31 ธันวาคม 2568

ส่องดู DCSS v0.34 Dev Build ของใหม่เพียบ !!

ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีนี้ ใครที่ไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหน มาเล่นเกมกันดีกว่า กับ Dungeon Crawl Stone Soup เกมแนวโรกไลก์ฟรี ที่ฟรีจริงๆ ไม่มีแม้แต่โฆษณา และ Microtransactions ใดๆ แต่คุณภาพกลับเทพไม่แพ้เกม Commercial (เสียเงิน) เลยจริงๆ ซึ่งเกมนี้นอกจากจะมีจุดเด่นที่ระบบเข้าใจได้ง่ายและสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าเกมแนวเดียวกันตัวอื่นๆแล้ว ทางทีมพัฒนายังคงปล่อยเวอรชันใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปีไม่ทิ้งไปไหน

และล่าสุดในเวอรชันถัดไป v0.34 ที่มีกำหนดออกช่วงกลางปี 2026 นั้นจะเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่แบบยกเครื่องในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ที่สนใจอย่างลองเล่นก่อนใคร ทางทีมพัฒนาได้ปล่อยตัว Development Build (Dev Build) เวอรชันใหม่ออกมาทุกวัน เพื่อให้ผู้เล่นได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ และร่วมหาบั๊คให้กับทีมพัฒนานำไปแก้ไข ซึ่งตัวเกมนี้จะต่างจากตัวปกติตรงที่อาจจะมีข้อผิดพลาดหรือบั๊คมากกว่าตัวปกติที่ผ่านการแก้ไขมาอย่างดีแล้ว ซึ่งถ้าใครไม่อยากเจอบั๊คแปลกๆ จนเล่นต่อไม่ได้ แนะนำให้เล่นตัวเกมปกติแล้วรอเวอร์ชันถัดไปจะดีกว่าครับ แต่ถ้าใครชอบลองของใหม่และไม่กลัวบั๊คจนเสียอรรถรสก็เชิญลองได้ที่ https://crawl.develz.org/trunk/ (แต่ไม่มีของ Android นะ)

ส่วนสิ่งที่เพิ่มมาใหม่ใน v0.34 มีดังนี้ (เฉพาะเท่าที่เจอนะ)

ไอเทมใหม่
ตัวอย่างไอเทมที่เพิ่มมาใหม่ก็มีดังนี้:
- Amulet of alchemy เพิ่มพลังให้กับเวทสาย Alchemy และยังสามารถแตกพลังเวทออกมาจากยาต่างๆที่ดื่มได้ด้วย
- Amulet of dissipation ช่วยลดระยะเวลาของ Debuff ต่างๆเป็นสองเท่า
- Amulet of wildshape เพิ่มพลังให้กับสกิลสาย Shapeshifting

และยังมี Ego หรือออปชันใหม่ๆ เช่น Parrying เพิ่มค่า SH ชั่วขณะเมื่อใช้การโจมตีประชิด

กราฟิกที่ปรับปรุงใหม่
มีการปรับปรุงกราฟิก เปลี่ยนรูป Tile และเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในแผนที่ ดูความแตกต่างของ Lair ได้ครับ ซ้าย v33.X ขวา v34


จะเห็นได้ว่า จากเดิมมีแค่ทุ่งหญ้าโล่งๆ ก็จะมีดอกไม้และดินที่ไม่มีหญ้าในบางจุดด้วย

ปรับสมดุลและเพิ่มระบบใหม่ๆ

ระบบใหม่ที่เพิ่มมาก็มี เช่น เวลาเจอพวกขอบแดงหรือตัวที่มีชื่อ จะมีการขึ้น --More-- เพื่อเป็นการแจ้งเตือนให้ระวัง โหมดใหม่ Dungeon Descent ลงบันไดแล้วลงเลยไม่มีขึ้น เพิ่มความท้าทาย นอกจากนี้ยังมีการปรับสมดุลช่วงต้นเกมให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ที่เห็นได้ชัดสุดคือ Snake Pit ชั้นสุดท้ายมีการปรับให้ทางวนก่อนเข้าไปเจอ Rune มีระยะทางสั้นลงและขนาดพื้นที่แคบลง ทำให้สามารถถอยกลับไปตั้งหลักที่บันไดง่ายขึ้น


