24 กันยายน 2563

Cotton Reboot! ประกาศวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 25 กุมภาพันธ์ 2021


สิ้นสุดการรอคอย Cotton Reboot! ประกาศกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2021 โดยในเบื้องต้นจะวางขายให้กับ PS4 และ Switch ก่อน ส่วน PC (Steam) นั้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ (ต้องรอการยืนยันจากทาง Rocket Engine ผู้จัดจำหน่ายของเวอร์ชั่น PC อีกที)

นอกจากนี้ทางผู้พัฒนาเกมยังได้เปิดเผยรายละเอียดของเกมเพิ่มเติมเล็กน้อยคือ ระบบกำจัดศัตรูแบบใหม่ที่เรียกว่า "Split Shot" และระบบการเร่งคะแนนในชั่วระยะเวลาหนึ่ง "Jewel Fever" (คาดว่าน่าจะคล้ายกับระบบ Break Mode ในเกม Crimzon Clover) สำหรับในโหมด Arrange โดยเฉพาะ แล้วยังมี Easy Mode สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสเกมแนวนี้มาก่อน และ Extreme Mode สำหรับมือเก๋าที่อยากโชว์สเต็ปการปะทะกับ "ดันมาคุ" (Bullet Hell) โดยเฉพาะ! ส่วนภาพในฉากคัตซีนต่างๆ นั้น วาดโดย Hideki Tamura

Cotton Reboot! เป็นเกมเวอร์ชั่นรีเมคจากเกมภาคแรกของซีรี่ส์ ซึ่งจะเป็นกราฟิกแบบทำใหม่ทั้งหมด เป็นภาพ 2 มิติที่ผสานกับเอฟเฟค 3 มิติได้อย่างลงตัวและดูสวยงาม นอกจากนี้ยังมีโหมดตัวเกมฉบับดั้งเดิมที่พอร์ตมาจากเครื่อง X68000 ในปี 1993 ให้เลือกเล่นได้นอกเหนือจากโหมดเกมตัวใหม่อีกด้วย
 
ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ เกี่ยวกับเกมภาคนี้ได้ที่ LINK นี้ เลยครับผม


 
 
ที่มา: Gematsu
 
 
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563

3 กันยายน 2563

[Review] HellSinker นี่มันเกมยานยิงระดับเทพชัดๆ !


HellSinker เป็นเกมแนวยานยิง Shoot 'em up / Shmup สไตล์ Bullet Hell จากผู้พัฒนาคนเดียว Ruminant's Whimper หรือ Tonnor ที่เปิดวางขายในงาน Comiket 72 มาตั้งแต่ปี 2007 ล่าสุดทาง Henteko Doujin ได้ลิขสิทธิ์นำมาวางจำหน่ายทั่วโลกบน Steam ในปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งความเจ๋งของเกมนี้อยู่ที่งานดีไซน์โดยรวมและระบบต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากทุกเกมในแนวเดียวกันที่เคยออกมาแทบทั้งหมด เรียกได้ว่าจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีเกมไหนที่ให้ประสบการณ์ในการเล่นแบบเดียวกับเกมนี้ได้เลย ด้วยความเจ๋งมากขนาดนี้ เราเลยหยิบมารีวิวอย่างไม่ลังเล

กราฟิกและการนำเสนอ

ตัวเกมมีธีมออกไปในแนว Sci-fi กึ่งๆ แฟนตาซี ที่ให้อารมณ์ทันสมัย แต่ก็ดูเก่าแก่ไปพร้อมๆ กัน ด้านกราฟิกของเกมนี้จะคล้ายคลึงกับ Touhou คือ เป็นฉากแบบ 3 มิติที่ผสมกับภาพตัวละครและศัตรูต่างๆ ในแบบ 2 มิติ ที่มีความสวยงามและลงตัว สิ่งที่สะดุดตาก็คือ การออกแบบมุมกล้องและ Scrolling ของฉากต่างๆ ที่ถ่ายทอดออกมาให้ความรู้สึกในแบบ Sense of Speed ทำให้เห็นแล้วรับรู้ได้ถึงการต่อสู้ที่มีความรวดเร็วอย่างมาก
 

