16 กันยายน 2565

pop'n music RESPECT : STAGE 34 「ดันเจี้ยนบันโซ」

ช่วงเช้าของวันต่อมา ณ มายแคมป์ของทั้งสอง

เนียมิ: ในที่สุดก็เหลือเศษลูกแก้วอีกแค่ชิ้นเดียวแล้วนะ!

เนียมิกล่าวในขณะที่นำซิลลี่คีย์ออกมาดู

มิมิ: อืม! รู้สึกเหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปแค่แป๊ปเดียวเองเนอะ

มิมิตอบขณะที่เธอกำลังหวีผมเพื่อเตรียมมัดผมเปียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง (ส่วนเนียมิแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว)

เนียมิ: นั่นสิ ทั้งที่พวกเราก็ออกเดินทางมาได้ไกลมาก.. อาจจะไกลกว่าทุกครั้งเลยด้วยซ้ำ

มิมิ: อืม! ไม่เหมือนภารกิจของเมืองก่อนๆ เลยจริงๆ ส่วนมากพวกเราจะได้ออกเดินทางเต็มที่ก็แค่บริเวณรอบๆ เมืองเท่านั้น ไม่เคยออกไปไกลจากตัวเมืองขนาดนี้มาก่อนเลย

เนียมิ: แต่หมายความว่า... หากพวกเรารวบรวมเศษลูกแก้วได้ครบหมดแล้ว.. การผจญภัยในอาณาจักรเทพนิยายของพวกเราก็ต้องสิ้นสุดลงแล้วสินะ

มิมิ: ถูกต้องแล้วล่ะ!

จากนั้นเนียมิก็มองดูลูกแก้วบนซิลลี่คีย์อยู่สักพักพลางคิดอะไรไปด้วย ก่อนที่จะเก็บกลับไปโดยใช้พลังจากถุงมือทำให้หายไป

เนียมิ: รู้สึกเสียดายนิดๆ เหมือนกันแฮะ ที่พวกเราอาจจะไม่ได้ใส่ชุดนี้กันแล้ว แต่เพื่อเป้าหมายหลักของพวกเราก็ต้องมุ่งหน้ากันต่อนะ!

มิมิ: อืม!! วันนี้มาพยายามด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายนะ! เออ... ฉันหมายถึงเป็นผู้กล้าครั้งสุดท้ายนะ (^∀^●)ノシ

แล้วมิมิก็เริ่มมัดผมให้เป็นทรงหางเปีย

เนียมิ: เอาล่ะ แล้วสถานที่สุดท้ายที่พวกเราจะได้ไปลุยกันในวันนี้ก็คือ...

เนียมิหยิบแผนที่ของไดโนออกมาเพื่อดูสถานที่ซ่อนเศษลูกแก้วเวทมนตร์ชิ้นสุดท้าย ซึ่งอยู่ที่ "ดันเจี้ยนบันโซ"

--------------------------------------------------------------------------------


STAGE 34
「ดันเจี้ยนบันโซ」


--------------------------------------------------------------------------------

เวลาต่อมาหลังจากที่มิมิแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังสถานที่ถัดไป

มิมิ: สถานที่ถัดไปเป็น "ดันเจี้ยนบันโซ" งั้นเหรอ?

มิมิกล่าวขณะกำลังดูแผนที่ที่เนียมิกำลังถืออยู่

เนียมิ: อืม! จะว่าไปพวกเราเองก็เคยลุยดันเจี้ยนมาหลายที่แล้วเหมือนกันนะ

มิมิ: นั่นสิ แต่กว่าที่พวกเราจะพิชิตได้ก็เหนื่อยพอดูเลยล่ะ

เนียมิ: หรือว่าบนเกาะป๊อปปิน แต่ละเมืองจะต้องมีดันเจี้ยนอยู่อย่างน้อยหนึ่งแห่ง?

มิมิ: เอ๊!? แต่ที่เมืองแรกไม่มีดันเจี้ยนนะ

เนียมิ: เออ.. ก็นั่นสินะ แต่ก็อาจจะมีอยู่ที่ไหนสักแห่งจริงๆ ก็ได้ เพราะเมืองแรกมันใหญ่เหมือนโตเกียวจริงๆ ไม่มีทางสำรวจได้ครบในวันเดียวอยู่แล้ว

มิมิ: แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าที่เมืองพาราไดซ์มีดันเจี้ยนอยู่จริงๆ นะ ฉันคิดว่าอาจจะเป็นดันเจี้ยนในสไตล์กึ่งๆ ไซไฟแน่ๆ เลยล่ะ

เนียมิ: ฮ่าๆ ^_^ ฉันเองก็คิดแบบเดียวกับเธอพอดีเลยล่ะ! แต่ตอนนี้เราเลิกคุยเรื่อยเปื่อย แล้วรีบมุ่งหน้าไปลงดันเจี้ยนกันเร็วๆ ดีกว่า

มิมิ: อืม!! วันนี้พวกเราต้องคว้าเศษลูกแก้วชิ้นสุดท้ายมาให้ได้เลยนะ!

เนียมิ: โอ้!! \(@^0^@)/

และหลังจากที่เดินมาได้สักพัก ในที่สุดก็มาถึงหน้าทางเข้า "ดันเจี้ยนบันโซ" โดยตัวดันเจี้ยนภายนอกมีลักษณะเป็นโดมสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ตัวโดมสร้างจากดิน และมีหลุมขนาดใหญ่อยู่รอบโดม

เนียมิ: ที่นี่เหรอ ดันเจี้ยนบันโซ..

มิมิ: หน้าตาดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกันนะ (ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลย)

เนียมิ: เอาเป็นว่าพวกเราก็เข้าไปลุยกันเลยเถอะ!

จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปภายในดันเจี้ยนผ่านปากทางเข้าที่อยู่ตรงหน้า

บรรยากาศภายในโดยรวมก็คล้ายกับถ้ำทั่วๆ ไป มีทางเดินเป็นลักษณะถ้ำแคบๆ แต่ไม่ค่อยมืดมิดเท่าไหร่นัก ตลอดทางมีแสงสว่างจากคบเพลิงที่ตั้งอยู่ริมทางของถ้ำเป็นระยะๆ

เนียมิ: แล้วแบบนี้.. ถ้าเกิดพวกเราเจอศัตรู จะให้แปลงร่างกันเลยไหม?

มิมิ: ถ้ายังไม่เจอระดับ "บอส" จริงๆ ฉันว่าลองใช้ซิลลี่คีย์ดูก่อนดีกว่า เพื่อมันอาจจะพอช่วยอะไรแทนกันได้บ้าง

และหลังจากที่เดินมาได้สักพัก ก็มาถึงบริเวณห้องโถงขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างกว้าง

แต่ขณะเดียวกันทั้งสองก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในห้องนี้เป็นจำนวนมาก มีลักษณะคล้ายกับกระรอกแต่ตัวใหญ่เท่ากับพวกเธอ ซึ่งพวกเขาเหมือนกำลังทำงานอะไรบางอย่างอยู่ ทั้งสองจึงหยุดดูที่หน้าปากทางอยู่สักพัก

เนียมิ: ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นเหมืองนะ และพวกเขาดูท่าทางจะเป็นมิตรกับพวกเราด้วย

และในทันใดนั้น หนึ่งในกระรอกก็หันมาเห็นพวกเธอ

"Σ( °o °) อ้าว! นั่นมันใครกันน่ะ??"