ปล. สุดท้ายนี้ เมื่อไหร่จะมี Kirby's Mystery Dungeon น้า... 😁

30 ธันวาคม 2568

ช่วง Free Talk by Admin ส่งท้ายปี 2025

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ตามธรรมเนียมเช่นทุกปีนะครับ ในบทความส่งท้ายปีนี้จะเป็นการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบปี จะมีอะไรบ้าง ไป Recap กันเลย !!


ปีทองของ Kirby กับภาคเสริม และการรอคอยกว่า 22 ปี ...ที่น่าผิดหวัง

ในปีนี้ทาง Nintendo ได้ปล่อยของเด็ดอย่าง Nintendo Switch 2 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยได้มีการเปิดตัวในเดือนมกราคม ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน (เครื่องศูนย์ไทยของ Synnex Thailand วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน)

นอกจากนี้ในช่วงไล่เลี่ยกับที่เครื่องวางจำหน่ายในโซนแรก (ญี่ปุ่นกับอเมริกา) ทาง Nintendo ได้เปิดตัวเกม Kirby ออกมาใหม่ถึงสองเกมด้วยกัน โดยเกมแรกเป็น "ภาคเสริม" ของเกมเก่าจาก Switch 1 อย่าง Kirby and the Forgotten Land (KatFL) ในชื่อภาค "Star-Crossed World" โดยเป็นภาคเสริมสำหรับ Switch 2 โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ที่มีตัวเกมภาคเก่าของ Switch 1 อยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบตลับและดิจิทัล สามารถซื้อ "Upgrade Pack" ผ่านทางร้านค้า eShop เพื่อเล่นภาคเสริมบน Switch 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อเกมใหม่ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีตัวเกมก็สามารถซื้อเกมเต็มได้เช่นกัน ส่วนรายละเอียดของภาคเสริมมีดังนี้..

เพิ่มโหมดใหม่ Star-Crossed World – สำหรับในโหมดนี้จะเข้าเล่นได้ก็ต่อเมื่อเล่นโหมดเนื้อเรื่องหลักจบแล้วเท่านั้น (จบแบบกี่ % ก็ได้) โดยลักษณะจะคล้ายกับโหมด "Extra Game" ของภาคที่ผ่านมานั้นเอง คือ เปลี่ยนแปลงบรรยากาศของฉากและเลย์เอาเลเวลทั้งหมด และเปลี่ยนแปลงศัตรูและบอสบางส่วน ให้ยากขึ้น โดยในบางด่านหรือเลเวลจะมีการเพิ่มระยะทางให้ยาวขึ้น และยังมีเส้นทางใหม่ที่ในโหมดหลักไม่มี ให้สำรวจเพิ่มอีกด้วย ซึ่งในภาคนี้จะต่างจากภาคที่ผ่านมาตรงที่ยังมาพร้อมกับเนื้อเรื่องใหม่อีกด้วย ไม่ได้แค่เพียง "ย้อมแมวฉาก" เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับตัวประกันชุดใหม่และ Starry Coins ให้เก็บสะสมเพื่อใช้ปลดล็อคฟิกเกอร์ชุดใหม่ในตู้กาชา และโหมด/สถานที่ใหม่ภายในเมืองของ Star-Crossed World อีกด้วย

เพิ่ม Mouthful Mode สามร่างใหม่ – Spring Mouth สำหรับกระโดดขึ้นที่สูง และพุ่งลงมาทับได้ (คล้ายพลัง Stone ในภาคเก่า), Gear Mouth ใช้สำหรับไต่กำแพงขึ้นไปในแนวดิ่งได้ (คล้ายกับพลัง Wheel ในภาคเก่า) และ Sign Mouth ไถลด้วยความเร็ว และกระโดดหมุนตัวโจมตีกลางอากาศ (คล้ายกับพลัง Ice Skating (Cutter+Ice) ในภาค 64)