ตัวละคร

สำหรับระบบตัวละครในเกมนี้ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างเป็นจุดเด่นและแตกต่างจากเกมอื่นเลยก็ว่าได้ครับ โดยปกติแล้วในเกมแนวนี้ทั่วไป การเลือกตัวละครจะมีความแตกต่างเฉพาะเพียงรูปแบบของกระสุนที่ถูกยิงออกมาเท่านั้น เช่น ตัวนี้จะยิงเป็นเส้นตรง อีกตัวยิงกระจายหลายทิศทาง เป็นต้น แต่สำหรับเกมนี้ทางผู้พัฒนาได้หยิบเอาระบบตัวละครแบบเดียวกับในเกมไฟติ้งและ MOBA มาใช้ด้วยครับ กล่าวคือ ตัวละครในเกมนี้ทุกตัวจะมีกลไกของมันชัดเจนเลยว่าออกแบบมาให้เล่นในรูปแบบไหน ซึ่งผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษารูปแบบการเล่นและเทคนิคต่างๆ ของตัวละครนั้นๆ เพื่อที่จะดึง "ความสามารถ" ของตัวละครนั้นๆ ออกมาใช้ประโยคให้ได้สูงที่สุด แน่นอนว่าระบบดังกล่าวทำให้แต่ละตัวมีความยาก-ง่ายในการเล่นที่แตกต่างกันไปอีกด้วย บางตัวเล่นยากต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกิมมิคของมันพอสมควรถึงจะเล่นเป็น แต่บางตัวก็เล่นง่ายมากจนแทบไม่ต้องเพิ่งเทคนิคใดๆ เลยก็มี งานนี้ใครที่คิดว่าเกมนี้ตัวละครมีความแตกต่างเพียงแค่รูปแบบกระสุนเหมือนเกมอื่นๆ ล่ะก็ ขอให้คิดใหม่ได้เลยนะครับเมื่อมาเล่นเกมนี้

โดยตัวละครในเกมนี้จะมีให้เลือกใช้งานได้ทั้งหมด 4 ตัวด้วยกันคือ
DEAD LIAR (สามารถเลือกรูปแบบของ Subweapon ได้ 2 แบบ โดยการกดปุ่ม Pause)
FOSSIL MAIDEN
MINO GAME
KAGURA *ต้องปลดล็อคโดยการเล่นจบด่านที่ 4 แบบไม่ใช้คอนทินิว* (สามารถเลือกรูปแบบอาวุธได้ 4 แบบ โดยการกดปุ่ม Pause)
 

ความยากไม่เน้น เน้นรายละเอียดของระบบเกม

สำหรับเกมเพลย์จะเป็นเกมยานยิงตะลุยด่านแบบแนวตั้งหรือมุมมองด้านบน ที่ต้องทำคือการควบคุมตัวละครไปทิศทางต่างๆ เพื่อหลบการโจมตีพร้อมกับโจมตีศัตรูไปด้วยเหมือนกับเกมแนวนี้ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมมองว่าจุดประสงค์หลักของเกมนี้ไม่ใช่การหลบกระสุนเพื่อเอาตัวรอดที่จะค่อยๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ แบบเกมอื่นในแนวเดียวกัน แต่เป็นเกมที่เน้นระบบการทำคะแนนอย่างมาก (คะแนนในเกมนี้จะเรียกว่า "Spirit") ซึ่งการที่ผู้เล่นจะทำคะแนนให้ได้สูงๆ ในเกมนี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาระบบต่างๆ อย่างรายละเอียดจากคู่มือที่แถมมากับตัวเกม ซึ่งก็ค่อนข้างซับซ้อนในระดับหนึ่ง แต่เมื่อศึกษาและลองฝึกซ้อมบ่อยๆ จนเริ่มใช้ประโยคจากแมคคานิคของเกมได้คล่องแล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถเข้าถึงความสนุกที่แท้จริงจากการเก็บคะแนนได้เยอะๆ เป็นอย่างดี