แล้วจากนั้นกระรอกตัวอื่นๆ จึงหันมามองทั้งสองด้วยเช่นกัน

มิมิ: คือพวกเรามาตามหาเศษลูกแก้วเวทมนตร์น่ะคะ ไม่ทราบว่า.. พอจะเห็นกันบ้างไหม?

"เศษลูกแก้วเวทมนตร์เหรอ? มันคืออะไรกัน??"

แล้วมิมิก็เล่าเรื่องภารกิจของพวกเธอให้ฟัง

"อ๋อ.. อย่างนี้เอง ถ้าหมายถึงสิ่งนั้นละก็ มันก็อยู่ตรงนั้นไงล่ะ!"

แล้วเขาก็ชี้ไปทางด้านซ้ายนับจากมุมมองของทั้งสอง ซึ่งจุดนั้นเป็นแท่นบูชาแบบญี่ปุ่น และบนแท่นนั้นมีเศษลูกแก้วเวทมนตร์วางอยู่

เนียมิ: เอ๊!? อยู่บนนั้นเองเหรอ?? Σ( °o °)

มิมิ: ทำไมคราวนี้กับหาเจอได้ง่ายๆ แบบนี้กันล่ะเนี่ย??

ทั้งสองอึ้งสุดขีด เพราะไม่นึกว่าเศษลูกแก้วชิ้นสุดท้ายจะหาเจอได้อย่างง่ายดายขนาดนี้มาก่อน

เนียมิ: ถ้างั้นพวกเราก็ขอรับไปแล้วนะคร๊าา... o(*^@^*)o

"เดี๋ยวก่อน!!"

เขาสั่งห้ามเนียมิที่กำลังเดินไปหาแท่นบูชา

เนียมิ: อ้าว!? ทำไมล่ะ??

"ที่จริงแล้ว... พวกเราเองก็ต้องการพลังจากเศษลูกแก้วนั้นเหมือนกัน..."

มิมิ/เนียมิ: เอ๋??? Σ( °o °)

ทั้งสองตะโกนออกมาด้วยความตลึง

"ใช่ๆ ถ้าหากไม่มีสิ่งนั่นอยู่ละก็ พวกเราก็คงไม่ได้อยู่กันอย่างเป็นสุขแบบนี้แน่"

กระรอกอีกตัวกล่าว

เนียมิ: แล้ว... เหตุใดพวกท่านถึงต้องการพลังจากเศษลูกแก้วนั่นล่ะ??

"คือที่จริงแล้วมันมีสาเหตุและที่มานะ คือว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้... ย้อนไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ในช่วงค่ำของวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังกลับมาจากการหาของป่า ฉันก็ได้เห็นหางแสงประหลาดคล้ายกับดาวตก ร่วงลงมาบริเวณใกล้ๆ กับรังของพวกเรา ซึ่งตอนที่มันร่วงลงสู่พื้นได้เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นชั่วขณะ ณ จุดที่ตก ด้วยความสงสัยฉันจึงลองเข้าไปดูที่จุดเกิดเหตุ ...เมื่อมาถึงบริเวณจุดที่ตก ก็พบกับ "เม็ดพลอย" ลึกลับที่ตกอยู่ตรงจุดนั้น ซึ่งเม็ดพลอยนั้นเปล่งแสงสีขาวและมีประกายที่สวยงามมาก ฉันจึงตัดสินใจเก็บมันกลับมาด้วย ...และหลังจากที่พยายามหาข้อมูล ก็ไม่ปรากฏว่ามีอัญมณีที่มีลักษณะเดียวกันนี้อยู่บนโลกนี้แต่อย่างใด พวกเราก็เลยเชื่อกันว่าเศษอัญมณีชิ้นนี้อาจจะเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้กับพวกเราชาวบันโซก็เป็นได้ เพราะในขณะนั้นพวกเรากำลังสูญเสียเครื่องรางที่สำคัญของพวกเราไปน่ะ"

มิมิ: เครื่องรางงั้นเหรอ?

"อืม! มันเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยป้องกันไม่ให้มีศัตรูหรือสิ่งอื่นใดรุกล้ำเข้ามาภายในรังแห่งนี้ได้ ซึ่งเครื่องรางที่ว่านี้ได้หายไปจากแท่นบูชาอย่างลึกลับในวันหนึ่ง และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับเครื่องรางที่หายไปแต่อย่างใด"

เนียมิ: แล้วถ้าเกิดไม่มีเครื่องรางนั้นอยู่ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านงั้นเหรอ?

"ก็... ที่จริงแล้วบริเวณใต้ดินลึกลงไปจากจุดนี้ มีสัตว์ประหลาดชั่วร้ายออกอาละวาดอยู่น่ะ"

เนียมิ: สัตว์ประหลาด?

"มันเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ลึกลับที่ออกหากินไปทั่วใต้ดิน มันสามารถ "ขุด" โพรงไปยังที่ไหนก็ได้ในใต้พิภพแห่งนี้ และที่นี่ก็คือเป้าหมายหลักของมันซะด้วย แต่ด้วยพลังเวทมนตร์จากเครื่องรางทำให้มันไม่สามารถบุกเข้ามายังภายในรังแห่งนี้ได้ยังไงล่ะ!"

มิมิ: งั้นก็แสดงว่าเศษลูกแก้วนี้... มันมีพลังแบบเดียวกันสินะ?

"ถูกต้องแล้ว! เพราะหลังจากที่ลองนำมาวางบนแท่นบูชาดู ก็พบว่ามันสามารถสร้างอาณาเขตเวทมนตร์ได้เหมือนกับเครื่องรางที่หายไปได้ด้วย พวกเราก็เลยเชื่อว่าเป็นของประทานจากพระเจ้ายังไงล่ะ! ...แต่ทว่า หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็มีเจ้าหน้าที่ของพระราชวังเดินทางมาเยี่ยมรังแห่งนี้ ซึ่งพวกเขาได้ถามหา "เศษลูกแก้วเวทมนตร์" เหมือนกับที่พวกเธอถามหานี่แหละ พวกเราก็เลยตอบไปว่าไม่มีของที่ว่านี้อยู่ ...จนมาทราบจากข่าวลือทีหลังว่าเศษอัญมณีชิ้นนี้ก็คือ เศษลูกแก้วเวทมนตร์ และก็ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าทรงประทานมาให้ แต่เป็นเศษลูกแก้วของซิลลี่คีย์ที่แตกออกแล้วกระจายไปตามที่ต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรต่างหาก..."

เนียมิ: แล้วในเมื่อพวกท่านทราบแล้วว่ามันคือเศษลูกแก้วเวทมนตร์ของซิลลี่คีย์ แล้วทำไมถึงไม่นำไปคืนให้กับพระราชวังล่ะ?

เนียมิเริ่มขึ้นเสียงด้วยความซีเรียส

"ก็เพราะเหตุผลที่เราได้เล่าไปแล้วยังไงล่ะ ถ้าหากไม่มีอาณาเขตเวทมนตร์ป้องกันไว้ล่ะก็.. รังของพวกเราก็คงไม่เหลือด้วยฝีมือของสัตว์ประหลาดยักษ์นั้นแน่"

มิมิ: งั้นก็หมายความว่าสิ่งที่จะให้พวกเราทำเพื่อแลกกับเศษลูกแก้วชิ้นนี้ก็คือ...?

"อืม! ไปตามหา "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" ที่หายไปกลับคืนมาให้ได้ แล้วเราจะให้เศษลูกแก้วกับพวกเธอทั้งสองเป็นการตอบแทน"

เนียมิ: โอเค!! (゜▽゜*)♪ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปลุยกันเลยดีกว่า... แต่เอ๋ แล้วจะให้ไปหาที่ไหนล่ะ?? (´・ω・`)?