เพิ่มโหมดสู้บอสใหม่สุดท้าทาย The Ultimate Cup Z EX – ปลดล็อคโดยการเคลียร์โหมด Star-Crossed World ซึ่งในนี้ท่านจะได้เจอกับบอสใหม่ประจำโหมด SCW รวมถึง "บอสลับ" จากภาคเก่าในร่างใหม่สุดเซอร์ไฟรส์อีกด้วย (ล่าสุดมีคนเคลียร์แบบ No Damage ได้แล้ว แถมจบภายใน 7 นาทีอีกด้วย !! 😮 ทำไปด้ายยยย~)
 
การปรับปรุงสำหรับ Nintendo Switch 2 (ฟรี) – ปรับปรุงกราฟิก รองรับ 4K และรันที่ 60 FPS เป็นอย่างต่ำ (อันนี้ไม่ต้องซื้อภาคเสริมก็มีให้เช่นกัน)



และอีกเกมที่มีการเปิดตัวออกมานั้นก็คือ Kirby Air Riders ซึ่งถือว่าเซอร์ไฟรส์พอสมควร เพราะนอกจากจะเป็นภาคต่อจากเกมเก่าของเครื่อง GameCube เมื่อ 22 ปีที่แล้วนั้น ยังเป็นการกลับมากำกับโดย Masahiro Sakurai บิดาผู้ให้กำเนิด Kirby อีกด้วย (อ่านประวัติได้ภายในลิงค์นั้น) ซึ่งในภาคนี้นอกจากจะมีโหมดการเล่นและสนามเก่ากลับมาครบแล้วนั้น ยังมีสนามใหม่ในโหมด Air Ride และ Top Ride โหมดละ 10 แผนที่, ตัวละครใหม่มากถึง 10 ตัว (มี Adeleine ด้วย 😍 ..แต่ไม่มี Cirno เอ้ย! Ribbon นะ) และยานพาหนะหรือ Air Ride Machine ใหม่อีก 2 ลำด้วยกัน ที่เด็ดคือ นอกจากแผนที่ในโหมด Top Ride และ City Trial จะใหญ่ขึ้นกว่าภาคแรกแล้วนั้น ยังมีโหมดเนื้อเรื่องในรูปแบบ "Open-world" ด้วยคือ Road Trip ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเกมรุ่นพี่อย่าง Mario Kart World เลยครับ ทั้งวิ่งวนในแผนที่ Hub/Overworld เพื่อทำภารกิจ และหาไอเทมลับ และเข้าแข่งขันตามจุดต่างๆ



