นั้น (SDVX, IIDX, DDR, ฯลฯ) รองรับภาษาอังกฤษกันหมดแล้ว (มีแค่ Pop'n เกมเดียวนี่แหละที่ทางโคนามิยังไม่อัปเดตให้รองรับภาษาอังกฤษแบบเกมอื่นซะที)
เอาล่ะ มาดูกันว่าเกมนี้เขาลงทะเบียนบัตรผู้เล่นกันยังไงนะ
เมื่อมาถึงหน้าตู้เกมแล้ว ให้แตะบัตร e-Amusement Pass ของท่าน (หรือบัตรของค่ายอื่นที่รองรับ Amusement IC) ที่จุดอ่านบัตรที่อยู่ตรงใต้จอข้างๆ แป้นตัวเลขได้เลยครับ (ไม่จำเป็นต้องหยอดเหรียญก่อน เพราะหลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียน(หรือใส่ PIN ในกรณีที่เคยลงทะเบียน)แล้ว เกมจะขอให้เราหยอดเหรียญอีกที)
จากนั้นเกมจะขึ้นรายละเอียดข้อตกลงการใช้บริการสมาชิก ให้เลือก Yes (กดปุ่มฟ้าซ้าย แล้วกดสีแดง) ครับ
จากนั้นทำการตั้งรหัสผ่านที่ต้องการ 4 หลัก ด้วยแป้นตัวเลข (เพื่อความซับซ้อน จะใส่ 00 เข้าไปด้วยก็ได้นะ) แล้วจากนั้นทำการใส่รหัสเดิมอีกครั้งเพื่อยืนยันความถูกต้อง
หน้านี้กดสีแดงได้เลย
คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญแล้วนั่นคือการตั้งชื่อผู้เล่น ซึ่งการใส่ตัวอักษรจะใช้วิธีการป้อนแบบมือถือปุ่มกดในยุคก่อน คือ กดปุ่มตัวเลขนั้นๆ ซ้ำกันเพื่อเลือกตัวอักษรที่ต้องการ
แต่หากใครที่เกิดไม่ทันยุคมือถือปุ่มกด หรือพิมพ์ไม่เป็น สมมุติว่าหากต้องการพิมพ์ตัว C ให้มองหาดูว่าตัว C อยู่ในตำแหน่งของปุ่มเลขไหน เมื่อเจอแล้วก็ให้กดเลขนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ตัว C ครับ (บางท่านมาตกม้าตายเพราะพิมพ์ไม่เป็นนี้แหละ)
และหากต้องการพิมพ์ตัวอักษรหลักถัดไปที่อยู่ในปุ่มเลขเดียวกัน ให้กดปุ่ม ฟ้าขวา ก่อนนะครับ แล้วค่อยกดเลขเดิมซ้ำ
ส่วนการลบตัวอักษรก่อนหน้า ให้เลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังตัวที่ต้องการลบ แล้วพิมพ์ตัวอักษรใหม่ทับไปได้เลยครับ
ส่วนปุ่มสีต่างๆ มีคำสั่งดังนี้
สีฟ้า = เลื่อนเคอร์เซอร์ตัวพิมพ์ ซ้าย-ขวา
สีเหลือง ขวา = เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรระหว่างญี่ปุ่น อังกฤษ และตัวเลข
สีแดง = ยืนยันการตั้งชื่อ
หลังจากที่กดปุ่มแดงแล้ว ตัวเกมจะให้เรายืนยันการตั้งชื่ออีกครั้ง เพราะหลังจากที่ตอบยืนยันไป จะไม่สามารถแก้ไขชื่อในภายหลังได้อีกแล้วนะครับ หากเห็นว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว ก็ให้เลือก Yes เพื่อยืนยัน (หากเลือก No เกมจะกลับออกมายังหน้า Attract (หน้าแรกที่ขึ้นว่า Warning: This game is for sale and use in...) แล้วให้เราทำการแตะบัตรเพื่อเรื่มขั้นตอนแรกของการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง)
เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ได้เวลามาลุยอีเวนท์กันแล้ว ^_^
ส่วนการล็อคอินเข้าเกมหลังจากลงทะเบียน ก็เหมือนกับเกมอื่นๆ ของค่ายนี้ คือ หยอดเหรียญให้ครบ แตะบัตร แล้วใส่ PIN ครับผม (หรือจะแตะบัตรก่อน แล้วมาหยอดเหรียญในหน้าเลือกโหมดทีหลังก็ได้เช่นกัน)
ส่วนใครที่สงสัยว่าการเล่นแบบใช้บัตรมันต่างจากการเล่นแบบปกติตรงไหน บอกได้เลยว่าแตกต่างจากคนที่เล่นแบบปกติโดยไม่ใช้บัตรแน่นอนครับ ซึ่งหากเล่นแบบใช้บัตรจะได้สิทธิพิเศษดังนี้
- สามารถบันทึกคะแนน เหรียญตรา และเกรดที่เราทำไว้ได้ในแต่ละเพลง/ชาร์ต
- สามารถเล่นอีเวนท์เพื่อปลดล็อคเพลงใหม่ๆ ที่อัปเดตเข้ามาเรื่อยๆ ได้ (อันนี้สำคัญมาก เพราะเพลงในเกมนี้หลายเพลงจะสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เล่นโดยใช้บัตรเท่านั้น)
- หากเลือกตัวละครตัวไหนไว้ รวมถึงปรับการตั้งค่าต่างๆ เมื่อกลับมาเล่นในรอบต่อไป เกมจะจำค่าต่างๆ ไว้ให้เหมือนเดิม ไม่ต้องมาเลือก/ตั้งค่าใหม่อีกครั้ง
- เกมจะไม่ถามเข้าโหมด Tutorial หลังจากที่ผ่านการเล่นด้วยบัตรครั้งแรกแล้ว รวมถึงหากเลือกเพลงที่มี Long Note ก็ไม่ถูกบังคับให้เล่น Tutorial สอนการกด Long Note อีกด้วย (ซึ่งมันเสียเวลาและน่ารำคาญมาก หากได้เล่นซ้ำหลายๆ รอบ)
- มีการเก็บแต้มวัดระดับฝีมือการเล่นของเรา โดย 0.00 จะเป็นค่าเริ่มต้น และ 100.00 เป็นค่าสูงสุด ยิ่งเล่นชาร์ตระดับสูงได้คะแนนดีเท่าไหร่ ค่าฝีมือก็จะเพิ่มสูงตามเท่านั้น
- สามารถเล่นโหมดแข่งขันออนไลน์ "NET Taisen" ได้ (อันนี้มีเฉพาะตู้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้นนะครับ ตู้ไทยและโซนอื่นๆ ไม่มีให้เล่น)
ขอให้ทุกท่านสนุกกับป๊อปปิน (^_<)☆
และจงอย่าลืมว่า...
