หลังจากที่ได้โพสรีวิวเกม DCSS ไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมากจนมีคำถามเกี่ยวกับเกมนี้เข้ามาทางหลังไมค์เยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะความเห็นที่ว่า "เกมนี้มันก็ยากมหาโหดไม่ต่างจาก Roguelike เกมอื่นเลยนี่นา แบบว่า ลงไปได้แค่ 3-5 ชั้นก็ดุ้ยแล้ว ไม่เห็นง่ายแบบที่บอกในรีวิวเลย" 😥
เออ.. แต่ผมว่าเกมนี้ไม่ยากนะ ง่ายกว่า Roguelike เกมอื่นที่เคยเล่นมาทั้งหมดเลยจริงๆ โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นหลังจากที่คว้าไอเทมเป้าหมายได้แล้ว ผมว่าง่ายกว่า NetHack ซะอีก (ในเกมนั้น ระหว่างขากลับจะมีโอกาสโดน Teleport ถอยกลับลงไป 1-2 ชั้นด้วย แถมพอขึ้นบันไดชั้นบนสุดแล้วยังมีต่ออีก 5 ชั้นพิเศษอีกถึงจะจบเกม โหดสุดๆ ซึ่งของ DCSS จะไม่มีแบบนี้) และเกมนี้ส่วนใหญ่แอดฯจะลงไปได้ค่อนข้างไกลเฉลี่ย 10-20 แผนที่ต่อเกม ซึ่งส่วนใหญ่จะตายเพราะโดนรุมล้อมแบบไม่รู้ตัว โดนสกิล Banishment จนถูกส่งไป Abyss หรือไม่ก็ลงไปโดยไม่มีของป้องกันตามที่แผนที่นั้นๆแนะนำให้มี (โชคร้าย) ในขณะที่เกมอื่นไปได้ไม่เคยเกินกว่า 6 ชั้นเลยจริงๆ (โดยเฉพาะ Pixel Dungeon เนี่ย ไม่ชอบตรงที่มันบังคับให้สู้บอสทุก 6 ชั้นเพื่อไปต่อเลยจริงๆ)
ก็เอาเป็นว่าแอดมินจะมาแนะนำแนวทางการลุยดันเจียนให้ก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทสรุปนี้จะเป็นแนวทางการเล่นของ Minotaur | Fighter/Berserker | Trident/Spear | Trog นะครับ
*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านบอกว่า DCSS คล้าย Mystery Dungeon/Shiren the Wanderer ของญี่ปุ่นด้วยแฮะ พอรู้จักอยู่แต่ยังไม่เคยเล่น เพราะเป็นเกมเสียเงินซื้อ ฮ่าๆๆ (คล้ายตรงที่เน้นแทกติกการเดินของตัวละคร และระบบต่างๆที่เข้าใจง่าย เน้นลุยเป็นหลัก ต่างตรงที่ "ตายแล้วเซฟหาย" (Permadeath) เป็นตัวเลือกความยาก; ระดับง่ายตายแล้วของไม่หาย แต่เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเหมือนเดิม)
Update 2025/12/27: แอดมินลองหาภาคแรกของ NDS มาเล่นแล้วเรียบร้อย รู้สึกไม่ค่อยติดเท่า DCSS เลยแฮะ สงสัยจะติดใจกับระบบ Auto-explore และ Autofight ซะแล้ว ฮ่าๆๆ เพราะใช้แค่เพียงสองปุ่มในการสำรวจและต่อสู้เท่านั้น (o กับ Tab) เกมเลยดำเนินไวดีแท้
แนะนำว่าควรตั้งโหมดการอัปสกิลเป็นแบบ Manual ส่วนค่าที่แอดมินตั้งก็ตามนี้ครับ

+ Fighting
* อาวุธ (แนะนำควรใช้แค่ชนิดเดียวเท่านั้น)
+ Armour
+ Shields ถ้าใช้อาวุธมือเดียว หรือ + Dodging ถ้าใช้อาวุธสองมือ (ไม่แนะนำให้ + พร้อมกัน)
+ Throwing ตั้ง Skill target เป็น 3
+ Evocations ตั้ง Skill target เป็น 3
เมื่อเริ่มเกมก็ให้เดินสำรวจแผนที่ไปเรื่อยๆด้วยการกด o จนกว่าจะขึ้นว่า Done exploring หากระหว่างนั้นเจอลูกดอก หรือ Boomerang ก็เก็บไว้ได้เลย (สามารถใช้ได้ด้วยการกด Shift-Tab กด Q ตัวใหญ่เพื่อเลือกเปลี่ยนอาวุธขว้างที่ต้องการ)