"ฉันได้ยินมาว่ามันหายไปในพื้นที่ใต้ดินลึกลงไปจากรังของพวกเราน่ะ แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหนในนั้น"

กระรอกบันโซตัวหนึ่งให้เบาะแสกับทั้งสอง

มิมิ: พื้นที่ที่อยู่ลึกลงไปจากที่นี่อีกงั้นเหรอ?

"อืม! บริเวณอาณาเขตของพวกเราจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ คล้ายกับหมู่บ้านทั่วไป แต่หลักๆ จะมีพื้นที่ที่ใช้งานประจำอยู่แค่สองแห่งเท่านั้นคือ เขตที่อยู่อาศัย กับเขตเหมืองแร่ หากเลยออกไปนอกอาณาเขตของพวกเราก็จะเป็น "พื้นที่ต้องห้าม" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกแนวป้องกันของเครื่องราง และพวกเราก็ไม่มีใครกล้าออกไปยังพื้นที่นอกแนวป้องกันนั้นแม้แต่คนเดียว เพราะมันอันตรายมาก"

เนียมิ: แล้วพื้นที่ที่ว่านี้มันอยู่ตรงไหน? ช่วยพาพวกเราไปยังที่นั้นได้ไหม?

"ได้สิ! ตามมาเลย!"

แล้วหัวหน้ากระรอกก็พาทั้งสองไปยังจุดหนึ่งภายในถ้ำ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากจุดแรกพอสมควร

"นี่แหละ คือประตูที่จะเปิดไปยังพื้นที่นอกแนวป้องกัน"

สิ่งที่ทั้งสองเห็นตรงหน้า คือประตูเหล็กขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควร

เนียมิ: แล้วพื้นที่นอกแนวป้องกันมันมีลักษณะเป็นยังไง พอจะทราบข้อมูลไหม?

"ก็... เป็นเหมือนกับเขาวงกตน่ะ มันมีทางที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในใต้พิภพ ซึ่งอาจจะเป็นทะเลสาบใต้ดิน หรืออาจจะเป็นรังของเผ่าพันธุ์ต่างๆ ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ ระหว่างทางไปยังที่ต่างๆ นั้นไม่มีแสงสว่างเลย ถ้าพวกเธอจะไป พวกเธอต้องเตรียมสิ่งช่วยให้แสงสว่างไปด้วยนะ"

มิมิ: รับทราบค่ะ!!

"และก่อนไป ฉันจะขอเตือนอะไรนิดหนึ่งนะ... ถ้าหากพวกเธอได้ยินเสียงแปลกๆ คล้ายกับเสียงกระแทก ให้เตรียมเผ่นได้เลยนะ เพราะนั่นแหละคือเสียงขุดดินของสัตว์ประหลาดยักษ์"

เนียมิ: มิมิจัง พร้อมแล้วหรือยัง?

มิมิ: อืม! ถึงจะรู้สึกไม่อยากไป แต่ก็ต้องไปแล้วล่ะ!

แล้วประตูเหล็กบานใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกมาอย่างช้าๆ ซึ่งหลังประตูนั้นมืดสนิท

มิมิพลางกลืนน้ำลายตัวเองด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปหลังประตูนั้น

"ขอให้โชคดีล่ะ!!"

หัวหน้ากระรอกกล่าวส่งท้าย ก่อนที่ประตูเหล็กจะค่อยๆ ปิดลงจนสนิท

ระหว่างทางที่ทั้งสองกำลังเดินไปเรื่อยๆ เนียมิได้ใช้ไฟฉายช่วยส่องทาง

เนียมิ: อืม.. ในนี้มืดจริงๆ แฮะ (เหมือนกับดันเจี้ยนซากโบราณป๊อปปินไม่มีผิดเลย)

และในระหว่างนั้นเนียมิก็หันไปสังเกตเห็นว่า มิมิกำลังเดินไปด้วยสีหน้ากล้าๆ กลัวๆ

เนียมิ: มิมิจัง เธอยังโอเคอยู่หรือเปล่า? (ท่าทางดูเดินแบบกล้าๆ กลัวๆ)

มิมิ: อืม! โอเคอยู่จ๊ะ ฉันไม่กลัวอะไรหรอก... ( ̄▽ ̄|||)

และหลังจากที่เดินมาได้สักพักใหญ่ ก็พบว่าตรงหน้าเป็นเหมือนกับห้องขนาดใหญ่

เนียมิ: เจอห้องโถงใหญ่แล้วล่ะ แล้วจะไปทางไหนกันดี?

มิมิ: ลองเดินตรงไปเรื่อยๆ ดูก่อนดีกว่า

แล้วเนียมิจึงใช้เข็มทิศช่วยจดจำทิศทางที่กำลังเดิน

แต่ทว่า หลังจากที่เดินมาได้ไม่นานก็พบกับทางตัน ทั้งสองจึงลองเดินไปยังทางซ้ายนับจากทางตัน

และหลังจากที่เดินไปเรื่อยๆ ก็พบว่าทิศทางนี้สามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ

มิมิ: อืม.. ฉันว่ามันรู้สึกแปลกๆ อยู่นะ?

เนียมิ: ทำไมเหรอ?

มิมิ: ก็ทางมันเดินต่อไปได้เรื่อยๆ แต่ขนาดของห้องกลับกว้างกว่าเส้นทางที่พวกเราเดินกันมาก่อนหน้านี้นะ?

เนียมิ: เออ.. อาจจะเป็นห้องโถงก็ได้

มิมิ: แต่ฉันว่ามันไม่น่าใช่นะ เพราะถ้าเป็นลักษณะห้องโถงจริงๆ เส้นทางคงไม่ทอดยาวแบบนี้แน่ๆ ...

และในทันใดนั้น ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมา ทำให้ทั้งสองเริ่มระวังตัว

เนียมิ: อะไรน่ะ?!

ทั้งสองหันไปมองรอบๆ เพื่อหาที่มาของแรงสั่นสะเทือน

จากนั้นสักพักก็มีแสงไฟปรากฏขึ้นมายังทิศทางที่พวกเธอเดินผ่านมา ทั้งสองจึงมองไปยังแสงไฟนั้น

แล้วจากนั้นไม่นานก็ปรากฏร่างของสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่มาด้วยความเร็ว มีลักษณะเป็นตัวตุ่นที่ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ มีจมูกเป็นสว่าน และแสงไฟนั้นเป็นแสงจากไฟฉายที่ส่องออกมาจากดวงตาของมัน

มิมิ/เนียมิ: อ๊าาาาาาา!! ∑(°ロ°)

ทั้งสองตะโกนร้องด้วยความตกใจ แล้วจากนั้นทั้งสองจึงวิ่งหนีตัวตุ่นยักษ์ที่กำลังไล่ตามพวกเธอ

ทั้งสองวิ่งอย่างสุดกำลัง แต่ฝ่ายตัวตุ่นยักษ์กลับค่อยๆ เข้ามาใกล้ได้เรื่อยๆ เพราะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า

มิมิ: เนียมิจัง! เดี๋ยวฉันจะใช้ "ซิลลี่คีย์" นะ!!

เนียมิ: เอ๊!?

จากนั้นมิมิก็เรียกกุญแจซิลลี่คีย์ออกมาบนมือ

มิมิ: เดี๋ยวฉันจะใช้กุญแจนี้เปิดประตูมิติบนพื้นนะ เตรียมตัว "กระโดด" ลงไปได้

เนียมิ: โอเค!!