"YOU NEED MORE PRACTICE, NEVER GIVE IT UP!"
และจงอย่าลืมว่า...
"YOU NEED MORE PRACTICE, NEVER GIVE IT UP!"
14 กันยายน 2565
ว่าด้วยเรื่องของการ์ด Pop'n Music มันคืออะไรกันนะ?
สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
สำหรับใครที่เคยแวะไปดูตามเว็บ หรือลองหาดูรูปผ่าน Google อาจจะเคยเห็นการ์ดที่มีรูปตัวละครของเกม Pop'n Music ผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งในตอนแรกที่ผมได้เห็น ผมก็คิดว่าเป็นสินค้าสะสมที่ทำออกมาขายเหมือนกับสินค้าอื่นๆ ที่เกมนี้ชอบทำออกมาขายเอาใจแฟนๆ (มีหลายอย่างตั้งแต่ ตุ๊กตา ยัน น้ำผึ้ง ...มีน้ำผึ้งที่คอลแลปกับ Pop'n Music 8 ด้วยจริงๆ นะ) แต่พอได้ลองคึกษาหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็พบว่า การ์ดพวกนี้ได้มาจากตู้เกม Pop'n Music ครับ!! (⊙_⊙;)

การ์ดนั้นปรากฏครั้งแรกใน Pop'n Music 19 TUNE STREET โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ เพียงแต่ต่างกับพวกตู้เกมการ์ดตรงที่การ์ดของเกมนี้จะมีไว้เพื่อสะสมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาสแกนเพื่อใช้เล่นในเกมได้แต่อย่างใด
แต่ในช่วงก่อน Pop'n Music Lapistoria นั้นจะมีการ์ดพิเศษที่สามารถนำมาใช้ปลดล็อดสกิน 3P ของตัวละครภายในเกมได้ด้วย โดยการ์ดพวกนี้จะเป็น RARE CARD ซึ่งบนหน้าการ์ดจะมีรอยเรืองแสง และที่ด้านหลังก็จะมี QR Code ที่สามารถนำไปสแกนเพื่อดูโค้ดปลดล็อดสกิน 3P ได้นั่นเองครับ
ส่วนการ์ดนั้นจะแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ...
การ์ดตัวละคร
เป็นการ์ดรูปตัวละครภายในเกมต่างๆ และที่ด้านหลังของการ์ดจะมีประวัติและข้อมูลของตัวละครนั้นๆ โดยการ์ดประเภทนี้จะแตกประเภทย่อออกไปได้อีก 2 แบบคือ
- Animation Card การ์ดที่ใช้รูปมาจากท่าอนิเมชั่นของตัวละครภายในเกม
- Change Card เป็นการ์ดที่ตัวละครจะสวมชุดพิเศษที่ไม่ปรากฏให้เห็นในเกม
การ์ดงานภาพ
เป็นการ์ดที่แสดงภาพของตัวละครในอริยาบทต่างๆ ส่วนมากมักจะเป็นภาพตัวละครกลุ่ม ซึ่งที่ด้านหลังของการ์ดจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในรูปนั้นๆ ด้วย
เป็นการ์ดที่แสดงภาพของตัวละครในอริยาบทต่างๆ ส่วนมากมักจะเป็นภาพตัวละครกลุ่ม ซึ่งที่ด้านหลังของการ์ดจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในรูปนั้นๆ ด้วย
ตัวอย่างเช็ตการ์ดงานภาพ (ภาพจาก: https://jp.mercari.com/item/m75639207646)
หลักๆ ก็มีประมาณนี้ครับ แล้วคำถามก็คือ.. เราจะหาการ์ดพวกนี้ได้จากไหน? การ์ดนั้นสามารถหาได้จากการเล่นเกมปกติเลยครับ แต่เราจะต้องเลือกโหมดที่เล่นแล้วได้การ์ดเท่านั้นนะ โดยโหมดที่จะได้รับการ์ดหลังเกมจบก็มีดังนี้...
- CARD START 1 STAGE: เล่นแบบได้รับการ์ด 1 ใบหลังเกมจบ แต่สามารถเล่นได้แค่เพลงเดียวเท่านั้น (เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเก็บการ์ดเร็วๆ)
- CARD START FULL STAGE: เหมือนกับ EXTRA START แต่จะได้รับการ์ด 1 ใบหลังเกมจบ (เล่นได้ 3 เพลง และ EXTRA STAGE อีกหนึ่งเพลง)
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ตู้ Pop'n Music ในบ้านเรา (ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการเพียงร้าน Let's Play ที่ห้าง MBK ที่เดียวเท่านั้น) ไม่มีโหมด CARD START ให้เลือกนะครับ มีเพียงแค่โหมดเล่นแบบธรรมดาที่ไม่ได้การ์ดเท่านั้น เพราะทาง Hahama ที่เป็นผู้นำเข้าและให้บริการตู้ Pop'n Music ในบ้านเราไม่ได้นำชุดการ์ดเข้ามาใส่ในตู้นั่นเอง (┬┬﹏┬┬)
นอกจากนี้ในบางโอกาส ทาง Konami ยังได้จัดทำเป็นรูปแบบอัลบั้มรวมการ์ดอีกด้วยนะ โดยภายในอัลบั้มแต่ละชุดจะมีเช็ตการ์ดที่กำหนดมาตายตัวแน่นอน นั่นหมายความว่าหากรวมรวบอัลบั้มเหล่านี้ได้ครบทุกชุดละก็.. ถ้าเป็นภาษาในวงการก็เรียกว่า "COMP" ไปโดยปริยายเลยนั่นเอง แต่อัลบั้มเหล่านี้หาได้จากการเล่นตู้เกมชิงรางวัล (พวก Crane Game) เท่านั้นนะ ไม่มีวางขายทั่วไป
มาถึงตรงนี้ บางท่านอาจจะบอกว่า มันก็คล้ายกับ Genesis Card ของ Sound Voltex ไม่ใช่เหรอ? คำตอบคือใช่ครับ แต่ "แหล่งกำเนิด" ของมันไม่เหมือนกันนะ...!