ถึงแม้จะมีกระแสตอบรับดีในการวางจำหน่ายช่วงแรก และได้รับคำชมจากสำนักข่าวเกมมากมาย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มเจอทัวร์จากผู้เล่นและอินฟูลฯสายเกมซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกราฟิกที่ทำอย่างลวกๆราวกับเกมสมัยเครื่อง Wii, ระบบปลดล็อคแบบเกมยุคเก่าที่เน้นการ Grinding มากกว่า Progression (เคลียร์โหมด Road Trip ไม่ได้หมายความว่าปลดทุกอย่างครบนะ) รวมถึงตัวละครที่ไม่ได้ขนมายกซีรี่ส์แบบ Kirby Star Allies (ไม่มี Gooey จาก KDL3, มี Adeleine แต่ไม่มี Ribbon ฯลฯ) และคอนเทนต์โดยรวมที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับ Mario Kart World ทำให้ผู้เล่นบางคนรู้สึก "ไม่คุ้ม" กับราคาเต็มที่จ่ายไป เมื่อเทียบกับคุณภาพรวมของเกมที่ด้อยกว่าเกมรุ่นพี่อย่างเห็นได้ชัด ไม่สมกับการรอคอยใดๆ (มีสมาชิก Reddit ท่านนึงบอกว่าราคาควรจะ 40 หรือ 50 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ 70 ดอลลาร์ 😥) ซึ่งอินฟูลฯบางเจ้าถึงกับยกให้เป็นเกม Switch 2 ที่น่าผิดหวังแห่งปี (Worst Game of the Year) เลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงทำยอดขายทั่วโลกไปได้กว่า 3 ล้านชุด ณ ธันวาคม 2025 หรือเท่ากับสถิติเดิมของ Kirby Super Star Ultra เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะเป็นการคืนชีพ ที่ลงเอยด้วยความไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ ซึ่งส่วนหนึ่งที่คุณภาพงานของภาคนี้ดร็อปลง ก็มาจากเป็นผลงานการพัฒนาของทีมงานรุ่นใหม่ทั้งหมด (คนละทีมกับที่ทำ KatFL) และตัวเอนจินเกมที่เหมือนจะนำเอาเอนจินของ Super Smash Bros. Ultimate มาใช้ ซึ่งในส่วนของสตูดิโอเกมนั้นได้มีการรับทีมงานชุดใหม่นี้เข้ามาในช่วงต้นปี 2024 ทำให้เหมือนเป็นการเร่งดันตัวเกมออกมาไวเกินไปจนไม่มีเวลามากพอในการขัดเกลาเอนจินเพื่อดึงพลังของเครื่อง Switch 2 ออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแฟนๆก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งกว่าจะมีการกลับลำ ออก DLC เพื่อเพิ่มตัวละครและปรับปรุงคุณภาพเกมให้ดีขึ้นกว่าเดิม

และในช่วงหลังจากงาน The Game Awards 2025 จบลง ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเกมภาคต่อไปที่จะเปิดตัวในไลฟ์ Nintendo Direct ของปี 2026 โดยเป็นเกมภาคหลักภาคใหม่ที่อาจมาในรูปแบบ 2D ลุยข้าง ผสมกับ 3D เดินรอบทิศ (คล้ายๆ Mega Man X7) และเล่นได้ถึง 4 คน และภาครีเมคของ Kirby: Canvas Curse กับ Kirby and the Rainbow Curse ที่จะได้วางจำหน่ายต่อจากนั้น และอาจมาแบบมัดรวม 2 ภาคในเกมเดียว (หากดูจาก Timeline เกมที่ปล่อยออกมาในยุค Nintendo Switch คาดว่าคงกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ออกภาคใหม่สลับกับภาครีเมค)

UPDATE 2 ม.ค. 2026: มีข่าวลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "Kirby Star Allies – Nintendo Switch 2 Edition" หากมีความเคลื่อนไหว และกลายเป็นข่าวจริง แอดมินจะนำมาแจ้งให้ทราบในบทความใหม่หรือทาง Admin Free Talk นะครับผม (ช่วงนี้ข่าวลือเกมเก่าเล่าใหม่บน Switch 2 เยอะจริงๆ)

การ(ใกล้)มาถึงของตู้ Pop'n Music 2025 MODEL (ในไทย) !!

ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนอกจากจะเป็นเดือนที่ NS2 ได้วางจำหน่ายในโซนเอเชียแล้วนั้น ทาง Konami ยังได้เปิดตัวตู้เกม Pop'n Music รุ่นใหม่ในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ภาค TUNE STREET ในปี 2010 พร้อมกับเกมภาคใหม่ที่ยังไม่เผยชื่อในขณะนั้น ซึ่งภายหลังคือ Pop'n Music High☆Cheers!! และได้อัปเดต/เปิดให้บริการตู้รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตู้รุ่นใหม่นี้มีฟิเจอร์คล้ายกับตู้รุ่นใหม่ของเกมอื่นในเครือที่ออกมาก่อนหน้านี้ คือ หน้าจอหลัก 120hz, หน้าจอรองแบบสัมผัส และปุมใหม่ 2 ปุ่มสำหรับเล่นในโหมดใหม่ของภาคนี้ที่เป็นการเล่นด้วยปุ่มใหม่ 2 ปุ่มเท่านั้น และยังมี EXTRA MODE (ยังไม่เปิดให้เล่นในตอนนี้) ที่นอกจากใช้ 9 ปุ่มหลักแล้ว ยังมีโน้ตพิเศษขนาดใหญ่ 2 ฝั่งแทรกเข้ามาในเลนหลักทั้ง 9 คล้ายๆกับ SIDE TRACK ของ DJMAX RESPECT V อีกด้วย และในโหมดนี้ยังมีระดับใหม่ Cho-EX ที่ยากกว่า EX อีกด้วย (คล้ายกับระดับ LEGGENDARIA ของ IIDX หรือ CHALLENGE ของ DDR)