ส่วนในด้านความยากของเกมโดยรวมถือว่าค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้ยากนรกแตกแบบเกม Touhou ในระดับ Lunatic ซึ่งความยากของเกมนี้หลักๆ แล้ว จะอยู่ที่ความเร็วของกระสุนที่พุ่งมาค่อนข้างเร็ว ซึ่้งผู้เล่นต้องมีสติและการตอบสนองที่รวดเร็วจริงๆ กับในส่วนของการควบคุมตัวละครที่ผู้เล่นจำเป็นต้องรู้แนวทางการเล่นของตัวนั้นๆ ถึงจะอยู่รอดไปได้จนจบเกม จากที่ลองเล่นมาตั้งแต่ด่านแรกจนถึงด่านสุดท้าย (รวมถึงโหมด Extra Stage อีก 2 ด่าน) พบว่าความยากในแต่ละด่านไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก หากสามารถจดจำแพทเทิร์นและเทคนิคในแต่ละช่วงได้หมด ก็ไม่มีอะไรที่ยากอีกต่อไปแล้วครับ นอกจากนี้ในแต่ละด่านยังมีความลับมากมายให้ได้ค้นหากันอีกด้วย
 

ระบบการตายของเกมนี้จะเป็นแบบโดนครั้งเดียวแล้วตายทันที (1-Hit Death) ในแต่ละเกมจะมีพลังชีวิตเริ่มต้นให้ 4 ตัว และสะสมเพิ่มได้สูงสุด 5-7 ตัว ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้เล่นว่าจะให้สะสมได้สูงสุดเท่าไหร่ (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 6 ตัว) นอกจากนี้หากตายจนพลังชีวิตหมดก็ยังสามารถใช้คอนทินิวเพื่อลุยต่อได้ แต่อาจจะทำให้บางฉากในด่านต่อไป ถูกตัดออกไป เพื่อลดความยากของเกมลง และหากหลังจากจบด่าน Shrine of Farewell ไปแล้วยังตายจนตัวหมดอีก ก็จะ Gameover ทันทีแบบไม่อาจโต้แย้งได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเพลงประกอบเกม โดยเพลงในเกมนี้จะมาในแนวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทุกเพลงนั้นล้วนแต่ไพเราะ และช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างมาก โดยเฉพาะในด่านท้ายๆ ที่ยิ่งใกล้จุดไคลแมกซ์ของเกมมากเท่าไหร่ เพลงก็ยิ่งให้อารมณ์ที่พีคมากขึ้นเรื่อยๆ รับรองว่าฟังแล้วติดหูแน่นอน ที่สำคัญถ้าใครติดใจเพลงในเกมนี้ ยังสามารถซื้อตัว DLC เสริมมาอัพเกรดคุณภาพเสียงดนตรีให้กลายเป็นระดับ HD ได้อีกด้วยนะ

ด่านต่างๆ ("Segment") ในเกมจะมีทั้งหมด 8 ด่าน กับด่านพิเศษที่ชื่อว่า Shrine of Farewell อีกหนึ่งด่าน โดยหากค่า Terra ที่มุมซ้ายล่างของจอลดลงจนหมดเมื่อไหร่ ด่านต่อไปก็จะเป็น Shrine of Farewell อย่างแน่นอน โดยในฉากนี้จะเป็นฉากรวมบอส ซึ่งผู้เล่นจะต้องเอาชนะบอสให้ได้ทั้ง 4 ตัวเพื่อเคลียร์ด่าน โดยก่อนเริ่มการต่อสู้ผู้เล่นสามารถเลือกลำดับการปรากฏตัวของบอสได้ตามสัญลักษณ์บนการ์ดที่เลือก และยังมีความพิเศษคือ เมื่อเข้ามาในด่านนี้ คะแนนหรือ Spirit ทั้งหมดที่เก็บมาได้จะถูกล้างออก แต่จะถูกแปลงกลับมาเป็นไอเทม "คริสตัล" ที่ตกมาให้เก็บหลังจบด่านแทน และพลังชีวิตในด่านนี้จะไม่มีวันหมด แต่หากตายบ่อยๆ จะทำให้จำนวนคริสตัลที่สะสมระหว่างต่อสู้ลดลงนะครับ


นอกจากนี้หากผู้เล่นสามารถปราบบอสสุดท้ายในร่างจริงได้ (TLB) ก็จะสามารถปลดล็อคโหมด Extra Stage ออกมาเล่นได้อีกด้วย

กิมมิคและลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้ประสบการณ์แปลกใหม่และแตกต่างจากเกมอื่น