เมื่อลงไปจนถึงชั้นที่ 2 หรือ 3 จะเริ่มเจอพวก Orc และ/หรือ Gnoll เดินเกาะกลุ่มกันมาแบบเป็นปาร์ตี้ แนะนำให้ถอยกลับไปที่บันไดขึ้น แล้วใช้เทคนิค "Stair Dancing" คือการรอให้ศัตรูเดินเข้ามาประชิดตัวเราที่บันได ทำได้โดยการใช้อาวุธยิง/ขว้าง หรือกด . เพื่อให้มันเดินเข้ามา แล้วจากนั้นกด < เพื่อกลับขึ้นไปชั้นก่อนหน้า แล้วจัดการศัตรูที่ตามขึ้นมาด้วยให้หมด จากนั้นกด 5 หรือ o เพื่อเติมพลังให้เต็ม แล้วกลับลงไป จากนั้นก็ทำแบบเดิมจนกว่าจะหมดฝูง
หากเจอศัตรูที่ขอบเป็นสีม่วงหรือแดง แนะนำให้กดยา Might หรือใช้พลัง Trog's Hand แล้วตามด้วย Berserk ก่อนเข้าไปสู้นะครับ หากใช้พลัง Berserk เมื่อสู้เสร็จแนะนำให้ถอยกลับขึ้นไปชั้นก่อนหน้าเพื่อพัก(กด 5)ให้สถานะ Slow กับ -Berserk หายไปก่อน แล้วกลับไปลุยต่อ
เมื่อลุยไปเรื่อยๆจนเจอ Ecumenical Temple ให้เข้าไปแล้วหาดูว่ามีแท่นของ Trog ไหม ? หากมีก็จัดการเข้าลัทธิเลยครับ (ปล. ในแผนที่ปกติก็มีโอกาสเจอแท่นของ Trog ด้วยนะ)
Tips: หากไม่อยากหาแท่น Trog หรือเล่นกี่รอบก็ตายก่อนเจอทุกที แนะนำให้เล่นอาชีพ Berserker ครับ เล่นเหมือนกับ Fighter ทุกอย่าง ต่างตรงที่เริ่มเกมมาเราจะรับใช้ Trog ทันที แต่จะไม่มีโล่เริ่มต้นแบบ Fighter
เมื่อเข้าสังกัด Trog ได้แล้วเกมจะเริ่มง่ายขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลย เพราะเราสามารถปลดล็อคพลัง Berserk ได้ ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาเจอศัตรูขอบเแดงหรือมากันเป็นฝูง
และเมื่อลุยต่อไปเรื่อยๆ ประมาณชั้นที่ 8-11 จะเจอ Lair ให้เข้าไป แล้วลุยต่อจนไปถึงชั้นล่างสุดเลย แนะนำว่าควรมี Poison resistance กับ Corrosion resistance และห้ามใช้อาวุธประเภทมีคม (long blades, axes, lajatangs, และ heavy polearms) เพราะเวลาตี Hydra บางครั้งมันจะมีโอกาสงอกหัวใหม่เพิ่ม ทำให้กัดเราแรงขึ้น ตัวที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ Basilisk กับ Catoblepas เพราะมันสามารถแช่แข็งเราได้ โดย Basilisk เมื่อโดนท่าของมันจะติดแช่แข็งทันที แต่ Catoblepas ยังสามารถหลบควันแช่แข็งได้อยู่ ขอแค่อย่าอยู่ในหมอกควันเกินกว่า 1 เทิร์นเป็นพอ
เมื่อเคลียร์ Lair ชั้นสุดท้ายแล้ว ให้กลับขึ้นมายัง Dungeon (กด Shift-G D Enter) แล้วลุยต่อจนกว่าจะเจอ Orcish Mines เคลียร์ให้หมดทั้ง 2 ชั้น พลังป้องกันที่แนะนำคือ Willpower อย่างน้อยระดับ 2 ขึ้นไป
เมื่อเคลียร์ Orcish Mines ให้กลับขึ้นมายัง Dungeon แล้วลุยต่อจนถึงชั้นที่ 15 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของโซนแรก เมื่อเคลียร์ชั้นที่ 15 แล้ว ให้ไปยัง Snake Pit หรือ Spider's Nest แล้วตามด้วย Swamp หรือ Shoals เพื่อเริ่มล่า runes of Zot สองชิ้นแรก !