การ์ดของเกม Sound Voltex นั่นจะผลิตออกมาจากเครื่องพิมพ์ที่เรียกว่า Generator Real Model ที่ติดตั้งอยู่ข้างตู้ ซึ่งตัวการ์ดนั้นจะเป็นกระดาษเปล่าชนิดพิเศษที่ถูกนำมาพิมพ์ให้เป็นรูปการ์ดผ่านเครื่องพิมพ์โดยตรงเลย
ส่วนการ์ดของ Pop'n Music นั่น จะเป็นการ์ดที่ผลิตออกมาจากโรงงาน แล้วนำมาใส่เข้าไปภายในตู้เกมอีกทีหนึ่งครับ ไม่ได้ปริ้นกันสดๆ แบบการ์ดของ Sound Voltex
สรุปแล้วก็คือ ถ้าหากป๊อปเปอร์ชาวไทยอยากได้การ์ดล่ะก็ มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือต้องบินไปเล่นตู้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้นครับ เพราะทาง Hahama ไม่ได้นำการ์ดเข้ามาจำหน่ายด้วยนั่นเอง
พบกันใหม่คราวหน้าเมื่อมีโอกาส ขอให้ทุกท่านสนุกกับป๊อปปิน (^_<)☆
peace! 
15 ธันวาคม 2564
【TOWN MODE】 Landmark stamp rally - MISSION COMPLETE!
สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
หลังจากที่เมื่อหลายเดือนก่อน แอดมินได้เคลียร์ระบบปลดล็อคของภาค Sunny Park ไป คราวนี้ก็มาถึงคิวของ Tune Street บ้างล่ะครับ!!
สำหรับระบบปลดล็อคของ Tune Street จะพิเศษกว่าภาคอื่นมากๆ เพราะจะมีโหมดเฉพาะสำหรับการปลดล็อคให้เล่นกันเลย นั่นก็คือ TOWN MODE โดยลักษณะการเล่นจะให้เราทำการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเรียกตัวละครต่างๆ ให้ปรากฏออกมาภายในแผนที่ แล้วเราก็ต้องคอยเดินคุยกับเหล่าตัวละครต่างๆ เพื่อเล่นเพลงครับ ซึ่งตัวละครที่ออกมาจะขึ้นอยู่กับสิ่งก่อสร้างที่เรามีอยู่นั่นเอง (ถ้าใครสงสัยในรายละเอียด ลองดูที่นี่ครับ ซับซ้อนพอควร)
แต่ที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้คือ อีเวนท์พิเศษที่มีมาให้เล่นหลังจบ Phase MAX ไปแล้ว นั่นก็คือ "แลนด์มาร์ค สแตมป์แรลลี่" (ランドマークスタンプラリー) ครับ
กติกาก็คือ เราจะต้องสร้างสิ่งก่อสร้างตาม "ประเภท" ที่กำหนด เพื่อให้ "แลนด์มาร์ค" นั่นๆ ปรากฏขึ้นมา และเมื่อแลนด์มาร์คปรากฏขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องมากดปั้มสแตมป์ที่หน้าแลนด์มาร์คครับ และเมื่อรวบรวมสแตมป์ได้ครบทั้ง 24 ดวง ก็จะปลดล็อคของตกแต่ง 2 ชิ้นสุดท้ายของเกมเป็นรางวัล คือ Background "Polka Dots" (水玉) กับ Announcer "Sexy" (セクシー)
ฟังดูแล้วเหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ? แต่บอกเลยว่า โหดและนานกว่าที่คิดไว้เยอะ!!
