ฮาโหล่♪ เนียมิเองค้า~
ว้าว!! ในที่สุดตอนนี้พวกเราก็ได้เดินมาถึงครึ่งทางของการผจญภัยบนเกาะป๊อปปินแล้ว เพราะระดับป๊อปปินเพลเยอร์ของพวกเราในขณะนี้เป็นระดับ 6 แล้วค่ะ! เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เลยนะคะ ^_^
และในตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคมแล้ว แสดงว่าอีกไม่นานก็จะได้เห็นหิมะแรกของเดือนนี้แล้วสินะ.. แต่จะว่าไป พอนึกถึงช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ก็อดให้คิดถึงบ้านเกิดขึ้นมายังไงก็รู้สิ.. อาจจะเป็นเพราะในปีนี้ไม่มีโอกาสกลับไปฉลองกับครอบครัวก็เป็นได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เราจะยังคงเดินหน้าสู้ต่อไปบนเกาะแห่งนี้จนกว่าจะได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์สุดท้ายค่ะ!! (^^ゞ
และสถานที่ต่อไปที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปเยือนนั่นก็คือ... "อุทยานแสงอาทิตย์" (Sunny Park) ค่ะ เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ถ้าให้ถามว่าใหญ่ขนาดไหนเหรอ? ก็ประมาณกรุงโตเกียวเลยเห็นจะได้! (ʘ╻ʘ)
เอาล่ะ! วันนี้พวกเราต้องคว้าสแตมป์ดวงแรกมาให้ได้เลย!!
Let's make nice music together! O(∩_∩)O
--------------------------------------------------------------------------------

STAGE 37
「ยินดีต้อนรับสู่ Sunny Park!」
ว้าว!! ในที่สุดตอนนี้พวกเราก็ได้เดินมาถึงครึ่งทางของการผจญภัยบนเกาะป๊อปปินแล้ว เพราะระดับป๊อปปินเพลเยอร์ของพวกเราในขณะนี้เป็นระดับ 6 แล้วค่ะ! เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เลยนะคะ ^_^
และในตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคมแล้ว แสดงว่าอีกไม่นานก็จะได้เห็นหิมะแรกของเดือนนี้แล้วสินะ.. แต่จะว่าไป พอนึกถึงช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ก็อดให้คิดถึงบ้านเกิดขึ้นมายังไงก็รู้สิ.. อาจจะเป็นเพราะในปีนี้ไม่มีโอกาสกลับไปฉลองกับครอบครัวก็เป็นได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เราจะยังคงเดินหน้าสู้ต่อไปบนเกาะแห่งนี้จนกว่าจะได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์สุดท้ายค่ะ!! (^^ゞ
และสถานที่ต่อไปที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปเยือนนั่นก็คือ... "อุทยานแสงอาทิตย์" (Sunny Park) ค่ะ เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ถ้าให้ถามว่าใหญ่ขนาดไหนเหรอ? ก็ประมาณกรุงโตเกียวเลยเห็นจะได้! (ʘ╻ʘ)
เอาล่ะ! วันนี้พวกเราต้องคว้าสแตมป์ดวงแรกมาให้ได้เลย!!
Let's make nice music together! O(∩_∩)O
--------------------------------------------------------------------------------

STAGE 37
「ยินดีต้อนรับสู่ Sunny Park!」
--------------------------------------------------------------------------------
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดรถไฟก็ได้เดินทางมาถึงสถานีจุดหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ "อุทยานแสงอาทิตย์" (Sunny Park) ซึ่งเป็นสถานที่การล่าสแตมป์แห่งถัดไปของพวกเธอทั้งสองในครั้งนี้
และเมื่อทั้งสองก้าวลงจากขบวนรถ พบว่าสถานีนี้มีลักษณะเป็นสถานนีขนาดกลางๆ ที่มีบรรยากาศคล้ายกับสถานีรถไฟของญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ซึ่งทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันแสนคุ้นเคยจากบ้านเกิดเป็นอย่างดี
มิมิ: ในที่สุด ก็มาถึง "ด่าน" ถัดไปกันแล้วนะ!
เนียมิ: อืม!! ชักเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ (^^ゞ ...ว่าแต่ สถานีนี้รู้สึกคุ้นตามากเลยนะ?
มิมิ: อืม! ดูคล้ายกับสถานีเกียวโตมากเลยล่ะ! เพียงแต่เป็นฉบับย่อส่วนลงมาเท่านั้นเอง
ภายในสถานีแห่งนี้นั้นมีร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ เปิดบริการอยู่รอบสถานี และมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร ทำให้บรรยากาศการสัญจรของผู้คนดูไม่แออัดมากนัก
ไทม์เมอร์: เฮ้! มิมิ เนียมิ!!
ไทม์เมอร์ตะโกนเรียกพลางวิ่งเข้ามาหาทั้งสอง
มิมิ: ไทม์เมอร์คุง!!