แล้วจากนั้นเธอก็ได้ใช้ซิลลี่คีย์ปักลงไปบนพื้น และทันทีที่กุญแจถูกปักลงพื้น ก็เกิดประตูมิติขึ้นที่พื้นตรงหน้าของจุดที่ปักกุญแจ

แล้วทั้งสองก็กระโดดลงไปในประตูมิตินั้น แต่เนียมิกลับร้องเสียงหลงราวกับนั่งรถไฟเหาะเพราะว่ากำลัง "ร่วง" ลงไปอย่างต่อเนื่องภายในมิตินี้


และหลังจากที่ร่วงลงมาได้สักพัก ก็พบกับประตูมิติอีกบานที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งประตูนั้นมีแสงสีขาวส่องออกมา

และหลังจากที่ทั้งสองได้เข้าประตูมิตินั้นไปแล้ว ทั้งสองก็ได้โผล่ออกมายังสถานที่หนึ่งด้วยการร่วงลงมาจากประตูมิติ

เนียมิ: โอ้ยๆๆ >﹏<

เนียมิค่อยๆ ลุกขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ส่วนมิมิกลับไม่เป็นไร ยืนอยู่ได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มิมิ: ที่หลังตอนร่วงลงมาจากประตูมิติ เธอก็ตั้งท่าตอนลงให้มันตรงๆ สิ! ถ้าหันก้นลงพื้น เธอก็บาดเจ็บน่ะสิ!!

เนียมิ: แต่ฉันกลัวขาหักนี่นา...

มิมิ: ฮ่าๆ ^_^ มันไม่เป็นไรหรอก ตอนที่ออกจากประตูมิติจะมีแรงโน้มถ่วงพิเศษเกิดขึ้น ถ้าตั้งท่ายืนให้ตรงก็ไม่เป็นไรหรอก (ก็คล้ายกับตอนที่ออกจากมิติแปลงร่างนั่นไง)

เนียมิ: อืม! ฉันเข้าใจแล้ว ว่าแต่.. เรามาอยู่ที่ไหนกัน??

แล้วจากนั้นทั้งสองก็เริ่มมองสำรวจสถานที่โดยรอบ พบว่าที่นี่มีลักษณะเป็นเหมือนกับริมทะเลสาบ

เนียมิ: นี่พวกเรา... ออกมาอยู่นอกถ้ำแล้วเหรอ??

มิมิ: ฉันว่าดูแล้วไม่น่าจะใช่นะ เหมือนที่นี่จะเป็นห้องแห่งหนึ่งที่อยู่ในถ้ำ...

เนียมิ: แต่บรรยากาศมันอยู่นอกถ้ำชัดๆ เลยนี่นา แล้วทำไมเธอถึงคิดว่ามันไม่ใช่ล่ะ?

มิมิ: ก็ลองมองดูที่ด้านบนสิ

แล้วเนียมิก็หันขึ้นไปมองฟ้าตามที่บอก พบว่าดวงดาวที่อยู่บนฟ้านั้นมีระดับความสูงที่ต่ำผิดปกติ ดูคล้ายกับเป็นท้องฟ้าจำลอง

เนียมิ: จริงด้วย! มันเหมือน... ท้องฟ้าจำลองไม่มีผิดเลยล่ะ!!

มิมิ: ฉันว่าที่นี่อาจจะเป็นห้องหรือสถานที่ของอะไรสักอย่างก็ได้นะ เพราะฉันก็ยังควบคุมเส้นทางการเทเลพอร์ตของกุญแจไม่ได้เหมือนกัน

แล้วจากนั้นทั้งสองก็เริ่มเดินสำรวจไปตามเส้นทาง ซึ่งตลอดข้างทางมีลักษณะเป็นป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ชนิดต่างๆ และมีหิ่งห้อยมากมาย

เนียมิ: ที่นี่ดูสวยจังนะ อย่างกับไม่ได้เดินอยู่ในดันเจี้ยนจริงๆ

มิมิ: อืม! โรแมนติกมากเลยล่ะ!

และหลังจากที่เดินมาได้พักใหญ่ ทั้งสองก็มาจนถึงทางตัน ซึ่งตรงหน้าเป็นเหมือนกับลานกว้างที่ล้อมด้วยต้นไม้สูงแต่ไม่กว้างมาก

เนียมิ: ไม่มีทางให้ไปต่อแล้วแฮะ...

"พวกเจ้ากำลังตามหาข้าอยู่เหรอ..."

มิมิ/เนียมิ: ห๊ะ!? (⊙_⊙)?

อยู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงปริศนาเรียกขึ้นมา แล้วจากนั้นก็มีผีเสื้อสีดำ-แดงจำนวนมากบินมารวมตัวกันตรงลานว่างดังกล่าว แล้วสักพักกลุ่มผีเสื้อที่รวมตัวกันก็กลายเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมชุดสีน้ำเงินเป็นชุดคล้ายกับแม่มด มีผมสีแดงอมชมพู และมีดวงตาสีรุ้งที่วาวเป็นประกาย

มิมิ: คุณเป็นใครกันน่ะ? (⊙_⊙;)

"ขอต้อนรับสู่ "ป่านิรันดร์" ข้าเป็นภูตที่คอยปกปักรักษาทะเลสาบและป่าแห่งนี้ ข้ามีนามว่า "มิมิวันเดอร์ อิโลริน (Mimiwonder Ilorin)""

เนียมิ: "มิมิวันเดอร์ อิโลริน" ?? (⊙_⊙;)

มิมิ: แถมชื่อก็เหมือนกับฉันด้วยนะ!

อิโลริน: ฮ่าๆ ^_^ จะเรียกข้าสั้นๆ ว่า "อิโลริน" ก็ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ

มิมิ: งั้นก็.. ยินดีที่ได้รู้จักด้วยนะคะ ท่านอิโลริน ^_^

อิโลริน: ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ๊ะ! แล้วพวกเจ้าทั้งสองกำลังมีเรื่องอะไรที่อยากให้ข้าช่วยอยู่หรือเปล่า?

เนียมิ: คือว่า... พวกเรากำลังตามหา "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" กันอยู่น่ะคะ ท่านพอจะทราบไหมว่ามันอยู่ที่ไหน?

ทันทีที่อิโลรินได้ยินคำถามของเนียมิ เธอก็ออกอาการตกใจเล็กน้อย

อิโลริน: แล้วพวกเจ้า... ต้องการเครื่องรางไปเพื่ออะไร?

มิมิ: ตอนนี้ชาวเผ่าบันโซกำลังเดือดร้อนอยู่น่ะคะ เพราะเครื่องรางที่ว่าได้หายไปจาก... เออ.. ศาลเจ้าของหมู่บ้าน

จากนั้นอิโลรินก็ยืนคิดอะไรอยู่พักหนึ่ง

อิโลริน: อืม... หัวหน้าเผ่าบันโซสั่งให้พวกเจ้ามาตามหาเครื่องรางนี้ใช่ไหม?

มิมิ: ก็ใช่สิคะ และพวกเขาต้องการคืนด่วนที่สุดด้วย

อิโลริน: ข้านี่แหละคือ จิตวิญญาณของเครื่องรางแห่งอาโกน่า

มิมิ/เนียมิ: อะไรนะ?! ∑(°ロ°)

ทั้งสองตะโกนออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยความอึ้ง

อิโลริน: จริงๆ แล้วเครื่องรางมันไม่ได้หายไปเองหรอก แต่เป็นเพราะพวกเผ่าบันโซโลภมากต่างหาก...