ส่วนตัวเกมนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่แบบยกเครื่องจริงๆ เพราะนอกจากจะมีโหมดใหม่แล้ว ยังมีการรีมาสเตอร์กราฟิกตัวละครเก่าทั้งหมด และเพิ่มความละเอียดการแสดงผลเป็น 1080 และตัวเกมเป็นระบบ 64-bit เรียบร้อย ส่วนตัวละครใหม่ตั้งแต่ภาคนี้จะใช้อนิเมชันรูปแบบใหม่ที่ แขน-ขา และส่วนต่างๆของร่างกาย สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล คล้ายกับใน HELLO! POP'N MUSIC นอกจากนี้ ทั้ง โลโก้ High☆Cheers!! รูปแบบธีมรวมไปถึงเมนูต่างๆนั้น ดูคล้ายกับ Friday Night Funkin' เอามากๆ ! จนบางท่านตั้งข้อสงสัยว่าภาคนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมนั้นหรือเปล่านะ ? 😉


นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า ตู้รุ่นใหม่นี้กำลังจะเตรียมเข้ามาเปิดให้บริการในไทยโดย Echo Games อีกด้วย โดยมีสมาชิก Facebook "จำนวนมาก" (ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ติดตามเว็บเราด้วย) ได้ Inbox หลังไมค์ไปถามแอดมินเพจ Echo Games และได้คำตอบประมาณว่า "เดี๋ยวจะลองเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบนะคะ" ก็คงเป็นการการันตีแบบกลายๆว่า ตู้รุ่นใหม่จะเข้าไทยอย่างแน่นอน !! (ที่แน่ๆ เลิกหวัง Hahama ไปได้เลยครับ เพราะไม่เคยเอาตู้รุ่นใหม่เข้ามาเลยแม้แต่เกมเดียว และล่าสุดได้ "ลอยแพ" Sound Voltex เป็นที่เรียบร้อย...)


และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดตลอดปี 2025 ที่แอดมินนำมาสรุปในครั้งนี้... สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกของเรามาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ปีหน้า สำหรับวันนี้ "สวัสดีปีใหม่" ล่วงหน้าด้วยนะครับผม 🥳🎉

Moco's Dream Land 3: The Heart Stars


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 
2 มกราคม 2569

4 ธันวาคม 2568

[STK Evo Direct 2] การปรับปรุงระบบขับขี่แบบยกเครื่อง !

(แอดมินชี้นิ้วมาที่กล้อง) ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ STK Evolution Direct 2 ครับผม !

รอบนี้ไม่ต้องเสียเวลาอ่านครับ มาดูคลิปกันเลยดีกว่า !



สรุปสั้นๆ สำหรับใครที่ฟังอังกฤษไม่ออก
- ปรับปรุงระบบการชนระหว่างรถ: สามารถเบียดรถคู่แข่งได้โดยที่ฝ่ายเข้าเบียดไม่เกิดอาการเสียหลักแล้ว ทำให้เบียดสู้กันได้สนุกยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยแก้อาการรถทั้งสองฝ่ายเสียการควบคุม (collision deadlock) ได้อีกด้วย
- ปรับปรุง Hitbox การเก็บไอเทม
- ปรับปรุงการกระโดด
- ปรับปรุงการกระแทกของล้อ
- ปรับปรุงการชนกำแพง
- ปรับปรุงการตกหลังกระโดดให้ถึงพื้นช้าลงจนเกือบคล้ายกับ Kirby Air Ride(rs)

ก็จบลงแล้วนะครับสำหรับครั้งนี้ ยังมีต่ออีกในคลิป STK Evolution Direct 3 (Devlog 2) คราวหน้านะ แล้วพบกัน Happy Riding !! 