ไทม์เมอร์: ฮ่าๆ ^_^ วันนี้รู้สึกโชคดีจริงๆ นะ ที่ได้ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันด้วย ...แล้วพวกเธอกำลังจะไปไหนกันเหรอ?
เนียมิ: เออ... ฉันว่าจะลองไปสำรวจแถวๆ สถานีก่อนเริ่มหาภารกิจทำน่ะ
มิมิ: แล้วไทม์เมอร์จะไปที่ไหนก่อนเหรอ?
ไทม์เมอร์: ผมว่าจะไปหาอะไรในสถานีกินก่อนน่ะ (กองทัพต้องเดินด้วยท้อง)
เนียมิ: อืม! งั้นพวกเราก็ขอตัวก่อนนะ
ไทม์เมอร์: อืม! โชคดีล่ะ!!
แล้วจากนั้นทั้งสองก็เดินจากไป
ไทม์เมอร์: เอ่อ! เดี๋ยวก่อน!!
ไทม์เมอร์ที่เพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ตะโกนเรียกอีกครั้ง
เนียมิ: เอ๊!? อะไรเหรอ?
ไทม์เมอร์: คือว่า... ถ้าเนียมิไม่รังเกียจ... เออ...?
แล้วคำพูดก็ขาดหายไปเพราะเขาเกิดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ความเงียบเข้าปกคุมอยู่ชั่วขณะ
ส่วนทั้งสองก็จ้องมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
ไทม์เมอร์: เออ.. เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แฮะๆ ^_^ ไปกันได้แล้วล่ะ
เนียมิ: เออ.. ค่ะ (อะไรของเขานะ?)
เนียมิรู้สึกคาใจกับท่าทีแปลกๆ ของเขา แล้วทั้งสองก็เดินหน้ากันต่อ
มิมิ: หรือว่านี่... เขาอาจจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างป๊อปพีช และเนียมิ มาได้แล้ว??
มิมิเดาท่าทีของไทม์เมอร์ออก เพราะในช่วงแรกนั้นเขาหลงรักเนียมิในร่าง "ป๊อปพีช" เข้าอย่างจัง แต่ท่าทีในตอนนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เนียมิก็ไม่ได้พูดอะไรกลับในเรื่องนี้
--------------------------------------------------------------------------------
และแล้วทั้งสองก็เดินออกมานอกสถานีรถไฟ สิ่งแรกที่ทั้งสองได้เห็นตรงหน้าทันทีที่เดินออกมาหน้าอาคารสถานีก็คือ...
มิมิ/เนียมิ: โห้...! (⊙ˍ⊙)
สิ่งนั้นก็คือรูปปั้นสูงใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับหอคอย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นหญ้าของใจกลางถนนวงเวียนหน้าสถานีรถไฟ รูปปั้นนี้มีรูปร่างคล้ายกับนกและบนยอดมีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ติดอยู่ ทั้งสองจ้องมองด้วยความตื่นตา
มิมิ: นี่คืออนุสาวรีย์ประจำซันนี่พาร์กงั้นเหรอ? สวยงามมากเลยนะ! (ดูยิ่งใหญ่จังเลย)
เนียมิ: แต่เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึง "หอคอยแห่งดวงอาทิตย์" ที่โอซาก้าขึ้นมาเลยนะ (*^_^*)
มิมิ: เอาล่ะ แล้วพวกเราจะไปที่ไหนกันก่อนดี?
จากนั้นเนียมิก็ดูแผนที่ในมือถือเพื่อเลือกสถานที่แรกที่จะไปสำรวจ ซึ่งบนแผนที่นั้นเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวแทบจะ 90% เลย ซึ่งมากกว่าที่พีชทาวน์ซะอีก
เนียมิ: แน่นอนอยู่แล้ว! ก็ต้องที่สวนสนุกไง!! O(∩_∩)O
มิมิ: แต่พวกเราไม่ได้มาเที่ยวเล่นกันนะ
เนียมิ: หนาๆ ไหนๆ ก็ได้มาเยือนอุทยานแห่งเกาะทั้งทีแล้ว มาพักผ่อนหย่อนใจกันวันหนึ่งก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งค่อยลุยภารกิจกัน
มิมิ: ไม่ได้!! ヽ(≧□≦)ノ
มิมิตะโกนใส่เนียมิ ทำให้เนียมิตกใจ
เนียมิ: อ้าว! ทำไมล่ะ? (⊙_⊙;)
มิมิ: เธอลืมสัญญาเมื่อตอนอยู่บนรถไฟไปแล้วเหรอ? ที่ว่าจะคว้าสแตมป์ดวงแรกมาให้ได้ภายในวันนี้น่ะ??
เนียมิ: เออ... ก็ใช่นะ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ แฮะๆ []~( ̄▽ ̄)~*
เนียมิเกาหัวตัวเอง
เนียมิ: และอีกอย่าง... เผื่อที่นั่นอาจจะมีภารกิจอะไรรอเราอยู่ก็ได้นะ...?