ความยากของอีเวนท์นี้อยู่ตรงที่ การทำยังไงให้แลนด์มาร์คออกมาเป็นตามที่ต้องการเนี่ยแหละครับ เพราะแลนด์มาร์คบางตัว จำเป็นต้องสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อยู่ในประเภทเดียวกันร่วมด้วย ไม่สามารถสร้างอย่างใดอย่างหนึ่งได้เดี่ยวๆ ตัวอย่างแลนด์มาร์คเช่น "จานดาวเทียมยักษ์" (巨大なパラボラアンテナ) ตอนแรกผมสร้างแต่สถานีอวกาศ (宇宙基地) อย่างเดียวไปเยอะๆ แต่ปรากฏว่าแลนด์มาร์คดันออกมาเป็น หุ่น Fever Robo (フィーバーロボ) ซะงั้น แต่พอลองสร้างตู้โทรศัพท์ (公衆電話) เยอะๆ ตามไปอีก แลนด์มาร์คถึงจะออกมาเป็น จานดาวเทียมยักษ์ ตามที่ต้องการ
และสิ่งที่ทำให้อีเวนท์นี้ใช้เวลาเคลียร์ยาวนานก็อยู่ที่การเล่นเพลงเพื่อเก็บ TP มาสร้างสิ่งต่างๆ โดยการเล่นในแต่ละเพลงจะได้ TP ประมาณ 110-130 (ได้เท่ากันหมดทุกระดับความยาก) และการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ จนออกมาเป็นแลนด์มาร์คตามต้องการ ก็ใช้เวลาประมาณ 1-4 เครดิต ซึ่งทั้งหมดใช้เวลา 20-30 นาทีต่อแลนด์มาร์คหนึ่งแห่ง ก็คิดกันเอาเองแล้วกันครับว่ามันนานขนาดไหนกว่าจะเก็บได้ครบ (นี่ยังไม่รวมเวลาที่เสียไปกับการดูบทสรุปอีกนะ)
ในที่สุดก็ครบแล้ว เลือดตาแทบกระเด็น T^T
และนี่ก็คือสแตมป์ทั้งหมดที่รวบรวมได้ครับ
ตัวอย่างของ Background "Polka Dots" (水玉) สุดแรร์ (ที่น้อยคนนักจะปลดได้)
และนี่คือระยะเวลาทั้งหมดที่เริ่มเล่นตั้งแต่ต้นจนจบครับ ใช้เวลาเล่นทั้งหมด 241 ครั้ง หรือคิดเป็นเงินจำนวน 7,230 บาท ที่หยอดเหรียญไป!! (Net Taisen ที่อยู่ในรูป อันนี้ไม่ได้เอามานับด้วยนะ เหอะๆ)
ส่วนเวลาเล่นจริง เริ่มวันที่ 7 พฤศจิกายน และจบในวันที่ 14 ธันวาคม รวมทั้งสิ้น 37 วัน เรียกได้ว่าใช้เวลายาวนานกว่าโหมดเนื้อเรื่องของ Pop'n Music Portable 2 อีกครับ... (จำได้คร่าวๆ ว่า ใช้เวลาประมาณ 14 วันละมั้งนะ?)
และสุดท้ายถือเป็นของแถมให้ละกัน กับฟีเจอร์พิเศษที่มีเฉพาะในโปรแกรม E-Amuemu นั่นก็คือ รองรับระบบ Song Ranking ด้วยครับ!! (Asphyxia Core ยังไม่รองรับระบบนี้)
Tanken Note (探検ノート) มันฮิตในบ้านเราจริงๆ !!
• โปรแกรมจำลองเซิร์ฟเวอร์ E-Amuemu ที่ทำให้มีโอกาสได้เล่นสแตมป์แรลลี่แบบชาวญี่ปุ่น (Asphyxia Core ไม่รองรับอีเวนท์นี้)
• ตัวเกมภาค Tune Street จากเว็บบอร์ดเกมอาร์เดคของฝรั่งเศสเว็บหนึ่ง (เปิดเผยชื่อเว็บในนี้ไม่ได้ ขออภัยด้วยนะ)
• เว็บ http://pmdream.net/ สำหรับบทสรุปของโหมดสร้างเมือง และอีเวนท์สแตมป์แรลลี่ Google Translate ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว
21 กันยายน 2564
【WaiWai pop'n doubutsuen】 MISSION COMPLETE!
ไหนๆ เพจ LINE ส่วนตัวก็ถูกปิดไปแล้ว ขอเอามาโพสต์รวมในบล็อกนี้ไปเลยก็แล้วกัน ^_^
หากใครที่เคยติดตามมาตั้งแต่ตอนที่เพจ LINE ยังอยู่ คงจะทราบกันแล้วว่าตอนนี้โปรแกรมจำลองเซิร์ฟเวอร์ e-amuse "Asphyxia Core" ได้รองรับตัวเกมของภาค Sunny Park เป็นที่้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถเล่นแบบเซฟคะแนนได้แล้ว ยังมีอีเวนท์ปลดล็อคเพลงให้ได้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งอีเวนท์(สุดท้าย)ของภาคนี้คือ WaiWai pop'n doubutsuen
และหลังจากที่ตามต้อนสัตว์กลับเข้าฟาร์มมาเกือบ 2 เดือน ในที่สุดก็มาถึง "ฉากจบ" แล้วครับ!
หากใครที่เคยติดตามมาตั้งแต่ตอนที่เพจ LINE ยังอยู่ คงจะทราบกันแล้วว่าตอนนี้โปรแกรมจำลองเซิร์ฟเวอร์ e-amuse "Asphyxia Core" ได้รองรับตัวเกมของภาค Sunny Park เป็นที่้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถเล่นแบบเซฟคะแนนได้แล้ว ยังมีอีเวนท์ปลดล็อคเพลงให้ได้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งอีเวนท์(สุดท้าย)ของภาคนี้คือ WaiWai pop'n doubutsuen
และหลังจากที่ตามต้อนสัตว์กลับเข้าฟาร์มมาเกือบ 2 เดือน ในที่สุดก็มาถึง "ฉากจบ" แล้วครับ!