มิมิ: หมายความว่ายังไง?

อิโลริน: ก็เพราะพวกมันเอาแต่เพิ่งพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างข้าน่ะสิ พวกเขาต้องลองหักเพิ่งพาด้วยลำแข้งของตัวเองสักบ้าง...!

เนียมิ: เดี๋ยวก่อนนะ... "ร่างจริง" ของเธอก็คือ... เครื่องรางแห่งอาโกน่า ถูกไหม?

อิโลริน: ไม่ใช่.. ข้าเป็นผู้พิทักษ์ของเครื่องรางนั้นอีกที

เนียมิ: แล้ว...!! เครื่องรางมันอยู่ที่ไหน? อยู่กับเจ้าใช่ไหม?

อิโลริน: ถ้าอยากได้คืนมากขนาดนั้นละก็ ข้าต้องขอเล่าอะไรให้พวกเจ้าเข้าใจสักหน่อยแล้วกันนะ... "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" น่ะ แท้จริงแล้วเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ประจำชนเผ่าบันโซในยุคก่อน ซึ่งในยุคก่อนป่านี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของชนเผ่าบันโซ แต่พอมาถึงยุคหนึ่งพวกเขาต้องการแสวงหาความมั่งคั่ง พวกเขาจึงตัดสินใจทิ้งป่าแห่งนี้ไป ทำให้ป่านี้กลายสภาพเป็นป่าร้าง... แต่ด้วยพลังของ "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" ที่ยังคงประจำอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งป่าเก่านี้ ทำให้ป่ายังคงมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์เหมือนกับช่วงก่อนที่พวกเขาจะหายออกไป... แต่ทว่า... ในห้วงเวลาหนึ่งของยุคปัจจุบัน พวกเขาได้หาทางกลับมาที่ป่าเก่าแห่งนี้ เพื่อที่จะนำ "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" ออกไปประจำ ณ ศาลเจ้าของเมืองใหม่ ทำให้ป่านี้ค่อยๆ เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเนื่องจากไม่มีพลังของเครื่องรางหล่อเลี้ยงไว้ ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้นานกว่านี้อีกล่ะก็... แม้แต่โพรงในถ้ำแห่งนี้ทั้งหมดก็ไม่เหลือแน่

มิมิ: อ๋อ!! เข้าใจแล้ว เครื่องรางนี้ก็คือ สิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงชาวบันโซสินะ!

อิโลริน: ถูกต้อง!! เธอเข้าใจถูกแล้ว!!

เนียมิ: แต่ว่า.. จะปล่อยให้ที่อยู่ใหม่ถูกเจ้าตัวตุ่นยักษ์ทำลายก็ไม่ได้ด้วยสิ

อิโลริน: "ตัวตุ่นยักษ์" เหรอ?

มิมิ: ค่ะ!! เขาบอกมาว่า มันจ้องคอยจะเข้าทำลายที่อยู่ปัจจุบันให้ได้น่ะคะ! และถ้าหากไม่มีเครื่องรางนั้นละก็ มันต้องบุกเข้ามาได้อย่างแน่นอน!!

จากนั้นอิโลรินก็ยืนคิดอะไรอยู่พักหนึ่ง

อิโลริน: อืม... นั่นก็คือสาเหตุที่พวกเขาต้องการเครื่องรางสินะ?

เนียมิ: ค่ะ... (˘・_・˘)

อิโลริน: แต่ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับตัวตุ่นยักษ์มาก่อนเลยนะ??

มิมิ: เอ๊!? รู้อะไรงั้นเหรอ??

อิโลริน: พวกเผ่าตัวตุ่นในแดนใต้พิภพแถวนี้ที่ข้ารู้จัก ก็มีแต่พวกตัวเล็กๆ เท่าฝ่ามือนี่แหละ ตัวใหญ่ยักษ์ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย...? แล้วตัวตุ่นที่พวกนั้นเจอ เจ้ารู้ไหมว่ามันมีลักษณะเป็นยังไง?

แล้วเนียมิก็เล่าลักษณะของตัวตุ่นยักษ์ที่เจอเมื่อสักครู่ให้ฟัง

อิโลริน: อืม... ถ้าคล้ายๆ กับแบบนั้นข้าพอจะรู้จักนะ เขามีชื่อว่า "ซูเปอร์โมคุ" (SUPERモグー) เป็นตัวตุ่น... ที่กำลังตามล้างแค้นเพื่อคนรักของเขา...

มิมิ: ล้างแค้น??

อิโลริน: เออ.. ข้าก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดของเขาเท่าไหร่หรอกนะ แต่ได้ยินว่าคนรักของเขาที่เป็นตัวตุ่นเหมือนกันถูกพวกกระรอกบันโซทำร้ายเนื่องจากเหตุเข้าใจผิดบางอย่าง

แล้วเนียมิก็ใช้กำปั้นทุบฝ่ามืออีกข้างหลังจากที่นึกอะไรได้

เนียมิ: อย่างนี้นี่เอง! มันก็เลยอยากจะบุกเหมืองแร่ของบันโซให้ได้สินะ..!

อิโลริน: อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้... แต่ข้าช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ (ปล่อยไปตามมีตามเกิด)

แล้วทั้งสองก็หันมาคุยกันเอง

มิมิ: หรือว่า... นี่อาจจะเป็นฝีมือของ เซ?

เนียมิ: อืม!! น่าจะเป็นไปได้นะ!

มิมิ: แล้วถ้าที่เห็นตอนนั้นเป็น "ซูเปอร์โมคุ" จริงๆ แล้วเพราะอะไรถึงทำให้มันตัวใหญ่ขึ้นมาได้?

แล้วในทันใดนั้น ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมา

เนียมิ: อีกแล้ว!?

มิมิ: หรือว่า...? (⊙_⊙;)

ส่วนอิโลรินก็เริ่มสงสัยกับแรงสั่นสะเทือน

จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาที่จุดหนึ่ง พร้อมกับเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงครั้งหนึ่งในจังหวะที่ระเบิด

มิมิ: สงสัยจะเป็นฝีมือของตัวตุ่นนั้นแน่ๆ เลยล่ะ!

เนียมิ: พวกเรารีบไปดูกันเถอะ!!

แล้วทั้งหมดก็รีบวิ่งไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงระเบิด

ทั้งสองได้วิ่งมาถึงบริเวณทะเลสาบ ซึ่งตรงทะเลสาบมีสะพานไม้ที่เชื่อมไปยังเกาะเล็กๆ ที่อยู่กลางทะเลสาบ

เนียมิ: ห๊ะ!? (⊙_⊙;)

มิมิ: ไม่จริงน่ะ!? (⊙_⊙;)

สิ่งที่ทั้งสองได้เห็นตรงริมทะเลสาบ ก็คือตัวตุ่นยักษ์ที่ไล่ตามพวกเธอเมื่อครู่นี้

"ฮ่าๆๆ ข้าได้ยินสิ่งที่พวกเจ้าเม้าท์กันหมดแล้วล่ะ ขอแค่ทำลายเครื่องรางที่อยู่ตรงนั้นก็พอใช้ไหม?"

ตัวตุ่นยักษ์หันหน้าไปทางเกาะเล็กกลางทะเลสาบซึ่งมีศาลเจ้าญี่ปุ่นอยู่ และบนหิ้งบูชาในศาลมี "เครื่องรางแห่งอาโกน่า" วางอยู่

เนียมิ: แกเองสินะ "ซูเปอร์โมคุ"

"ฮ่าๆ ใช่แล้วล่ะ ข้าเองนี่แหละ "ซูเปอร์โมคุ" สุดยอดนักขุดในตำนานยังไงล่ะ!!"