ส่วนพลังป้องกันที่แนะนำมีดังนี้:
Snake Pit: poison, fire, electricity, corrosion
Swamp: poison, willpower, corrosion, fly
Shoals: willpower, reflection หรือ SH 20+
Spider's Nest: corrosion, see invisible, poison, reflection หรือ SH 20+, AC 25+
เมื่อได้ Rune มาสองชิ้นแล้ว ให้บุกไปยัง Elven Halls แนะนำว่าควรมี rF, rC, rCorr, rElec และ will+++ ขึ้นไป เมื่อเคลียร์ชั้น 2 แล้วอย่าเพิ่งรีบลงไปชั้น 3 ให้ไปยัง Vaults ก่อน โดยจะอยู่ใน Dungeon ชั้นที่ 13-14 ค่าป้องกันที่แนะนำเหมือนกับ Elven Halls
และเมื่อเคลียร์ชั้น 4 แล้วอย่าเพิ่งลงไปชั้น 5 ให้ไปยัง Depths แล้วไปต่อยาวๆจนถึงชั้น 4 แล้วกลับมาเคลียร์ Vaults:5 เพื่อเอา Rune ชิ้นที่สามใน Vaults โดยเมื่อลงมายัง V:5 เราจะถูกล้อมโดย Vault guard ทันที ให้ใช้ Scroll of teleportation หนีไปตั้งหลัก หรือถ้าเรามีค่า rF++ และมี Scroll of immolation ก็กดใช้แล้วลองตีสัก 2-3 ตัว แล้วทั้งหมดที่ล้อมจะกลายเป็นไฟลามทุ่ง ราบเป็นหน้ากอง ! จากนั้นเมื่อได้ Rune ไปเคลียร์ Elven Halls:3 เพื่อหาขุมทรัพย์ไอเทมระดับสูง (Elven Halls:3 ถ้าสู้ไม่ไหวจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ก็ได้นะ เพราะ Elf ระดับสูงในนี้โหดมากจริงๆ โดยเฉพาะ Deep elf elementalist ที่ตั้งป้อมสุดแรงได้กับ Deep elf death mage ที่มีโอกาสคืนชีพได้หนึ่งครั้ง)
และแล้วก็มาถึงด่านสุดท้ายของเกมนี้ กับ Realm of Zot แนะนำควรมีค่าป้องกันครบทุกแบบหากเป็นไปได้ แต่ให้เน้นที่ fire (rF) กับ willpower เป็นพิเศษ แนะนำควรเป็นระดับ rF++ กับ Will+++ ขึ้นไป โดยแนะนำว่าเมื่อเจอทางลงให้ลงทันที ไม่จำเป็นต้องสำรวจให้ครบ เพื่อลดโอกาสเจอมอนสเตอร์สุดโหดอย่าง Curse toe กับ Orb of fire และเมื่อมาถึงชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของเส้นทางหลัก หากมี Scroll of revelation ให้กดใช้เลย แล้วจะเห็นเป็นห้องขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง(หรือด้านบน)ของแผนที่ที่มีรูปทรงดูต่างจากฝั่งที่เราอยู่ ซึ่งห้องตรงกลางด้านล่าง(หรือบน)สุดจะมี Orb of Zot รอเราอยู่ แนะนำให้เคลียร์ฝั่งบนของแผนที่ให้ครบก่อน แล้วค่อยลงไปยังฝั่งล่าง แต่ให้ระวังตัว Orb of fire เป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะตีแรงระดับขอบแดงแล้ว ยังอึดตายยากแถมมีหลายตัวอีกด้วย แนะนำว่าทันทีที่เจอตัวใดที่อยู่ในพื้นที่ของห้อง Orb of Zot ให้ถอยกลับไปที่ห้องโซนด้านนอกเพื่อตีทีละตัวจะปลอดภัยกว่า