มิมิ: ก็ได้ๆ งั้นวันนี้ไปสวนสนุกก่อนแล้วกัน
เนียมิ: ไปได้เหรอ!? เย้!! \^o^/
แล้วจากนั้นทั้งสองก็ได้มุ่งหน้าไปยังสวนสนุกที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก
โดยสถานที่ต่างๆ ที่อยู่รอบสถานีรถไฟนั้นมีดังนี้: สวนสนุก, โรงแรม, รีสอร์ตแบบบ้านพักตากอากาศ, พิพิธภัณฑ์, และสวนสาธารณะ
ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ภายในโซนเดียวกับทั้งหมด ส่วนโซนที่อยู่นอกออกไปจากบริเวณรอบๆ นี้ เป็นอุทยานขนาดใหญ่ที่มีเส้นทางเดินป่าและทางปั่นจักรยาน จุดชมพืชพันธุ์ และจุดส่องสัตว์ป่า
--------------------------------------------------------------------------------
และเมื่อทั้งสองมาถึงหน้าทางเข้าสวนสนุก ก็พบว่า...
เนียมิ: เอ๊!? เลิกกิจการแล้วเหรอคะ?? ∑(°ロ°)
"ใช่แล้วล่ะ เพราะช่วงหลังๆ มานี้ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวกันเท่าไหร่ สวนสนุกก็เลยขาดทุนจนอุ้มกิจการต่อไม่ไหวน่ะ"
พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่หน้าทางเข้ากล่าว
เนียมิ: อย่างงั้นเองเหรอคะ... ~(>_<。)\
เนียมิคอตกด้วยความผิดหวัง
"ต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะ"
แล้วจากนั้นทั้งสองก็เดินหันหลังกลับ
เนียมิ: มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย (ノへ ̄、)
มิมิ: หนาๆ ไม่ต้องเสียใจหรอก ^_^
เนียมิ: เอ่อ! จริงด้วยสินะ ถ้าสวนสนุกปิดตัวแล้วล่ะก็ งั้นลองไปที่นี่แทนแล้วกัน!
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วจากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ติดกัน แต่ปรากฏว่า...
เนียมิ: เอ๊!? เลิกกิจการแล้วเหรอคะ?? ∑(°ロ°)
"ต้องขออภัยด้วยนะ"
พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่หน้าทางเข้ากล่าว แล้วจากนั้นทั้งสองก็เดินหันหลังกลับ
เนียมิ: ทำไมถึงต้องปิดตัวพร้อมกันด้วยล่ะ (ノへ ̄、)
มิมิ: แต่ฉันว่ามันแปลกๆ อยู่นะ?
เนียมิ: เอ๊?
มิมิ: มีสถานที่เที่ยวปิดตัวพร้อมกันถึงสองแห่ง ฉันว่ามันคงต้องมีสาเหตุที่ผิดปกติอะไรแน่ๆ เลยล่ะ!
เนียมิ: งั้นก็ลองไปอีกที่ดูไหมล่ะ?
มิมิ: เอาสิ!
แล้วจากนั้นทั้งสองจึงลองเดินสำรวจภายในสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ ก็พบว่าที่นี่แทบจะไม่มีใครมาเดินกันเลยทั้งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแท้ๆ
เนียมิ: แทบไม่มีคนเดินเลยแฮะ..
มิมิ: อืม! มันดูผิดปกติจริงๆ ด้วยนะ
เนียมิ: หรือว่าที่นี่อาจจะมีเหตุวิปลาสอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนที่มาเที่ยวลดหายไป?
มิมิ: ฉันก็คิดแบบนั้นอยู่พอดีเหมือนกันเลยล่ะ!
ตลอดสองข้างทางที่เดินไปนั้น มีคนมาเดินเที่ยวในจำนวนที่น้อยถึงน้อยมากจนทำให้บรรยากาศดูเคว้งคว้าง
แล้วในระหว่างนั้นทั้งสองก็บังเอิญเดินผ่านหน้าร้านกาแฟร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในสวน
เนียมิ: หืม!? Σ( °_°) มีร้านกาแฟ... ที่ยังเปิดอยู่ด้วยล่ะ
มิมิ: ลองเข้าไปดูกันเถอะ!
แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปภายในร้านนั้น
ภายในเป็นลักษณะร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก กำแพงรอบห้องและเพดานมีสีน้ำตาล มีกำแพงกระจกตรงด้านทางเข้าทั้งแถวที่สามารถมองเห็นสวนด้านนอกได้ และมีบาร์เล็กๆ
"อ่ะ! ยินดีต้อนรับค้า!!"
สาวสวยที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดบาร์กล่าวหลังจากที่ได้ยินกระดิ่งประตู ส่วนทั้งสองก็เดินเข้าไปหาเธอที่บาร์
"ต้องการรับอะไรดีคะ?"