THANK YOU


(คลิปข้างล่างนี้ไม่ใช่ของผมนะครับ หามาจากใน Youtube อีกที)
นอกจากนี้ยังได้ทรงผมเป็นของแถมอีกด้วย

และนี่คือ Clear Medal ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนจบครับ (มี Fail Medal ด้วย อายจังเลย)

หมายความว่าต้องเล่นประมาณ 500+ เพลง ถึงจะปลดทุกอย่างจากอีเวนท์นี้ได้
ก็เอาเป็นว่า พบกันใหม่คราวหน้าครับ ^ ^)/
ปล. ใครที่เพิ่งเคยเห็น และสงสัยว่าผมไปเอาตัวเกมมาจากไหน เชิญหาเอาใน Google ครับ มีอยู่ในเว็บบอร์ดของฝรั่งเศสเว็บหนึ่ง อิอิ
อัปเดต 12 พฤศจิกายน 2564
เนื่องจากมีหลายท่านถามเข้ามาทาง LINE เยอะ เลยขอตอบตรงนี้เลยแล้วกัน
ใครที่ลงปลั๊กอินของโปรแกรม Asphyxia Core แล้วเข้าเกมไม่ได้ เกมหลุดหลังจบหน้าบูท ให้โหลดปลั๊กอินตัวนี้ไปลงแทนครับ (ตัว "Community Plugins 0.5" ใช้ไม่ได้)
https://github.com/asphyxia-core/plugins/archive/refs/heads/stable.zip
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564
31 สิงหาคม 2564
มาแล้ว Trailer ตัวอย่างเกมเพลย์ของ Cotton Rock 'n' Roll
ดูเหมือนว่ากระแสของเกมแนวยานยิงจะกลับมาคึกคักบ้างแล้ว หลังจากที่เรามี R-Type
Final 2 จาก Granzella
ออกวางจำหน่ายไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาและได้รับความนิยมอย่างสูง
โดยคราวนี้ทางผู้พัฒนา Success ได้เปิดเผยวิดีโอเกมเพลย์ล่าสุดของเกม Cotton Rock
'n' Roll ออกมาให้รับชมกันแล้ว
โดยรวมถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่ากราฟิกอาจจะดูตกยุคไปบ้างหากนำไปเทียบกับ R-Type Final 2 และ Natsuki Chronicles ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่หากเป็นในส่วนของฉากคัตซีนล่ะก็ถือว่าทำออกมาได้สวยงามราวกับกำลังดูอนิเมะเลยทีเดียว
ตัวเกมมีกำหนดออกในญี่ปุ่นสำหรับเกมตู้ในช่วงฤดูร้อน 2021 ตามด้วย PlayStation 4 และ Switch ในวันที่ 23 ธันวาคม 2021 และทั่วโลกสำหรับ PC (Steam) ในช่วงต้นปี 2022 ครับ (ปล. หวังว่าเวอร์ชั่น PC คงไม่ถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนดเหมือนภาครีบูทนะ?)
โดยรวมถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่ากราฟิกอาจจะดูตกยุคไปบ้างหากนำไปเทียบกับ R-Type Final 2 และ Natsuki Chronicles ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่หากเป็นในส่วนของฉากคัตซีนล่ะก็ถือว่าทำออกมาได้สวยงามราวกับกำลังดูอนิเมะเลยทีเดียว
ตัวเกมมีกำหนดออกในญี่ปุ่นสำหรับเกมตู้ในช่วงฤดูร้อน 2021 ตามด้วย PlayStation 4 และ Switch ในวันที่ 23 ธันวาคม 2021 และทั่วโลกสำหรับ PC (Steam) ในช่วงต้นปี 2022 ครับ (ปล. หวังว่าเวอร์ชั่น PC คงไม่ถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนดเหมือนภาครีบูทนะ?)
18 มีนาคม 2564
[HowToPlay] แนะนำการเล่นตู้เกม Pop'n Music (อัปเดตภาค High☆Cheers!!)
สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/
หลังจากที่ได้ทำการรีวิวเกม Pop'n Music ไป ก็มีผู้อ่านหลายท่านสนใจอยากลองมาเล่นที่ MBK ดูบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเข้าเล่นและระบบต่างๆ ของเกมกันครับ
หลังจากที่ได้ทำการรีวิวเกม Pop'n Music ไป ก็มีผู้อ่านหลายท่านสนใจอยากลองมาเล่นที่ MBK ดูบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเข้าเล่นและระบบต่างๆ ของเกมกันครับ
ก่อนอื่นก็ต้องใช้เงินในบัตรร้านเกม 40 บาท (30 บาท สำหรับตู้รุ่นเก่าที่อยู่อีกร้าน) ในการเล่น 1 ครั้ง และหลังจากที่เรากดปุ่มหยอดเครดิตลงไป 4 ครั้งแล้ว หากใครที่ไม่มีบัตร e-Amusement Pass ให้กดปุ่มสีแดงเพิ่มเริ่มเกมในฐานะบุคคลทั่วไป (Guest) แต่ถ้าใครมีบัตร e-Amusement Pass ให้แตะบัตรที่จุดอ่านบัตร แทนการกดปุ่มสีแดงนะครับ
จากนั้นเราก็จะต้องเลือกกันก่อนว่าจะเล่นในรูปแบบใด ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบคือ
* ภาพประกอบทั้งหมด มาจากภาค Peace กับ Kaimei Riddles อาจมีบางส่วนที่ไม่เหมือนในภาคล่าสุด *
NORMAL START: เล่นแบบปกติ สามารถเล่นได้ 3 เพลง แต่ไม่มี Extra Stage
EXTRA START: *ต้องกดเพิ่มอีก 1 เครดิต* เล่นแบบพิเศษ สามารถเล่นได้ 3 เพลงเช่นกัน แต่ถ้าหากเล่นเพลงผ่าน(จบเพลงโดยเกจอยู่ในโซนสีแดง)จะได้รับตัวอักษรมาสะสม 1 ตัว และเมื่อสะสมครบ 5 ตัวคือ (E) (X) (T) (R) (A) จะสามารถเล่นเพลงพิเศษได้ 1 เพลงใน Extra Stage (โหมดนี้จะมีให้เลือกเฉพาะผู้ที่เล่นโดยใช้บัตร e-Amusement Pass เท่านั้นนะครับ หากเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) จะไม่มีให้เลือก)