และเมื่อคว้า Orb of Zot มาได้ ก็จะเข้าสู่ภารกิจสุดท้ายของเกมคือการกลับขึ้นไปยัง Dungeon ชั้นแรกเพื่อเข้าทางออกเพื่อจบเกม ซึ่งระหว่างที่เรากลับขึ้นไปนั้น เกมจะเสกมอนฯประเภท Demon กับ Undead ออกมาก่อกวนเราเป็นระยะๆ แนะนำให้ใส่อาวุธประเภท Holy wrath (ถ้ามี) และถ้ามี Potion of haste เหลืออยู่ ให้กดใช้ด้วยนะ แล้วพยายามมุ่งหน้าวิ่งขึ้นบันไดอย่างเดียวโดยไม่ต้องสนใจพวกนั้นที่ตามเรา เว้นแต่ถ้าตัวไหนมาขวางทางเราจนไปต่อไม่ได้ก็จัดการได้เลย
และเมื่อไต่ขึ้นมาถึงชั้น 1 เมื่อเข้าทางออก ก็จะเอาชนะเกมนี้เป็นที่เรียบร้อย ! ยินดีกับความสำเร็จด้วยนะครับผม (*^▽^*)
Tips !
- หากเรามี Wand of polymorph เวลาเจอพวกขอบแดง แนะนำให้ลองยิง Polymorph ใส่ หากสำเร็จ จะทำให้เป้าหมายกลายเป็นมอนฯธรรมดา และแทบหมดทางสู้เราไปโดยปริยาย
- ไม่ควรบุ่มบ่ามรุกเข้าไปตรงๆ เวลาเจอศัตรูมาเป็นกลุ่ม จำไว้ว่าเทคนิค Stair Dancing ใช้ได้ผลดีเสมอ
- หากเจอศัตรูอยู่เดี่ยวๆแล้วไม่แน่ใจ ควรใช้อาวุธยิงเพื่อลองเชิงดูก่อนว่ามีตัวอื่นโผล่มาไหม ? หากไม่มีก็ค่อยเข้าไป
- เกมนี้เน้นยุทธวิธีมากกว่าโรกไลก์เกมอื่นๆ จำไว้ว่าตำแหน่งการยืนของผู้เล่นสำคัญมาก โดยเฉพาะหากใช้อาวุธประเภทหอก/ทวน/ง้าว หรืออาวุธยิง
- หากถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ แนะนำให้ใช้ Scroll of teleportation หรือไอเทมอะไรก็ได้ที่คิดว่าช่วยให้หลุดพ้นจากตรงนั้นได้แล้วรีบกลับขึ้นบันไดไปเติมพลัง
- หากโดน Sentinel's Mark หากอยู่ใกล้ทางขึ้นให้ขึ้นบันไดไปหลบแล้วกด 5 ให้สถานะ Mark หายไปแล้วกลับไปลุยต่อ แต่หากอยู่ห่างจากทางขึ้นมากให้กดยา Potion of cancellation เพื่อลบสถานะ Mark ออกทันที
เออ.. แต่ผมว่าเกมนี้ไม่ยากนะ ง่ายกว่า Roguelike เกมอื่นที่เคยเล่นมาทั้งหมดเลยจริงๆ โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นหลังจากที่คว้าไอเทมเป้าหมายได้แล้ว ผมว่าง่ายกว่า NetHack ซะอีก (ในเกมนั้น ระหว่างขากลับจะมีโอกาสโดน Teleport ถอยกลับลงไป 1-2 ชั้นด้วย แถมพอขึ้นบันไดชั้นบนสุดแล้วยังมีต่ออีก 