มิมิ: คือพวกเรามีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อยคะ
"อืม... ได้สิ มีเรื่องอะไรล่ะ?"
เนียมิ: ขอถามแบบตรงๆ เลยนะ ว่าทำไมสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดในบริเวณนี้ถึงไม่ค่อยมีใครมาเที่ยวกันเลยล่ะ?
จากนั้นเธอก็เริ่มทำหน้าตึงเครียดแล้วพูดว่า
"ก็เพราะว่าป่าและสวนที่อยู่ในเขตอุทยานรอบนอกของเขตเมือง กลายเป็นดินแดนแห้งแล้งไปแล้วล่ะสิ"
เนียมิ: ห๊ะ!? หมายความว่ายังไง?
"ที่จริงแล้วปกติที่เมืองแห่งนี้และบริเวณพื้นที่อุทยานเคยเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเยือนเป็นจำนวนมาก เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่หาดูที่ไหนไม่ได้ โดยเฉพาะอากาศในช่วงฤดูร้อนที่อบอุ่นกำลังดีเหมาะแก่การเดินเล่นและเที่ยวชมธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในแหล่งพักผ่อนตากอากาศที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนเกาะเลยล่ะ! ...แต่อยู่มาวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดบางอย่างขึ้น อยู่ๆ ก็เกิดคลื่นความร้อนปริศนาในระดับอุณหภูมิสูงผิดปกติจนไม่มีใครสามารถอยู่ได้ แผ่เข้าปกคลุมพื้นที่อุทยาน ทำให้พื้นที่ในอุทยานเกือบทั้งหมดกลายเป็นดินแดนที่แห้งแล้งในทันที ไม่มีทั้งต้นไม้ ใบหญ้า และแหล่งน้ำก็แห้งขอดหมด ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มหดหายไป และถึงแม้ในเขตเมืองจะไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน แต่ด้วยความที่ "สถานที่เที่ยวหลัก" ได้ถูกทำลายไป มันเลยกลายเป็นเอฟเฟคลูกโซ่ลามมาถึงแหล่งธุรกิจในเขตเมืองที่เริ่มเสียนักท่องเที่ยวไปเช่นกัน จนในที่สุดนักท่องเที่ยวก็หายไปจนเกือบหมด ส่งผลให้ธุรกิจภายในเมืองเกือบทั้งหมดเริ่มแบกภาระต่อไปไม่ไหว จนบางส่วนต้องทยอยปิดกิจการลง..."
มิมิ: งั้นก็แปลว่าที่สวนสนุกปิดตัวลง ก็เพราะด้วยเหตุนี้เองสินะ
"ถูกต้องแล้วล่ะ และมีเรื่องน่าประหลาดอีกอย่างหนึ่งด้วยก็คือ... พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อุณหภูมิภายในพื้นที่อุทยานก็ยังคงร้อนเหมือนหน้าร้อนอยู่เลย และจนถึงตอนนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วอากาศก็ยังคงร้อนอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม ...ว่าไงล่ะ มันน่าแปลกใจมากเลยใช่ไหมล่ะ?"
เนียมิ: อืม! มันแปลกมากๆ เลยล่ะ!!
"เฮ่อ... ฉันว่าบางทีมันน่าจะมีสาเหตุอะไรบางอย่างแน่ๆ เลยล่ะ ที่ทำให้ซันนี่พาร์กกลายเป็นดินแดนแห้งแล้งไปซะแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองก็หันมามองกันเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก
มิมิ/เนียมิ: หรือว่า...!?
แล้วทั้งสองก็หันกลับมา
เนียมิ: จริงด้วยสิ แล้วทำไมคุณถึงยังเปิดร้านอยู่ล่ะ ทั้งที่รู้ว่าแทบหาลูกค้าไม่ได้แล้ว?
"ก็เพราะว่าฉันทิ้งสิ่งที่รักที่สุดไปไม่ได้น่ะสิ"
เธอกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าๆ
มิมิ/เนียมิ: เอ๊!?
"เพราะว่าฉันเติบโตมากับร้านคาเฟ่นี้ อยู่มาจนเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง ได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา และทุกๆ คนที่มาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มจากการได้พักผ่อนกับคาเฟ่แห่งนี้ และต่อให้เกิดอะไรขึ้น ฉันก็จะไม่มีวันทิ้งร้านนี้ไปง่ายๆ แน่ (ノへ ̄、)"
เนียมิ: เดี๋ยวพวกเราจะช่วยเอง!
"เอ๊!?"
มิมิ: ใช่แล้วล่ะ! พวกเราจะทำให้ซันนี่พาร์กกลับมาเป็นดินแดนที่เขียวขจีอีกครั้งนะ! (^_<)☆
เนียมิ: แล้วคุณพอจะทราบอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดนี้อีกหรือเปล่า?