1 ธันวาคม 2568

บทสรุปพิชิต Dungeon Crawl Stone Soup v0.33.1

หลังจากที่ได้โพสรีวิวเกม DCSS ไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมากจนมีคำถามเกี่ยวกับเกมนี้เข้ามาทางหลังไมค์เยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะความเห็นที่ว่า "เกมนี้มันก็ยากมหาโหดไม่ต่างจาก Roguelike เกมอื่นเลยนี่นา แบบว่า ลงไปได้แค่ 3-5 ชั้นก็ดุ้ยแล้ว ไม่เห็นง่ายแบบที่บอกในรีวิวเลย" 😥

เออ.. แต่ผมว่าเกมนี้ไม่ยากนะ ง่ายกว่า Roguelike เกมอื่นที่เคยเล่นมาทั้งหมดเลยจริงๆ โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นหลังจากที่คว้าไอเทมเป้าหมายได้แล้ว ผมว่าง่ายกว่า NetHack ซะอีก (ในเกมนั้น ระหว่างขากลับจะมีโอกาสโดน Teleport ถอยกลับลงไป 1-2 ชั้นด้วย แถมพอขึ้นบันไดชั้นบนสุดแล้วยังมีต่ออีก 5 ชั้นพิเศษอีกถึงจะจบเกม โหดสุดๆ ซึ่งของ DCSS จะไม่มีแบบนี้) และเกมนี้ส่วนใหญ่แอดฯจะลงไปได้ค่อนข้างไกลเฉลี่ย 10-20 แผนที่ต่อเกม ซึ่งส่วนใหญ่จะตายเพราะโดนรุมล้อมแบบไม่รู้ตัว โดนสกิล Banishment จนถูกส่งไป Abyss หรือไม่ก็ลงไปโดยไม่มีของป้องกันตามที่แผนที่นั้นๆแนะนำให้มี (โชคร้าย) ในขณะที่เกมอื่นไปได้ไม่เคยเกินกว่า 6 ชั้นเลยจริงๆ (โดยเฉพาะ Pixel Dungeon เนี่ย ไม่ชอบตรงที่มันบังคับให้สู้บอสทุก 6 ชั้นเพื่อไปต่อเลยจริงๆ)

ก็เอาเป็นว่าแอดมินจะมาแนะนำแนวทางการลุยดันเจียนให้ก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทสรุปนี้จะเป็นแนวทางการเล่นของ Minotaur | Fighter/Berserker | Trident/Spear | Trog นะครับ

*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านบอกว่า DCSS คล้าย Mystery Dungeon/Shiren the Wanderer ของญี่ปุ่นด้วยแฮะ พอรู้จักอยู่แต่ยังไม่เคยเล่น เพราะเป็นเกมเสียเงินซื้อ ฮ่าๆๆ (คล้ายตรงที่เน้นแทกติกการเดินของตัวละคร และระบบต่างๆที่เข้าใจง่าย เน้นลุยเป็นหลัก ต่างตรงที่ "ตายแล้วเซฟหาย" (Permadeath) เป็นตัวเลือกความยาก; ระดับง่ายตายแล้วของไม่หาย แต่เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเหมือนเดิม)

Update 2025/12/27: แอดมินลองหาภาคแรกของ NDS มาเล่นแล้วเรียบร้อย รู้สึกไม่ค่อยติดเท่า DCSS เลยแฮะ สงสัยจะติดใจกับระบบ Auto-explore และ Autofight ซะแล้ว ฮ่าๆๆ เพราะใช้แค่เพียงสองปุ่มในการสำรวจและต่อสู้เท่านั้น (o กับ Tab) เกมเลยดำเนินไวดีแท้