5 ชั้นพิเศษอีกถึงจะจบเกม โหดสุดๆ ซึ่งของ DCSS จะไม่มีแบบนี้) และเกมนี้ส่วนใหญ่แอดฯจะลงไปได้ค่อนข้างไกลเฉลี่ย 10-20 แผนที่ต่อเกม ซึ่งส่วนใหญ่จะตายเพราะโดนรุมล้อมแบบไม่รู้ตัว โดนสกิล Banishment จนถูกส่งไป Abyss หรือไม่ก็ลงไปโดยไม่มีของป้องกันตามที่แผนที่นั้นๆแนะนำให้มี (โชคร้าย) ในขณะที่เกมอื่นไปได้ไม่เคยเกินกว่า 6 ชั้นเลยจริงๆ (โดยเฉพาะ Pixel Dungeon เนี่ย ไม่ชอบตรงที่มันบังคับให้สู้บอสทุก 6 ชั้นเพื่อไปต่อเลยจริงๆ)
ก็เอาเป็นว่าแอดมินจะมาแนะนำแนวทางการลุยดันเจียนให้ก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทสรุปนี้จะเป็นแนวทางการเล่นของ Minotaur | Fighter/Berserker | Trident/Spear | Trog นะครับ
*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านบอกว่า DCSS คล้าย Mystery Dungeon/Shiren the Wanderer ของญี่ปุ่นด้วยแฮะ พอรู้จักอยู่
Update 2025/12/27: แอดมินลองหาภาคแรกของ NDS มาเล่นแล้วเรียบร้อย รู้สึกไม่ค่อยติดเท่า DCSS เลยแฮะ สงสัยจะติดใจกับระบบ Auto-explore และ Autofight ซะแล้ว ฮ่าๆๆ เพราะใช้แค่เพียงสองปุ่มในการสำรวจและต่อสู้เท่านั้น (o กับ Tab) เกมเลยดำเนินไวดีแท้
แนะนำว่าควรตั้งโหมดการอัปสกิลเป็นแบบ Manual ส่วนค่าที่แอดมินตั้งก็ตามนี้ครับ

+ Fighting
* อาวุธ (แนะนำควรใช้แค่ชนิดเดียวเท่านั้น)
+ Armour
+ Shields ถ้าใช้อาวุธมือเดียว หรือ + Dodging ถ้าใช้อาวุธสองมือ (ไม่แนะนำให้ + พร้อมกัน)
+ Throwing ตั้ง Skill target เป็น 3
+ Evocations ตั้ง Skill target เป็น 3
เมื่อเริ่มเกมก็ให้เดินสำรวจแผนที่ไปเรื่อยๆด้วยการกด o จนกว่าจะขึ้นว่า Done exploring หากระหว่างนั้นเจอลูกดอก หรือ Boomerang ก็เก็บไว้ได้เลย (สามารถใช้ได้ด้วยการกด Shift-Tab กด Q ตัวใหญ่เพื่อเลือกเปลี่ยนอาวุธขว้างที่ต้องการ)
เมื่อลงไปจนถึงชั้นที่ 2 หรือ 3 จะเริ่มเจอพวก Orc และ/หรือ Gnoll เดินเกาะกลุ่มกันมาแบบเป็นปาร์ตี้ แนะนำให้ถอยกลับไปที่บันไดขึ้น แล้วใช้เทคนิค "Stair Dancing" คือการรอให้ศัตรูเดินเข้ามาประชิดตัวเราที่บันได ทำได้โดยการใช้อาวุธยิง/ขว้าง หรือกด . เพื่อให้มันเดินเข้ามา แล้วจากนั้นกด < เพื่อกลับขึ้นไปชั้นก่อนหน้า แล้วจัดการศัตรูที่ตามขึ้นมาด้วยให้หมด จากนั้นกด 5 หรือ o เพื่อเติมพลังให้เต็ม แล้วกลับลงไป จากนั้นก็ทำแบบเดิมจนกว่าจะหมดฝูง