"อืม... ไม่ล่ะ ที่พอรู้มาก็มีแค่นี้แหละ"
มิมิ: ถ้างั้นก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้วยนะคะ
แล้วมิมิหันมาบอกเนียมิ
มิมิ: เอาล่ะ ก่อนที่จะไปลุยหาต้นตอกัน ฉันว่าสั่งเครื่องดื่มร้อนๆ มากินกันก่อนดีกว่านะ ^_^
เนียมิ: อืม!!
แล้วจากนั้นเจ้าของร้านก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เพราะนานมากแล้วที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้านแบบนี้
และเวลาผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองดื่มกาแฟร้อนๆ กับของหวานหมดแล้ว
มิมิ: นั่นสิ แล้วคุณชื่ออะไรงั้นเหรอ?
มิมิถามเจ้าของร้านหลังจากที่เค้าจัดการกับธุระส่วนตัวแถวบาร์เสร็จแล้ว
"ฉันชื่อ "คาฟ่า" (Kafaa) นะ และนี่นกแก้วของฉันชื่อ "ซิพโป้" (Sppo)"
เธอพูดพลางชี้มือไปยังเสาไม้ต้นหนึ่งที่มีนกแก้วสีแดงยืนอยู่บนคันไม้สำหรับนกยืน ทั้งสองจึงหันไปมองตาม
มิมิ: โห้!! เลี้ยงนกแก้วด้วยเหรอคะ? (ไม่หันได้สังเกตเลย)
คาฟ่า: ใช่แล้วล่ะ! ^_^ นกแก้วตัวนี้น่ะทั้งฉลาด เป็นมิตร และก็เชื่องคนมากๆ เลยนะ! เรียกได้ว่าเป็นไอคอนิกประจำร้านเราเลยก็ว่าได้ แถมยังชอบร้องเพลงอีกด้วย
เนียมิ: ร้องเพลงได้ด้วยเหรอ? แล้วลองร้องให้ฟังตอนนี้เลยได้ไหม?
คาฟ่า: ได้สิจ๊ะ!
แล้วเธอก็เดินเข้าไปหานกแก้วที่อยู่บนเสานกยืนข้างๆ บาร์ แล้วจากนั้นเธอก็ทำอะไรบางอย่างกับนก
เธอค่อยๆ ร้องเพลงและสร้างเสียงเคาะให้นกแก้วฟัง เพื่อเป็นการสร้างจังหวะดนตรีให้กับนกแก้วได้รับรู้
แล้วจากนั้นสักพัก...
ซิพโป้: คุกกี้คุกกี้♪ (ก๊อก) คุกกี้คุกกี้♪ (ก๊อก) ต๊อกต๊อก กะล๊อกต๊อกต๊อก♪ (ก๊อก) ต๊อกต๊อก กะล๊อกต๊อกต๊อก♪
ซิพโป้ร้องออกมาเป็นเพลงเร็วที่ให้จังหวะคิกคัก แถมยังร้องตรงจังหวะแป๊ะๆ อีกด้วย
มิมิ/เนียมิ: โห๊!! สุดยอด ร้องเพลงได้จริงๆ ด้วย!! (⊙_⊙;)
ทั้งสองตะโกนด้วยความตะลึง
เนียมิ: แถมเพลงก็ยังฟังติดหูอีกด้วย! (⊙_⊙;)
คาฟ่า: ใช่ไหมล่ะ! ^_^ พวกเด็กๆ ที่เคยมาที่ร้านนี้ต่างก็ชอบเพลงของซิพโป้มากๆ จนเก็บเอาไปร้องตามเลยนะ!
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ออกจากร้าน โดยที่คาฟ่ามายืนบอกลาอยู่หน้าร้านด้วย
คาฟ่า: ขอบคุณที่มาอุดหนุนด้วยนะคะ และถ้าคราวหน้ามีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง จะลองมาแข่งป๊อปปินแบทเทิลกับฉันดูก็ได้นะ ^_^
เนียมิ: อืม! ลาก่อนนะ!
มิมิ: แล้วเจอกันใหม่นะ!
จากนั้นทั้งสองก็เดินจากไป
มิมิ: ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะได้ "ภารกิจหลัก" ของที่นี่เรียบร้อยแล้วนะ นั่นคือการทำให้อุทยานกลับเป็นป่าที่เขียวขจีเหมือนเดิม
เนียมิ: แต่ว่า... พวกเราจะต้องทำยังไงกันต่อไปนะ?
แล้วทั้งสองก็ยืนคิดหาทางออกอยู่พักหนึ่ง
ไทม์เมอร์: เฮ้! มิมิ เนียมิ!!
ไทม์เมอร์ที่มาเจอกับทั้งสองโดยบังเอิญ ตะโกนเรียกขึ้นมา ทำให้ทั้งสองจึงหันมามอง
เนียมิ: ไทม์เมอร์!!
ไทม์เมอร์: ทำอะไรกันอยู่เหรอ?