*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านเห็นรูปข้างบนนี้แล้วสงสัยว่าทำไมในรูปถึงมีให้เลือก 3 โหมด อันนี้เป็นตัวเกมของญี่ปุ่นครับ (โค้ด J:A:A) จะมีให้เลือก 3 โหมดระหว่างใช้เหรียญ (สีส้ม) กับใช้เงินเติม "Paseli" (สีเขียว) ส่วนของไทย (โค้ด A:C:A) จะมีแค่ 2 โหมดเท่านั้น และใช้เหรียญ(สีส้ม)ทั้งสองโหมดด้วย
ต่อมาเราก็ต้องเลือกโหมดการเล่น โดยจะมีอยู่ 5 โหมดก็คือ
Easy Mode: เล่นคนเดียว 2 ปุ่มการเล่น *
Normal Mode: เล่นคนเดียว 9 ปุ่มการเล่น
Extra Mode: เล่นคนเดียว 11 ปุ่มการเล่น *
Battle Mode: เล่นสองคนในตู้เดียวกัน 3 ปุ่มการเล่น
Local Mode: เล่นสองคนตู้ใครตู้มัน 9 ปุ่มการเล่น **
* มีเฉพาะตู้โมเดล 2025
** มีเฉพาะร้านที่มี 2 ตู้
โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) หลังจากเลือกโหมด จะมีให้เลือกอีกว่าจะเล่นโหมดฝิกสอน (Tutorial) ด้วยหรือไม่
จากนั้นก็จะต้องเลือกตัวละครที่ต้องการจะเล่น โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) ตัวละครเริ่มต้นจะอยู่ที่ Mimi เสมอ ใช้ปุ่มสีฟ้าเพื่อเลื่อนบนและล่าง ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อเปลี่ยนสี หรือชุดประจำภาคในกรณีที่เลือกตัว Mimi หรือ Nyami (สามารถเลือกได้ตั้งแต่ภาคแรกยันภาคล่าสุดเลย ^^) เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเลือกตัวละครนั้นๆ
✴ กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกตัวละคร 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นตัวละครสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2
เมื่อทำการเลือกตัวละครเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าเลือกเพลงกันล่ะ โดยเพลงก็จะแบ่งหมวดหมู่ไปตามภาคต่างๆ และยังสามารถปรับแต่งได้ว่า จะเรียงตามตัวละครประจำเพลงก็ได้ หรือจะเอาแค่เฉพาะเพลงในหมวด TV/ANIME (เพลงลิขสิทธิ์) ก็ตามแต่ โดยการใช้ปุ่มสีฟ้าเลือก ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อปรับความยาก-ง่าย ของเพลงนั้นๆ เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเริ่มการเล่น
นอกจากนี้หากกดปุ่ม 00 ที่แป้น Keypad จะเป็นการสลับการแสดงผลระหว่าง "ชื่อเพลง" และ "แนวเพลง" กด 0 เพื่อเปลี่ยนการเรียงรายชื่อเพลงระหว่าง ตามระดับความยาก-เหรียญตราและเกรด-ตัวอักษร


ส่วนปุม 1 กับ 2 จะเป็นการเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาตรงข้างๆ แถบหมวดหมู่สีเขียวด้านบน (เลือกเปิดได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) กด 1 เพื่อดูคะแนนของเราในแต่ละเพลง และกด 2 เพื่อดูสรุปเกรดทั้งหมดที่เราทำได้รวมจากทุกเพลง (จะแสดงเฉพาะในหมวดหมู่และระดับความยากที่กำลังเลือกอยู่)
หากว่าต้องการปรับออฟชั่นต่างๆ เมื่อขึ้นหน้า VS ตัวละคร ให้กดปุ่มสีเหลืองพร้อมกันทั้งสองปุ่มเพื่อปรับค่าต่างๆ ในการเล่นได้ โดยหลักๆ จะเป็น
- HI-SPEED: ความเร็วของโน้ตที่จะเลื่อนลงมา (ค่าที่แนะนำอยู่ระหว่าง 600-700)
- POP-KUN: เปลี่ยนสกินของโน้ต
- GAUGE TYPE: เปลี่ยนความยากของเกจ
- GUIDE SE: เปิด-ปิด และเปลี่ยนเสียงเคาะจังหวะ (เปิดเป็นค่าเริ่มต้น)
- LONG POP: เปิด-ปิดโน้ตยาวในชาร์ต (แต่ถ้าปิดจะไม่สามารถบันทึกคะแนนได้ และการันตีเหรียญ EASY CLEAR ในทุกกรณี ถึงแม้จะเก็บ FULL COMBO ได้ก็ตาม)
นอกจากนี้หากแตะที่แท็บ FULL OPTION บนจอทัช (หรือกดปุ่ม 0 ที่แป้น Keypad สำหรับตู้รุ่นเก่า) จะสามารถเลือกปรับออฟชั่นพิเศษเพิ่มได้อีกหลายอย่าง คือ
- RANDOM: เปิดการสุ่มตำแหน่งของโน้ตในชาร์ต
- LANE: ปรับความกว้างของเลนโน้ต, ปรับความสว่างของพื้นหลัง, ฯลฯ
- JUDGE+: มีให้เลือก 3 อย่างคือ เปิดการแสดงผล FAST-SLOW หากกดได้ค่าต่ำกว่า COOL (TIMING), ปิดการแสดงผลค่าความแม่นยำ (LOST), และแสดงผลค่าความแม่นยำและคอมโบหลอก (PANIC)
- JUDGE ADJUST: ปรับความหน่วงของการกดปุ่ม
- HIDDEN: เปิดการซ่อนตัวโน้ตเมื่อเลื่อนลงมาใกล้กับเส้นกับกำจังหวะ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- SUDDEN: ลดความสูงของการแสดงตัวโน้ต (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- LIFT: ดันเส้นกับกำจังหวะให้สูงขึ้นกว่าปกติ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- ROOF: ดันเลนโน้ตให้เตี้ยลง (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- OJAMA 1 และ 2: เพิ่มอุปสรรคการเล่น เช่น ให้ตัวละครประจำเพลงขึ้นมาเต้นบังเลนโน้ต, โน้ตกลับหัว, โน้ตโยกเยกไปมา, ฯลฯ