หากเจอศัตรูที่ขอบเป็นสีม่วงหรือแดง แนะนำให้กดยา Might หรือใช้พลัง Trog's Hand แล้วตามด้วย Berserk ก่อนเข้าไปสู้นะครับ หากใช้พลัง Berserk เมื่อสู้เสร็จแนะนำให้ถอยกลับขึ้นไปชั้นก่อนหน้าเพื่อพัก(กด 5)ให้สถานะ Slow กับ -Berserk หายไปก่อน แล้วกลับไปลุยต่อ
เมื่อลุยไปเรื่อยๆจนเจอ Ecumenical Temple ให้เข้าไปแล้วหาดูว่ามีแท่นของ Trog ไหม ? หากมีก็จัดการเข้าลัทธิเลยครับ (ปล. ในแผนที่ปกติก็มีโอกาสเจอแท่นของ Trog ด้วยนะ)
Tips: หากไม่อยากหาแท่น Trog หรือเล่นกี่รอบก็ตายก่อนเจอทุกที แนะนำให้เล่นอาชีพ Berserker ครับ เล่นเหมือนกับ Fighter ทุกอย่าง ต่างตรงที่เริ่มเกมมาเราจะรับใช้ Trog ทันที แต่จะไม่มีโล่เริ่มต้นแบบ Fighter
เมื่อเข้าสังกัด Trog ได้แล้วเกมจะเริ่มง่ายขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลย เพราะเราสามารถปลดล็อคพลัง Berserk ได้ ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาเจอศัตรูขอบเแดงหรือมากันเป็นฝูง
และเมื่อลุยต่อไปเรื่อยๆ ประมาณชั้นที่ 8-11 จะเจอ Lair ให้เข้าไป แล้วลุยต่อจนไปถึงชั้นล่างสุดเลย แนะนำว่าควรมี Poison resistance กับ Corrosion resistance และห้ามใช้อาวุธประเภทมีคม (long blades, axes, lajatangs, และ heavy polearms) เพราะเวลาตี Hydra บางครั้งมันจะมีโอกาสงอกหัวใหม่เพิ่ม ทำให้กัดเราแรงขึ้น ตัวที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ Basilisk กับ Catoblepas เพราะมันสามารถแช่แข็งเราได้ โดย Basilisk เมื่อโดนท่าของมันจะติดแช่แข็งทันที แต่ Catoblepas ยังสามารถหลบควันแช่แข็งได้อยู่ ขอแค่อย่าอยู่ในหมอกควันเกินกว่า 1 เทิร์นเป็นพอ
เมื่อเคลียร์ Lair ชั้นสุดท้ายแล้ว ให้กลับขึ้นมายัง Dungeon (กด Shift-G D Enter) แล้วลุยต่อจนกว่าจะเจอ Orcish Mines เคลียร์ให้หมดทั้ง 2 ชั้น พลังป้องกันที่แนะนำคือ Willpower อย่างน้อยระดับ 2 ขึ้นไป
เมื่อเคลียร์ Orcish Mines ให้กลับขึ้นมายัง Dungeon แล้วลุยต่อจนถึงชั้นที่ 15 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของโซนแรก เมื่อเคลียร์ชั้นที่ 15 แล้ว ให้ไปยัง Snake Pit หรือ Spider's Nest แล้วตามด้วย Swamp หรือ Shoals เพื่อเริ่มล่า runes of Zot สองชิ้นแรก !