เนียมิ: ทำไมแกถึงเคียดแค้นเผ่าบันโซมากขนาดนั้นล่ะ?

ซูเปอร์โมคุ: ก็เพราะพวกมันจับแฟนสาวของข้าไป เพื่อแลกกับสมบัติที่ข้าขุดหามาได้ยังไงล่ะ!

เนียมิ: เอ๊? มันยังไงเหรอ ไม่เห็นเข้าใจเลย...

ซูเปอร์โมคุ: เออ..ไม่เข้าใจเหรอ... ก็แบบว่า มันจับตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่น่ะ และค่าไถ่ที่เรียกก็คือสมบัติหายากที่ข้าขุดมาได้ พอข้ามอบสมบัติหายากที่มันต้องการไป พวกเขาถึงยอมปล่อยตัวแฟนสาวกลับมา...

เนียมิ: อ๋อ.. เข้าใจแล้ว

มิมิ: แต่เอ๋... มันฟ้งดูแปลกๆ อยู่นะ? พวกเขาเรียกค่าไถ่จริงๆ เหรอ?

ซูเปอร์โมคุ: จริงสิ! พวกมันไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากต้องการเงินเท่านั้นแหละ!

มิมิ: แต่ฉันว่าพวกเขาอยากได้ตัวแฟนสาวมากกว่าสมบัตินะ... นี่อาจจะเป็นแผนการเพื่อแย่งชิงแฟนสาวจากนายก็ได้ (〃 ̄︶ ̄)

ซูเปอร์โมคุ: ก็บอกว่าไม่ใช่ยังไงเล่า!! `(*>﹏<*)′ ...แต่ถึงยังไงข้าก็ยังรู้สึกแค้นไม่หายอยู่ดี! เพราะฉะนั้นแค้นนี้ก็ต้องชำระทั้งอาณาจักร!

เนียมิ: เอายังไงดี?

เนียมิหันมาทางมิมิ

มิมิ: เออ... แปลงร่างกันเถอะ!

แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็ยกแขนข้างที่สวมกำไลแปลงร่างขึ้นมา แล้วตะโกนว่า

มิมิ/เนียมิ: "ป๊อปปินแปลงร่าง!!"

จากนั้นก็เกิดคลื่นแสงสีชมพูออกมาจากกำไล ก่อนที่คลื่นแสงจะเข้ามาครอบร่าง

จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปอยู่ในมิติพิเศษ แล้วชิ้นส่วนของชุดป๊อปเปอร์สก็ค่อยๆ ปรากฏออกมาตามตัว เริ่มจากรองเท้า ถุงน่อง ถุงมือและถุงแขน ชุด และสุดท้ายหมวกกับผมเกลียวด้านข้างที่เพิ่มมา

หลังจากที่แปลงร่างเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ออกจากมิติแปลงร่างด้วยการพุ่งตัวลงมาจากฟ้า เมื่อเท้าแตะพื้นแล้วก็ถึงเวลาเริ่มกล่าวบทแนะนำประจำตัว

ป๊อปเลิฟ: ด้วยรักและมิตรภาพ ป๊อปเลิฟ!

ป๊อปพีช: ด้วยสุขและสันติภาพ ป๊อปพีช!

ป๊อปเลิฟ/พีช: พวกเราคือ... ป๊อปเปอร์ส!!

ป๊อปเลิฟ: เจ้าผู้ที่ทำให้ความเคารพต้องสูญสลาย

ป๊อปพีช: จงหยุดการกระทำที่โลภมากของแกซะ

หลังจบฉากแปลงร่าง ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องมองกันและกัน

ซูเปอร์โมคุ: เอ๊... พวกเจ้าคือใครกันน่ะ?? (⊙_⊙)?

เขาถามด้วยความสงสัย เพราะว่า "ทรงผม" ของพวกเธอไม่เหมือนเดิม ทำให้ดูเหมือนเป็นคนละคน

ป๊อปพีช: เออ... แบบว่า...

ป๊อปเลิฟ: มาสู้กันด้วยการเล่นป๊อปปินดีกว่า!! (^_<)☆

ป๊อปเลิฟแทรกหน้าเข้ามาตอบแทนป๊อปพีช

ซูเปอร์โมคุ: ป๊อปปินแบทเทิลเหรอ... ได้สิ! แต่ถ้าหากพวกเจ้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าจะขอทำลายศาลเจ้าที่อยู่ตรงนั้นก็แล้วกันนะ!

แล้วจากนั้นอิโลรินก็วิ่งเข้ามา

อิโลริน: ให้ข้าแข่งแทนเถอะ!!

ป๊อปพีช: ไม่ได้นะมันอันตราย ถ้าหากเธอแพ้ล่ะก็ เธออาจจะไม่รอดก็ได้

อิโลริน: แต่ว่า ข้าเป็นผู้พิทักษ์ชาวบันโซนะ เพราะฉะนั้น ให้ข้าแข่งเองเถอะ!

ป๊อปเลิฟ: พวกเราเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้หลายรายแล้ว ไม่ต้องห่วง! (^_<)☆

อิโลริน: เออ.. งั้นก็ตามใจ แล้วก็ขอให้โชคดีนะ...

ซูเปอร์โมคุ: โธ่ๆ มัวแต่เม้าท์กันอยู่นั่นแหละ เสียเวลาจริงๆ งั้นข้าขอเริ่มแข่งกับพวกเจ้าทั้งสองนี่เลยแล้วกันนะ!!

ป๊อปพีช: โอเค!!

แล้วจากนั้นป๊อปเลิฟก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างบนตัวของเขา

ป๊อปเลิฟ: เอ๊...?

ป๊อปพีช: มีอะไรเหรอ?

ป๊อปเลิฟ: ซูเปอร์โมคุ... กำลังถูกพลังบางอย่างครอบงำอยู่

สิ่งที่ป๊อปเลิฟเห็นก็คือคลื่นออร่าสีดำ-ม่วงที่อยู่รอบตัวของเขา และในขณะเดียวกันป๊อปพีชเองก็เพิ่งมาสังเกตเห็นเช่นกัน

ป๊อปพีช: จริงด้วย!! Σ( °_ °)

ป๊อปเลิฟ: พลังนั้นมันดูเหมือนกับ... พีช!! มาใช้ "นั่น" กัน

ป๊อปพีช: อะ.. อืม!!

แล้วทั้งคู่ก็เรียกเกียร์วิเศษออกมาจากเข็มกลัดบนชุด โดยมีลูกพลังออกมาจากเข็มกลัด ก่อนที่ลูกพลังทั้งสองจะเข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วจากนั้นลูกพลังก็แปลงสภาพกลายเป็นเกียร์อีกที

จากนั้นทั้งคู่ก็มายืนอยู่หน้าเกียร์วิเศษด้วยกันเพื่อเตรียมเริ่มเล่นป๊อปปิน

ซูเปอร์โมคุ: สองรุมหนึ่งเหรอ? ต่อให้เล่นแบบนั้นข้าก็สู้ได้นะ!

ป๊อปพีช: ใช่สองรุมหนึ่งซะที่ไหนล่ะ ก็มีเกียร์อยู่แค่ตัวเดียวนี่..? เนอะ!

ป๊อปเลิฟ: อะ.. อืม!! (^_^;)

ซูเปอร์โมคุ: เอาเถอะๆ งั้นก็มาเริ่มแข่งกันเลยดีกว่า!