✴ กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกออฟชั่น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นออฟชั่นสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มเล่นได้เลย การเล่นง่ายๆ มีปุ่มให้เรากดทั้งหมด 9 ปุ่ม ให้เราทำการกดปุ่มให้ตรงกับเส้นสีแดงด้านล่าง ถ้าเคยเล่นตู้ Guitar Hero (แบบปุ่มตบ) มาก่อน เกมนี้ก็ไม่ยากเลยล่ะ เพียงแต่มีปุ่มให้กดเยอะกว่าเท่านั้นเอง
ระดับความแม่นของโน้ตจะมี COOL, GREAT, GOOD, และ BAD ถ้าหากกดติด COOL หมายความว่าผู้เล่นกดโน้ตได้แม่นยำ แต่หากกดไม่แม่นก็จะปรากฏเป็น GREAT หรือ GOOD ซึ่งคะแนนจะลดลงตามลำดับ หรือหากกดพลาด เกมจะขึ้นว่า BAD และทำการนับ COMBO ใหม่ทันที
ถ้าเรากดถูกต้องและต่อเนื่อง พลังของเกจด้านล่างจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าพลาดก็จะลดลง หากเล่นจบเพลงแล้วเกจอยู่ในโซนสีแดงก็จะถือว่าเล่นเพลงนั้นผ่าน

เมื่อจบเพลง จะมีหน้าสรุปคะแนนของเราว่าเล่นได้ดีแค่ไหน โดยเกรดที่จะได้จะมีตั้งแต่ E ถึง S
อ้อ! ลืมบอกไปว่าเกมนี้หลังจากภาค 22 หรือ Lapistoria เป็นต้นไป หากเล่นไม่ผ่านจะยังไม่ถือว่า "GAME OVER" ในทันทีนะ เพียงแต่จะไม่ได้รับตัวอักษร (E) (X) (T) (R) (A) มาสะสมเท่านั้นเอง
คำแนะนำสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกท่าน
เล่นครั้งแรกแนะนำว่าควรเล่นในระดับ LIGHT ก่อน เนื่องจากระดับ LIGHT จะมีความพิเศษตรงที่จะใช้ปุ่มในการเล่นน้อยกว่า 9 ปุ่ม (หมายความว่าจะมีบางปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานตลอดทั้งเพลง) พอเล่นไปสักพักจนเริ่มชินกับ "ตำแหน่งของปุ่ม" แล้ว ก็จัดระดับความยากตามที่ต้องการได้เลย
จากนั้นเราก็จะต้องเลือกกันก่อนว่าจะเล่นในรูปแบบใด ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบคือ
* ภาพประกอบทั้งหมด มาจากภาค Peace กับ Kaimei Riddles อาจมีบางส่วนที่ไม่เหมือนในภาคล่าสุด *
NORMAL START: เล่นแบบปกติ สามารถเล่นได้ 3 เพลง แต่ไม่มี Extra Stage
EXTRA START: *ต้องกดเพิ่มอีก 1 เครดิต* เล่นแบบพิเศษ สามารถเล่นได้ 3 เพลงเช่นกัน แต่ถ้าหากเล่นเพลงผ่าน(จบเพลงโดยเกจอยู่ในโซนสีแดง)จะได้รับตัวอักษรมาสะสม 1 ตัว และเมื่อสะสมครบ 5 ตัวคือ (E) (X) (T) (R) (A) จะสามารถเล่นเพลงพิเศษได้ 1 เพลงใน Extra Stage (โหมดนี้จะมีให้เลือกเฉพาะผู้ที่เล่นโดยใช้บัตร e-Amusement Pass เท่านั้นนะครับ หากเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) จะไม่มีให้เลือก)
*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านเห็นรูปข้างบนนี้แล้วสงสัยว่าทำไมในรูปถึงมีให้เลือก 3 โหมด อันนี้เป็นตัวเกมของญี่ปุ่นครับ (โค้ด J:A:A) จะมีให้เลือก 3 โหมดระหว่างใช้เหรียญ (สีส้ม) กับใช้เงินเติม "Paseli" (สีเขียว) ส่วนของไทย (โค้ด A:C:A) จะมีแค่ 2 โหมดเท่านั้น และใช้เหรียญ(สีส้ม)ทั้งสองโหมดด้วย
ต่อมาเราก็ต้องเลือกโหมดการเล่น โดยจะมีอยู่ 5 โหมดก็คือ
Easy Mode: เล่นคนเดียว 2 ปุ่มการเล่น *
Normal Mode: เล่นคนเดียว 9 ปุ่มการเล่น
Extra Mode: เล่นคนเดียว 11 ปุ่มการเล่น *
Battle Mode: เล่นสองคนในตู้เดียวกัน 3 ปุ่มการเล่น
Local Mode: เล่นสองคนตู้ใครตู้มัน 9 ปุ่มการเล่น **
* มีเฉพาะตู้โมเดล 2025
** มีเฉพาะร้านที่มี 2 ตู้
โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) หลังจากเลือกโหมด จะมีให้เลือกอีกว่าจะเล่นโหมดฝิกสอน (Tutorial) ด้วยหรือไม่
จากนั้นก็จะต้องเลือกตัวละครที่ต้องการจะเล่น โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) ตัวละครเริ่มต้นจะอยู่ที่ Mimi เสมอ ใช้ปุ่มสีฟ้าเพื่อเลื่อนบนและล่าง ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อเปลี่ยนสี หรือชุดประจำภาคในกรณีที่เลือกตัว Mimi หรือ Nyami (สามารถเลือกได้ตั้งแต่ภาคแรกยันภาคล่าสุดเลย ^^) เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเลือกตัวละครนั้นๆ
✴ กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกตัวละคร 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นตัวละครสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2
เมื่อทำการเลือกตัวละครเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าเลือกเพลงกันล่ะ โดยเพลงก็จะแบ่งหมวดหมู่ไปตามภาคต่างๆ และยังสามารถปรับแต่งได้ว่า จะเรียงตามตัวละครประจำเพลงก็ได้ หรือจะเอาแค่เฉพาะเพลงในหมวด TV/ANIME (เพลงลิขสิทธิ์) ก็ตามแต่ โดยการใช้ปุ่มสีฟ้าเลือก ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อปรับความยาก-ง่าย ของเพลงนั้นๆ เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเริ่มการเล่น
นอกจากนี้หากกดปุ่ม 00 ที่แป้น Keypad จะเป็นการสลับการแสดงผลระหว่าง "ชื่อเพลง" และ "แนวเพลง" กด 0 เพื่อเปลี่ยนการเรียงรายชื่อเพลงระหว่าง ตามระดับความยาก-เหรียญตราและเกรด-ตัวอักษร


ส่วนปุม 1 กับ 2 จะเป็นการเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาตรงข้างๆ แถบหมวดหมู่สีเขียวด้านบน (เลือกเปิดได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) กด 1 เพื่อดูคะแนนของเราในแต่ละเพลง และกด 2 เพื่อดูสรุปเกรดทั้งหมดที่เราทำได้รวมจากทุกเพลง (จะแสดงเฉพาะในหมวดหมู่และระดับความยากที่กำลังเลือกอยู่)
หากว่าต้องการปรับออฟชั่นต่างๆ เมื่อขึ้นหน้า VS ตัวละคร ให้กดปุ่มสีเหลืองพร้อมกันทั้งสองปุ่มเพื่อปรับค่าต่างๆ ในการเล่นได้ โดยหลักๆ จะเป็น
- HI-SPEED: ความเร็วของโน้ตที่จะเลื่อนลงมา (ค่าที่แนะนำอยู่ระหว่าง 600-700)
- POP-KUN: เปลี่ยนสกินของโน้ต
- GAUGE TYPE: เปลี่ยนความยากของเกจ
- GUIDE SE: เปิด-ปิด และเปลี่ยนเสียงเคาะจังหวะ (เปิดเป็นค่าเริ่มต้น)
- LONG POP: เปิด-ปิดโน้ตยาวในชาร์ต (แต่ถ้าปิดจะไม่สามารถบันทึกคะแนนได้ และการันตีเหรียญ EASY CLEAR ในทุกกรณี ถึงแม้จะเก็บ FULL COMBO ได้ก็ตาม)
นอกจากนี้หากแตะที่แท็บ FULL OPTION บนจอทัช (หรือกดปุ่ม 0 ที่แป้น Keypad สำหรับตู้รุ่นเก่า) จะสามารถเลือกปรับออฟชั่นพิเศษเพิ่มได้อีกหลายอย่าง คือ
- RANDOM: เปิดการสุ่มตำแหน่งของโน้ตในชาร์ต
- LANE: ปรับความกว้างของเลนโน้ต, ปรับความสว่างของพื้นหลัง, ฯลฯ
- JUDGE+: มีให้เลือก 3 อย่างคือ เปิดการแสดงผล FAST-SLOW หากกดได้ค่าต่ำกว่า COOL (TIMING), ปิดการแสดงผลค่าความแม่นยำ (LOST), และแสดงผลค่าความแม่นยำและคอมโบหลอก (PANIC)
- JUDGE ADJUST: ปรับความหน่วงของการกดปุ่ม
- HIDDEN: เปิดการซ่อนตัวโน้ตเมื่อเลื่อนลงมาใกล้กับเส้นกับกำจังหวะ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- SUDDEN: ลดความสูงของการแสดงตัวโน้ต (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- LIFT: ดันเส้นกับกำจังหวะให้สูงขึ้นกว่าปกติ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- ROOF: ดันเลนโน้ตให้เตี้ยลง (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- OJAMA 1 และ 2: เพิ่มอุปสรรคการเล่น เช่น ให้ตัวละครประจำเพลงขึ้นมาเต้นบังเลนโน้ต, โน้ตกลับหัว, โน้ตโยกเยกไปมา, ฯลฯ
✴ กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกออฟชั่น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นออฟชั่นสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มเล่นได้เลย การเล่นง่ายๆ มีปุ่มให้เรากดทั้งหมด 9 ปุ่ม ให้เราทำการกดปุ่มให้ตรงกับเส้นสีแดงด้านล่าง ถ้าเคยเล่นตู้ Guitar Hero (แบบปุ่มตบ) มาก่อน เกมนี้ก็ไม่ยากเลยล่ะ เพียงแต่มีปุ่มให้กดเยอะกว่าเท่านั้นเอง
ระดับความแม่นของโน้ตจะมี COOL, GREAT, GOOD, และ BAD ถ้าหากกดติด COOL หมายความว่าผู้เล่นกดโน้ตได้แม่นยำ แต่หากกดไม่แม่นก็จะปรากฏเป็น GREAT หรือ GOOD ซึ่งคะแนนจะลดลงตามลำดับ หรือหากกดพลาด เกมจะขึ้นว่า BAD และทำการนับ COMBO ใหม่ทันที
ถ้าเรากดถูกต้องและต่อเนื่อง พลังของเกจด้านล่างจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าพลาดก็จะลดลง หากเล่นจบเพลงแล้วเกจอยู่ในโซนสีแดงก็จะถือว่าเล่นเพลงนั้นผ่าน

เมื่อจบเพลง จะมีหน้าสรุปคะแนนของเราว่าเล่นได้ดีแค่ไหน โดยเกรดที่จะได้จะมีตั้งแต่ E ถึง S
อ้อ! ลืมบอกไปว่าเกมนี้หลังจากภาค 22 หรือ Lapistoria เป็นต้นไป หากเล่นไม่ผ่านจะยังไม่ถือว่า "GAME OVER" ในทันทีนะ เพียงแต่จะไม่ได้รับตัวอักษร (E) (X) (T) (R) (A) มาสะสมเท่านั้นเอง
คำแนะนำสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกท่าน
เล่นครั้งแรกแนะนำว่าควรเล่นในระดับ LIGHT ก่อน เนื่องจากระดับ LIGHT จะมีความพิเศษตรงที่จะใช้ปุ่มในการเล่นน้อยกว่า 9 ปุ่ม (หมายความว่าจะมีบางปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานตลอดทั้งเพลง) พอเล่นไปสักพักจนเริ่มชินกับ "ตำแหน่งของปุ่ม" แล้ว ก็จัดระดับความยากตามที่ต้องการได้เลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

