เนียมิ: มาลองเดินสำรวจแถวๆ นี้ดูน่ะ แต่รู้สึกพวกร้านค้ากับสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลิกกิจการกันเกือบทั้งหมดเลย มันน่าแปลกมากๆ
ไทม์เมอร์: อืม! เมื่อกี้นี้ผมกับไอซ์ก็ลองไปสำรวจแถวๆ หน้าสถานีรถไฟมาแล้วเหมือนกัน กิจการปิดหมดแทบทุกอย่างเลยจริงๆ มีเพียงแค่โรงแรมนี่แหละที่ยังคงเปิดอยู่ แต่บรรยากาศก็เงียบเหงามากๆ เหมือนกัน แทบจะเป็นโรงแรมร้างเลย จนพวกผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ ...เอ่อ! ตอนนี้พวกเธอว่างอยู่หรือเปล่า ผมมีอะไรอยากให้พวกเธอตามผมไปดูด้วยล่ะ!
เนียมิ: ได้สิ! พวกเรากำลังว่างอยู่พอดีเลย
ไทม์เมอร์: อืม! งั้นก็ตามมาเลย
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วจากนั้นไทม์เมอร์ก็พาทั้งสองไปยังหน้าทางเข้าเขตอุทยาน และทันทีที่มาถึงก็พบว่า...
มิมิ: ห๊ะ!? (⊙_⊙;)
เนียมิ: นี่มัน... อะไรกันเนี่ย!? (°ー°〃)
สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือ สภาพของสวนไม้ดอกและสนามหญ้าที่กลายเป็นดินแตกแห้งขอด ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานก็กลายเป็นดอกเหี่ยวเฉา ต้นไม้ที่เคยเขียวขจีก็เหลือแต่เพียงกิ่งก้านเท่านั้น ทำให้ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
ไทม์เมอร์: นี่คือ... สภาพของ... ซันนี่พาร์กในปัจจุบัน? (⊙_⊙)?
เนียมิ: ทำไมทุกอย่างมันแห้งแล้งหมดเลยล่ะ?? ไม่มีแม้แต่พื้นที่สีเขียวให้เห็นเลย
มิมิ: แถมรู้สึกว่าอากาศแถวนี้ก็ร้อนมากเหมือนฤดูร้อนเลยนะ ทั้งที่ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะเข้าใกล้ฤดูหนาวแล้วแท้ๆ (แปลกจริงๆ)
ไทม์เมอร์: ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน... แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
แล้วเนียมิก็นึกอะไรออกได้
เนียมิ: Σ(. ❛ ᴗ ❛.)💡 เอ่อ! จริงสิ!!
แล้วจากนั้นเนียมิกับมิมิก็เล่าเรื่องที่พวกเธอได้ยินมาจากคาฟ่าให้เขาฟัง
ไทม์เมอร์: อ๋อ แบบนี้เอง...
เนียมิ: แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ พวกเรายังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกันต่อไปน่ะ เพราะข้อมูลที่ได้มาก็มีเพียงแค่นี้เท่านั้น
แล้วทั้งสามก็จ้องมองบรรยากาศตรงหน้าในขณะที่กำลังพลางคิดหาทางออกไปพร้อมกัน ด้วยความร้อนที่สูงจัดราวกับอยู่กลางพื้นที่ทะเลทรายทำให้เห็นภาพลวงตาที่เป็นคลื่นอากาศปรากฏอยู่เบื้องหน้า
มิมิ: อากาศร้อนขนาดนี้ ขืนให้เดินสำรวจต่อไปเรื่อยๆ มีหวังพวกเราคงเป็นลมแดดตายก่อนแน่ๆ
ไทม์เมอร์: ฉันว่าพวกเรากลับกันก่อนดีกว่านะ สู้เดินต่อไปยังไงก็ไม่ไหวแน่ๆ
เนียมิ: อืม!
แล้วทั้งสามจึงตัดสินใจถอยกลับไปยังเขตเมือง
--------------------------------------------------------------------------------
และทันทีที่เข้าสู่เขตเมืองอากาศก็กลับมาเย็นสบายตามสภาพอากาศของฤดูใบไม้ร่วงเช่นเดิม ทำให้ทั้งสามรู้สึกแปลกใจมาก
และเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ไทม์เมอร์ได้พาทั้งสองมายังโรงแรมที่อยู่ในเขตเมืองซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสวนสนุก
ไทม์เมอร์: วันนี้ผมจองห้องพักให้กับพวกเธอด้วยนะ เดี๋ยวผมจะเป็นคนออกค่าห้องพักให้เอง เชิญพักกันได้ตามสบายเลย ^_^
เนียมิ: แต่พวกเรามีเต็นท์มายแคมป์อยู่แล้วนะ?
ไทม์เมอร์: ผมกับไอซ์จะพักอยู่คนละห้องกับพวกเธอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนั้นไปหรอกนะ ^_^
เนียมิ: เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น ฉันรู้สึกเกรงใจที่นายออกค่าห้องพักให้พวกเรา...