ป๊อปเลิฟ/พีช: Let's pop'n music together! O(∩_∩)O

แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเล่นป๊อปปินด้วยเกียร์ตัวเดียวกัน โดยแบ่งกันกดปุ่มคนละฝั่ง

===== POP'N BATTLE =====
POPPERS vs SUPERモグー
復讐 (Revenge) / ND Lee
===== END BATTLE =====

ผลการแข่งขัน ป๊อปเปอร์สเป็นฝ่ายชนะ

ป๊อปเลิฟ/พีช: (〃 ̄︶ ̄)人( ̄︶ ̄〃)

และทันทีที่การแข่งขันจบลง ก็เกิดแสงสว่างขึ้นมารอบตัวของซูเปอร์โมคุ และจากนั้นก็มีบางสิ่งลอยออกมาจากตัวของเขา

สิ่งที่ลอยออกมานั่นก็คือ "ป๊อปคุงสีดำ"

ป๊อปพีช: ห๊ะ!? (⊙_⊙;)

ป๊อปเลิฟ: "ป๊อปคุงสีดำ" !? (⊙_⊙;)

แล้วจากนั้นป๊อปคุงสีดำก็ได้แตกออกเป็นประกายไฟและหายไปในที่สุด

แล้วร่างของซูเปอร์โมคุก็ค่อยๆ หดเล็กลง และหลังจากที่หดลงมาจนสุดแล้ว แสงสว่างก็หายไป

ป๊อปเลิฟ/พีช: เอ๊?? (⊙_⊙)?

ทั้งสองเข้ามาดู "ร่างจริง" ของเขาซึ่งมีขนาดเล็กอยู่ในระดับเดียวกับเท้าด้วยความสงสัย...


ป๊อปเลิฟ: นี่น่ะเหรอ ร่างจริงของซูเปอร์โมคุ??

ซูเปอร์โมคุ: นี่ข้า... มาทำอะไรอยู่แถวนี้เนี่ย?? (+_+)?

ป๊อปพีช: ดูเหมือนจะโดนเวทมนตร์ของเซครอบงำด้วยจริงๆ นะ

ป๊อปเลิฟ: อืม!! ใช่เลยล่ะ

ซูเปอร์โมคุ: ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเนี่ย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับข้าเหรอ??

ป๊อปเลิฟ: คือว่าท่านโดนเวทมนตร์ครอบงำน่ะคะ ท่านก็เลยออกอาละวาดไปทั่วโดยที่ไม่รู้ตัวเลย...

ซูเปอร์โมคุ: วะ.. เวทมนตร์อย่างงั้นเหรอ??

ป๊อปพีช: ใช่แล้วล่ะ!

ซูเปอร์โมคุ: งั้นก็แปลว่า.. พวกเจ้าทั้งสองช่วยข้าเอาไว้ใช่ไหม?

ป๊อปพีช: ถูกต้อง!! (^_<)☆

ซูเปอร์โมคุ: โห้!! ขอบใจหลายๆ เลยนะ (∩_∩) ที่หลังข้าจะพยายามระวังไม่ให้โดนสาปอีก

ป๊อปพีช: สำเนียง คันไซ แฮะ... ( ̄_ ̄|||)

ป๊อปเลิฟ: งั้นฉันขอถามอะไรสักอย่างจะได้ไหม?

ซูเปอร์โมคุ: จะถามอะไรล่ะ?

ป๊อปเลิฟ: ท่านเคยไปมีเรื่องกับเผ่าบันโซมาก่อนหรือเปล่า?

ซูเปอร์โมคุ: เออ... ก็เคยอยู่นะ แต่เป็นแค่เหตุกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง ไม่ถึงกับเคียดแค้นอะไรมากนักหรอก พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ตอนนี้ข้าคืนดีกับพวกนั้นไปเรียบร้อยแล้วล่ะ! ^_^

ป๊อปพีช: นึกว่าพวกนั้นจะจับตัวแฟนสาวไปเรียกค่าไถ่จริงๆ ซะอีก ...แต่ก็ดีแล้วละนะ ที่ไม่ถึงขั้นนั้น (∩_∩)

หลังจากที่ซูเปอร์โมคุได้ยินคำว่า "แฟนสาว" เขาก็เกิดนึกอะไรที่สำคัญมากขึ้นมาได้

ซูเปอร์โมคุ: Σ( °_ °)!! ข้าต้องไปก่อนแล้วล่ะ ต้องรีบไปตามหาคนรักของข้า!! ย้ากกกก!!

แล้วเขาก็มุดลงดินไปอย่างรวดเร็ว

ป๊อปพีช: ไปซะแล้วแฮะ.. ( ̄_ ̄|||)

จากนั้นเศษลูกแก้วเวทมนตร์ที่วางอยู่บนหิ้งของศาลบันโซก็ลอยขึ้นมา แล้วพุ่งออกไปทาง "พื้นที่ต้องห้าม" อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบันโซบางส่วนที่ได้เห็นสงสัย

จากนั้นไม่นานเศษลูกแก้วเวทมนตร์ก็ได้ลอยเข้ามาหาพวกเธอทั้งสองจากหลุมที่อยู่บนเพดานถ้ำซึ่งเกิดจากการเจาะโดยซูเปอร์โมคุร่างยักษ์เมื่อสักครู่

ป๊อปเลิฟ: เศษลูกแก้วเวทมนตร์??

ป๊อปพีช: มันมาหาพวกเราเองงั้นเหรอ?? (⊙_⊙;)

อิโลริน: พวกเธอเป็นผู้กล้าที่ได้ครอบครอง กุญแจเวทมนตร์ สินะ...?

ป๊อปเลิฟ/พีช: ค่ะ!!

อิโลริน: ฉันว่ามันคงจะตอบรับในความกล้าหาญของพวกเธอแน่ๆ เลยล่ะ!! ถึงได้ยอมมาหาพวกเธอเองได้

ป๊อปเลิฟ: แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอเนี่ย...?

ป๊อปพีช: แต่มันก็ดีแล้วนะ ^_^

จากนั้นทั้งสองก็กลับร่างเดิม แล้วมิมิก็นำเศษลูกแก้วเวทมนตร์ชิ้นสุดท้ายมาประกอบรวมกับเศษลูกแก้วชิ้นอื่นที่อยู่บนซิลลี่คีย์ ซึ่งในตอนนี้ได้ประกอบกลับมาเป็นลูกแก้วที่สมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว



มิมิกับเนียมิ ได้รับสแตมป์ดวงที่ 5 เรียบร้อยแล้ว!!

เนียมิ: สำมะเร็จ!! \^o^/

มิมิ: ในที่สุดก็เสร็จสิ้นการผจญภัยอันยาวนานซะทีนะ O(∩_∩)O

อิโลริน: อืม!! ยินดีด้วยนะ!! ^_^

--------------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ทั้งสองก็ได้กลับมายังพื้นที่ของเผ่าบันโซอีกครั้ง

และทันทีที่ทั้งสองเดินมาจนถึงบริเวณใกล้กับศาลเจ้า

"แย่แล้วล่ะ!!"

หัวหน้าเผ่าได้รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

เนียมิ: ห๊ะ!? มีอะไรงั้นเหรอ?

"ก็เศษลูกแก้วที่อยู่ในศาลน่ะ.. อยู่ดีๆ ก็ลอยหายไปไหนก็ไม่รู้ของมันเองเฉยเลย!!"