ส่วนพลังป้องกันที่แนะนำมีดังนี้:
Snake Pit: poison, fire, electricity, corrosion
Swamp: poison, willpower, corrosion, fly
Shoals: willpower, reflection หรือ SH 20+
Spider's Nest: corrosion, see invisible, poison, reflection หรือ SH 20+, AC 25+
![]() |
| ถ้ามาได้ไกลขนาดนี้ (คว้า Rune ได้ 2 ชิ้น) ถือว่าเก่งแล้วครับ |
เมื่อได้ Rune มาสองชิ้นแล้ว ให้บุกไปยัง Elven Halls แนะนำว่าควรมี rF, rC, rCorr, rElec และ will+++ ขึ้นไป เมื่อเคลียร์ชั้น 2 แล้วอย่าเพิ่งรีบลงไปชั้น 3 ให้ไปยัง Vaults ก่อน โดยจะอยู่ใน Dungeon ชั้นที่ 13-14 ค่าป้องกันที่แนะนำเหมือนกับ Elven Halls
![]() |
| Tips: ถ้าหา Battleaxe of electrocution มาได้ (จากในฉาก หรือใช้ battleaxe ธรรมดา/ชนิดอื่นแปลงเป็น electrocution จากใบ brand weapon) และตี +6 ขึ้นไป เกมจะง่ายขึ้นจนผิดหูผิดตา ! |
และเมื่อเคลียร์ชั้น 4 แล้วอย่าเพิ่งลงไปชั้น 5 ให้ไปยัง Depths แล้วไปต่อยาวๆจนถึงชั้น 4 แล้วกลับมาเคลียร์ Vaults:5 เพื่อเอา Rune ชิ้นที่สามใน Vaults โดยเมื่อลงมายัง V:5 เราจะถูกล้อมโดย Vault guard ทันที ให้ใช้ Scroll of teleportation หนีไปตั้งหลัก หรือถ้าเรามีค่า rF++ และมี Scroll of immolation ก็กดใช้แล้วลองตีสัก 2-3 ตัว แล้วทั้งหมดที่ล้อมจะกลายเป็นไฟลามทุ่ง ราบเป็นหน้ากอง ! จากนั้นเมื่อได้ Rune ไปเคลียร์ Elven Halls:3 เพื่อหาขุมทรัพย์ไอเทมระดับสูง (Elven Halls:3 ถ้าสู้ไม่ไหวจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ก็ได้นะ เพราะ Elf ระดับสูงในนี้โหดมากจริงๆ โดยเฉพาะ Deep elf elementalist ที่ตั้งป้อมสุดแรงได้กับ Deep elf death mage ที่มีโอกาสคืนชีพได้หนึ่งครั้ง)
และแล้วก็มาถึงด่านสุดท้ายของเกมนี้ กับ Realm of Zot แนะนำควรมีค่าป้องกันครบทุกแบบหากเป็นไปได้ แต่ให้เน้นที่ fire (rF) กับ willpower เป็นพิเศษ แนะนำควรเป็นระดับ rF++ กับ Will+++ ขึ้นไป โดยแนะนำว่าเมื่อเจอทางลงให้ลงทันที ไม่จำเป็นต้องสำรวจให้ครบ เพื่อลดโอกาสเจอมอนสเตอร์สุดโหดอย่าง Curse toe กับ Orb of fire และเมื่อมาถึงชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของเส้นทางหลัก หากมี Scroll of revelation ให้กดใช้เลย แล้วจะเห็นเป็นห้องขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง(หรือด้านบน)ของแผนที่ที่มีรูปทรงดูต่างจากฝั่งที่เราอยู่ ซึ่งห้องตรงกลางด้านล่าง(หรือบน)สุดจะมี Orb of Zot รอเราอยู่ แนะนำให้เคลียร์ฝั่งบนของแผนที่ให้ครบก่อน แล้วค่อยลงไปยังฝั่งล่าง แต่ให้ระวังตัว Orb of fire เป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะตีแรงระดับขอบแดงแล้ว ยังอึดตายยากแถมมีหลายตัวอีกด้วย แนะนำว่าทันทีที่เจอตัวใดที่อยู่ในพื้นที่ของห้อง Orb of Zot ให้ถอยกลับไปที่ห้องโซนด้านนอกเพื่อตีทีละตัวจะปลอดภัยกว่า