แล้วมิมิก็เข้ามาซบไหล่เนียมิ
มิมิ: หนาๆ ถือว่านานๆ ทีเปลี่ยนบรรยากาศมาพักโรงแรมบ้างก็ดีเหมือนกันนะ (*^-^*)
ไทม์เมอร์: อืม! และอีกอย่างตอนนี้โซนตั้งแคมป์ในสวนสาธารณะก็ไม่มีใครมาตั้งกันนอกจากพวกเธอเลยนะ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ผมจองห้องพักไว้ให้เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอยังไงล่ะ เพราะแถวนั้นไม่มี รปภ. เลย
เนียมิ: เข้าใจแล้วล่ะ งั้นก็ขอบคุณด้วยนะ! ^_^
และทันทีที่ไทม์เมอร์ได้เห็นรอยยิ้มของเนียมิ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
ไทม์เมอร์: อะ... อืม! (≧ ▽ ≦)
จากนั้นทั้งสองก็รับคีย์การ์ดพักห้องมาจากไทม์เมอร์ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินแยกกับเขาจากหน้าล็อบบี้ไปยังห้องพักตามหมายเลขบนคีย์การ์ด
--------------------------------------------------------------------------------
โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรม 5 ดาวมีลักษณะคล้ายกับโรงแรมที่เนียมิเคยเข้าพักในเมืองพาราไดซ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะยกเว้นก็แค่จำนวนแขกเข้าพักเท่านั้นที่น้อยมาก ผิดกับจำนวนห้องพักที่มีอยู่มากมาย
และเวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งบนอาคารมีห้องพักที่เปิดไฟอยู่เพียงแค่ไม่กี่ห้องเท่านั้น
เนียมิ: ฮะฮ่ะ ^_^ คิดถูกจริงๆ ที่เปลี่ยนใจมาพักโรงแรมแทน เพราะเตียงมันนุ่มกว่าของมายแคมป์พวกเราเยอะเลย
เนียมิกล่าวในขณะที่กำลัง "เล่นแบบแมวๆ" ด้วยการนั่งกระโดดบนเตียงไปเรื่อยๆ
มิมิ: ถูกใจใช่ไหมล่ะ ^_^ แต่ก็แอบเสียดายอยู่นิดหน่อยนะ ที่วันนี้พวกเราไม่ได้สแตมป์ตั้งแต่วันแรก
มิมิกล่าวในขณะที่กำลังเตรียมปล่อยผมจากทรงเปียอยู่หน้าโต๊ะแต่งตัว
*หมายเหตุโดยผู้เขียน: ในช่วงก่อนนอนมิมิกับเนียมิจะปล่อยผมออกมาเป็นทรงยาวตรงแบบปกติ และจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่จะได้เห็นทั้งสองใน "ผมทรงปัจจุบัน" (มีผมครอบด้านข้างใบหน้า) นอกจากตอนแปลงร่างเป็นป๊อปเปอร์ส
เนียมิ: อืม! ไม่เป็นไร แต่ทีวีของที่นี่มีช่องต่างประเทศให้ดูด้วยนะ! (☆▽☆) (แจ๋งจริงๆ !)
เนียมิกล่าวหลังจากที่เปิดทีวี
มิมิ: ก็เป็นปกติของโรงแรมระดับ 5 ดาวอยู่แล้วนี่นะ...?
จากนั้นเธอจึงลองไล่กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่ามีช่องอะไรบ้าง สักพักเธอก็พบกับช่องๆ หนึ่งที่ดูแสนคุ้นตา
เนียมิ: อ่ะ! มีช่องของญี่ปุ่นด้วยล่ะ!! (≧∇≦) (เห็นแล้วคิดถึงจริงๆ)
ช่องนี้ก็คือช่อง PHK นั่นเอง เป็นหนึ่งในสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นที่มีการแพร่ภาพไปทั่วโลกผ่านเครือข่ายดาวเทียม (แน่นอนว่าการจะรับชมช่องนี้นอกญี่ปุ่นได้ ต้องเป็นสมาชิกของบริการ Pay TV เท่านั้นนะ) และรายการที่กำลังฉายอยู่ในขณะนี้เป็นรายการข่าวของทางสถานีฯ
ซึ่งในข่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้นพบวัตถุประหลาดที่หล่นมาจากนอกโลกเมื่อไม่นานมานี้ โดยมีลักษณะเป็นเม็ดอัญมณีสีต่างๆ ที่มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปตามแต่ละสี และได้มีการนำไปวิจัยค้นคว้าเพื่อหาที่มาของอัญมณีประหลาดพวกนี้ และในเบื้องต้นพบว่าอัญมณีมีพลังบางอย่างที่สามารถนำไปแปรรูปเพื่อใช้ประโยคได้หลายทาง แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอัญมณีพวกนี้มาจากแห่งหนใดในจักรวาลกันแน่
เนียมิจ้องดูข่าวนี้ด้วยความสนใจจนแทบไม่ได้กระพริบตา
เนียมิ: อัญมณีที่มีพลังเหนือธรรมชาติแฝงอยู่งั้นเหรอ... นี่ถือว่าเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของโลกเลยนะเนี่ย!! ╰(*°▽°*)╯
แล้วจากนั้นจู่ๆ มิมิก็มากดเปลี่ยนไปเป็นช่องอื่น
เนียมิ: อ้าว! เปลี่ยนช่องทำไมล่ะ? ∑(°ロ°)
เนียมิหันมาหามิมิ
มิมิ: มันเป็นแค่สาระคดีชวนเชื่อของพวกนักวิทยาศาสตร์ที่บ้าการทดลองเท่านั้น ไม่ต้องไปสนใจหรอก
เนียมิ: แต่นี่มันเป็นเรื่องจริงนะ! และเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของโลกด้วยนะ!!