เนียมิ: อ๋อ! ถ้าหมายถึงนั่นละก็... มันลอยมาหาพวกฉันเองแหละ!!

แล้วเนียมิก็นำซิลลี่คีย์ในสภาพลูกแก้วสมบูรณ์ออกมาให้เขาดู

"เอ๊!? มันลอยไปหาพวกเธอเองเหรอ?? (ไม่อยากจะเชื่อเลย)"

มิมิ: ใช่แล้วล่ะ! เป็นเพราะว่าพวกเราปราบสัตว์ประหลาดในตำนานตัวนั้นได้เรียบร้อยแล้วยังไงล่ะ!! (^_<)☆

"เอ๋ จริงเหรอเนี่ย!??"

อิโลริน: จริงแท้แน่นอนเลยล่ะจ๊ะ

อิโลรินปรากฏตัวออกมาตรงหน้าของทั้งสอง ทำให้พวกบันโซรู้สึกตกตะลึง

"อะ...อิโลริน!?"

"ไม่จริงน่ะ!? เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...?? (⊙_⊙;)"

อิโลริน: ฮ่าๆ ^_^ ฉันพามาส่งพวกเขากลับเองล่ะจ๊ะ! และก็... มีข่าวดีที่ข้าอยากจะบอกด้วย

"เรื่องอะไรงั้นเหรอ??"

อิโลริน: ตั้งแต่บัดนี้ไป ข้าจะมาประทับอยู่ที่ถิ่นฐานใหม่ของพวกเจ้าแห่งนี้นะ!

"เอ๋!? (⊙_⊙;)"

ชาวบันโซเกือบทุกคนตะโกนออกมาด้วยความตะลึง

"บ้าไปแล้ว!! ถ้าทำแบบนั้น ทั้งเธอเองและพวกเราก็ต้องสูญสิ้นไปน่ะสิ??"

ชาวบันโซคนนั้นพูดขึ้นมา

อิโลริน: ไม่ต้องห่วงเหรอนะ เครื่องรางแห่งอาโกน่าจะถูกย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ด้วย ซึ่งหมายความว่าทุกๆ อย่างจะยังคงอยู่เหมือนเดิม... และที่สำคัญ จะทำให้ถิ่นฐานใหม่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าเดิมอีกด้วย

จากนั้นเธอก็นำเครื่องรางแห่งอาโกน่าออกมา แล้วเดินไปยังแท่นบูชาที่อยู่ในศาลเจ้า แล้วจากนั้นก็นำไปวางไว้บนนั้น

และทันทีที่เครื่องรางถูกวาง ก็เกิดพลังบางอย่างขึ้นมา พลังนี้ได้ทำให้พื้นที่ต่างๆ ภายในเขตของบันโซที่แต่เดิมมีแต่ดินและหินนั้น เต็มไปด้วยธรรมชาติมากมาย จนดูแทบไม่ต่างกับป่าที่อิโลรินอาศัยอยู่เลย ทำให้ทุกคนมองโดยรอบด้วยความสนใจ

อิโลริน: แล้วก็... ขอบคุณพวกเธอทั้งสองคนนั้นด้วยนะ!

อิโลรินหันมาทาง มิมิ เนียมิ ส่วนเนียมิก็พลางเกาหัวด้วยสีหน้าเขินอาย

อิโลริน: เอาล่ะ... ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว

"จะไปไหนเหรอขอรับ?"

อิโลริน: ไปสู่สุขคติ ยังไงล่ะ!!

"เอ๋!? (⊙_⊙;)"

เกือบทุกคนรวม มิมิ เนียมิ ตะโกนออกมาด้วยความตะลึง

เนียมิ: มันหมายความว่ายังไง?

อิโลริน: ที่จริงแล้ว... เรื่องที่ข้าเป็นผู้พิทักษ์ของเผ่าบันโซนั้น เป็นเรื่องที่ข้าสร้างขึ้นมาเองแหละ... ความจริงแล้วข้าเป็นดวงวิญญาณที่ติดอยู่ในป่าที่เป็นถิ่นฐานเก่าของพวกเจ้า แต่ด้วยความช่วยเหลือของเด็กทั้งสองคนนี้ ทำให้ข้าสามารถไปสู่สุขคติได้สักทียังไงล่ะ!!

"อย่างนั้นเองเหรอ... (˘・_・˘)"

"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พระผู้เป็นเจ้าที่พวกเรานับถือมาตลอด.. ก็คือวิญญาณที่กำลังรอไปเกิดใหม่?"

อิโลริน: ฮ่าๆ ^_^ อย่าทำหน้าเคร่งเครียดกันแบบนั้นสิ ...เอาล่ะ พวกเธอทั้งสอง

มิมิ/เนียมิ: ค่ะ!? (⊙_⊙;)

อิโลริน: ช่วยเล่นป๊อปปินให้ฉันเป็นการส่งท้ายหน่อยจะได้ไหม? ฉันอยากจะฟังเพลงจากผู้กล้าทั้งสองคนนี้ก่อนไปน่ะ

มิมิ: ดะ... ได้สิคะ ด้วยความยินดี...และอาลัยด้วยนะ

จากนั้นทั้งสองก็นำเกียร์ของตนออกมาเพื่อเริ่มเล่นป๊อปปิน

===== POP'N MUSIC =====
幽霊 (Ghost) / STi
*โดยในระหว่างที่กำลังเล่นนั้น ทั้งสองก็เหมือนได้เห็นภาพในอดีตของเธอด้วย ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เห็นก็คือ น้องชายของเธอที่กำลังวิ่งตามหาเธอในป่า ซึ่งเธอได้กลายเป็นผู้พิทักษ์เผ่าบันโซหรือวิญญาณไปแล้ว*
===== END MUSIC =====

หลังจากที่เพลงจบลง อิโลรินก็ได้จากไปด้วยการแตกตัวออกเป็นผีเสื้อจำนวนมาก แล้วผีเสื้อทั้งหมดก็บินขึ้นหายไปอย่างอลังการ มิมิ เนียมิ มองดูด้วยความประทับใจ

--------------------------------------------------------------------------------

เวลาต่อมา ทั้งสองก็ได้ออกมาจากดันเจี้ยนเพื่อเตรียมกลับเมืองหลวง

มิมิ: ถึงเหตุการณ์จะงงๆ ไปบ้าง แต่ก็สนุกมากเลยนะ...!

เนียมิ: อืม!! เป็นการผจญภัยครั้งสุดท้ายที่วิเศษมากเลยล่ะ! ^_^ ว่าแต่...

มิมิ: มีอะไรเหรอ?

เนียมิ: พวกเราต้องเดินทางไกลเพื่อกลับไปเมืองหลวงเหรอเนี่ย!? (≧﹏ ≦)

มิมิ: ฉันว่าลองใช่นี่ดูอีกทีนะ คราวนี้ฉันคิดว่าน่าจะเวิร์กแล้วล่ะ!

มิมินำซิลลี่คีย์ออกมา

เนียมิ: จะเปิดประตูมิติเหรอ?

มิมิ: อืม!! ฉันจะลองเปิดไปยังปราสาทของไดโนให้ได้ดู!

แล้วมิมิก็ทำการปักซิลลี่คีย์ลงพื้นเพื่อเปิดประตูมิติ

มิมิ: เอาล่ะ พร้อมแล้วนะ!

เนียมิ: อืม!!

จากนั้นทั้งสองก็จับมือกันคนละข้าง ก่อนที่จะกระโดดลงไปยังหลุมมิติพร้อมกัน




>>>>> TO BE CONTINUED <<<<<