และเมื่อคว้า Orb of Zot มาได้ ก็จะเข้าสู่ภารกิจสุดท้ายของเกมคือการกลับขึ้นไปยัง Dungeon ชั้นแรกเพื่อเข้าทางออกเพื่อจบเกม ซึ่งระหว่างที่เรากลับขึ้นไปนั้น เกมจะเสกมอนฯประเภท Demon กับ Undead ออกมาก่อกวนเราเป็นระยะๆ แนะนำให้ใส่อาวุธประเภท Holy wrath (ถ้ามี) และถ้ามี Potion of haste เหลืออยู่ ให้กดใช้ด้วยนะ แล้วพยายามมุ่งหน้าวิ่งขึ้นบันไดอย่างเดียวโดยไม่ต้องสนใจพวกนั้นที่ตามเรา เว้นแต่ถ้าตัวไหนมาขวางทางเราจนไปต่อไม่ได้ก็จัดการได้เลย
และเมื่อไต่ขึ้นมาถึงชั้น 1 เมื่อเข้าทางออก ก็จะเอาชนะเกมนี้เป็นที่เรียบร้อย ! ยินดีกับความสำเร็จด้วยนะครับผม (*^▽^*)
Tips !
- หากเรามี Wand of polymorph เวลาเจอพวกขอบแดง แนะนำให้ลองยิง Polymorph ใส่ หากสำเร็จ จะทำให้เป้าหมายกลายเป็นมอนฯธรรมดา และแทบหมดทางสู้เราไปโดยปริยาย
- ไม่ควรบุ่มบ่ามรุกเข้าไปตรงๆ เวลาเจอศัตรูมาเป็นกลุ่ม จำไว้ว่าเทคนิค Stair Dancing ใช้ได้ผลดีเสมอ
- หากเจอศัตรูอยู่เดี่ยวๆแล้วไม่แน่ใจ ควรใช้อาวุธยิงเพื่อลองเชิงดูก่อนว่ามีตัวอื่นโผล่มาไหม ? หากไม่มีก็ค่อยเข้าไป
- เกมนี้เน้นยุทธวิธีมากกว่าโรกไลก์เกมอื่นๆ จำไว้ว่าตำแหน่งการยืนของผู้เล่นสำคัญมาก โดยเฉพาะหากใช้อาวุธประเภทหอก/ทวน/ง้าว หรืออาวุธยิง
- หากถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ แนะนำให้ใช้ Scroll of teleportation หรือไอเทมอะไรก็ได้ที่คิดว่าช่วยให้หลุดพ้นจากตรงนั้นได้แล้วรีบกลับขึ้นบันไดไปเติมพลัง
- หากโดน Sentinel's Mark หากอยู่ใกล้ทางขึ้นให้ขึ้นบันไดไปหลบแล้วกด 5 ให้สถานะ Mark หายไปแล้วกลับไปลุยต่อ แต่หากอยู่ห่างจากทางขึ้นมากให้กดยา Potion of cancellation เพื่อลบสถานะ Mark ออกทันที
"เป็นเกมโรกไลก์เกมแรกและเกมเดียวที่แอดมินสามารถเล่นไปได้ไกลต่อหนึ่งเกม และจบได้โดยไม่โกง"
ส่วนใครที่เล่นสายตีประชิดจนเบื่อแล้ว ลองสายเวทอย่าง Djinni Fire Elementalist ดูครับ ยิงมันส์สุดๆ แถมไม่ต้องใช้ MP อีกด้วย (เพราะใช้ HP ในการร่ายแทน) หรือถ้าชอบยิงธนูหรือหน้าไม้ลอง Minotaur Hunter ดูก็ได้
ที่มา: http://crawl.chaosforge.org/Walkthrough
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