มิมิ: ตามใจเธอ แต่ฉันไม่เชื่อเรื่องพรรณนี้หรอก
เมื่อมิมิพูดเสร็จเธอก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำ
และหลังจากที่มิมิเข้าห้องน้ำไปแล้ว เนียมิก็เปลี่ยนกลับมาเป็นช่องเดิมอีกครั้ง ซึ่งข่าวในตอนนี้ได้รายงานว่าเกิดความขัดแย้งบางอย่างขึ้นภายในศูนย์วิจัย แต่ทางสำนักข่าวไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดไปมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นความลับสุดยอดของทางศูนย์วิจัย และข่าวนี้ก็จบลง ก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อไปเป็นข่าวเรื่องอื่น
เนียมิ: โธ่! เพราะมิมิจังแท้ๆ เลยพลาดช่วงที่สำคัญในข่าวนี้ไปเลย!! o(≧口≦)o
มิมิ: งั้นก็ไปหาดูย้อนหลังในเน็ตเอาเองแล้วกัน
มิมิตะโกนออกมาจากห้องน้ำ
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วเวลาผ่านไปจนถึงเวลานอน หลังจากที่ไฟในห้องปิดหมดแล้ว
ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน เวลาค่อยๆ เดินไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า จนมาถึงประมาณตี 1
"ช่วยฉันด้วย..."
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ดังขึ้นมาภายในความฝันของเนียมิ
เนียมิฝันว่าตัวเองยืนอยู่ในสวนดอกไม้แห่งหนึ่งที่ท้องฟ้ามืดมิด
"ตอนนี้ซันนี่พาร์กกำลังใกล้ถึงกาลอวสาน ฉันต้องการพวกเธอ..."
เนียมิ: ห๊ะ??
แล้วจากนั้นก็มีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นรูปร่างได้ไม่ชัดเจนนัก ปรากฏตัวออกมาตรงหน้า
"เธอคือหนึ่งใน "นักรบในตำนาน ป๊อปเปอร์ส" สินะ ฉันรอคอยให้พวกเธอมาที่นี่นานแล้ว..."
เนียมิ: เธอเป็นใคร? และมันเกิดอะไรขึ้นกับซันนี่พาร์กงั้นเหรอ??
"มาที่หน้า "หอคอยซันนี่" แล้วจะรู้คำตอบทุกอย่างเอง..."
เมื่อสิ้นคำ เธอก็ค่อยๆ เลือนหายไป
แล้วจากนั้นเนียมิก็ได้ตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่รู้ตัว
เธอมองไปรอบๆ พบว่าเธอยังคงอยู่ในห้องพักห้องเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเห็นมิมิกำลังนอนละเมออยู่ข้างๆ
มิมิ: ฉันเอาชนะเนียมิจังในทัวร์นาเมนต์ได้แล้ว (∪.∪ )...zzz
เสียงละเมอนี้ทำให้เนียมิสะดุ้งเล็กน้อย
เนียมิ: ฝันกันคนละอย่างเหรอ... (╯▽╰ ) (แถมไปไกลถึงศึกทัวร์นาเมนต์ซะแล้ว)
จากนั้นเนียมิก็นั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันเมื่อสักครู่
เนียมิ: เจอฝันทำนายอนาคตอีกแล้วแฮะ... ทำไมตั้งแต่ที่ฉันมาที่เกาะนี้ ถึงได้ฝันแบบนี้บ่อยๆ กันนะ?
เนียมิตั้งคำถามกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆ ห้อง เพราะเธอรู้สึกอยากจะลุกออกไปดูที่หอคอยซันนี่ในตอนนี้
เนียมิ: แต่เรื่องนั้นเอาไว้ตอนเช้าค่อยไปดูแล้วกัน
เธอเปลี่ยนใจ แล้วจากนั้นเธอก็ล้มตัวลงนอนหลับต่อไป
>>>>> TO BE CONTINUED <<<<<