จุดเด่นอีกอย่างของเกมนี้ก็คือการที่ทางผู้พัฒนาได้ใส่กิมมิคและลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เข้าไป เช่น การเลือกตัวละครในเกมนี้จะให้เลือกกันตั้งแต่หน้าเมนูหลักโดยตรงเลย ซึ่งจะต่างจากเกมอื่นๆ ที่ให้เลือกตัวละครหลังจากเลือกโหมดการเล่นไปแล้ว หรือ หลังจากเล่นจบในแต่ละด่านแล้วตัวเกมจะมีการถามผู้เล่นด้วยว่า จะลุยต่อ (Go on) หรือ ล้มเลิกภารกิจ (Break) แต่มันมีกิมมิคเล็กๆ ตรงที่ผู้เล่นจะต้องกดปุ่มซ้ายหรือขวาค้างไว้เพื่อเลือกคำตอบ แล้วตามด้วยปุ่มยืนยันคำตอบ นี่ยังไม่นับรวมถึงดีไซน์วิชวลและแพทเทิร์นของศัตรูต่างๆ ที่มีความสร้างสรรค์อีกด้วย ทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเล่นเกมนี้จะรู้สึกแปลกใหม่และแตกต่างจากเกมอื่นอย่างมาก ซึ่งใครที่อยากรู้ว่าจะมีลูกเล่นและความลับอะไรอีกบ้างนอกจากนี้ก็คงต้องลองเข้าไปเล่นเอาเองแล้วละครับ รับรองว่าเซอร์ไพร์แน่ๆ
 

สรุปแล้ว

เป็นเกมยานยิงแบบ Old school ที่แต่ละตัวละครมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เกมเพลย์ก็รวดเร็วมากๆ การต่อสู้เป็นแบบ 2D มุมบน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกมยานยิงจากฝั่งญี่ปุ่น ในเรื่องความยาก คิดว่าขึ้นอยู่กับตัวละครที่ผู้เล่นเลือกมากกว่า เพราะแต่ละตัวเล่นยาก-ง่ายไม่เหมือนกัน ใครอยากเล่นแบบง่ายๆ หรืออยากจะลองเทคนิคแปลกๆ ก็แล้วแต่จะจัดกัน รายละเอียดปลีกย่อยของระบบและความลับต่างๆ ที่ชวนให้กลับมาเล่นซ้ำได้เรื่อยๆ งานดีไซน์โดยรวมของเกมและลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่สุดๆ รวมไปถึงเพลงประกอบที่ยิ่งเล่นไปไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งให้ความรู้สึกที่ลุ้นระทึกมากขึ้นเรื่อยๆ

จุดสังเกตคือ เกมนี้ไม่มีระบบ Autofire แบบในเกมแนวเดียวกันตัวอื่นๆ ผู้เล่นจำเป็นต้องกดปุ่มยิงย้ำๆ เอาเองแบบเกมแนวไฟติ้ง แถมบางตัวละครยังมีท่ายิงพิเศษที่ต้องรัวปุ่มยิงให้ไวกว่าปกติเพื่อใช้งานอีกด้วย ทำให้เกมเมอร์บางคนที่เคยชินกับการกดปุ่มยิงค้างจากเกมอื่นอาจรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง

สำหรับใครที่กำลังมองหาเกมแนวยานยิงที่ให้ประสบการณ์ในการเล่นที่ "แตกต่าง" จากเกมทั่วไปในท้องตลาดละก็ แนะนำให้ลองเกมนี้เลยครับ รองรับคุ้มค่าแน่นอน!!

จุดเด่น
- เกมเพลย์ที่รวดเร็วมากๆ
- การออกแบบมุมกล้องและ Scrolling ของฉากที่ให้ความรู้สึก Sense of Speed
- ทุกตัวละครมีสไตล์การเล่นและเทคนิคเฉพาะตัวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- เพลงประกอบที่ยิ่งใกล้จุดไคลแมกซ์ของเกมก็ยิ่งให้ความรู้สึกพีคมากขึ้นเรื่อยๆ
- งานดีไซน์โดยรวมของเกมที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ และให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่สุดๆ
- เล่นซ้ำกี่รอบก็ไม่รู้สึกเบื่อ

จุดสังเกต
- ความยากไม่เป็นมิตรกับมือใหม่แนวนี้
- ไม่มีระดับความยากให้เลือก
- ไม่มีระบบ Autofire
- การเลือกตัวละครจากหน้าเมนูหลักโดยตรงที่ชวนให้สับสนเล็กน้อย
- ระบบต่างๆ ค่อนข้างซับซ้อนกว่าเกมแนวเดียวกัน

กราฟิก 8
ระบบการเล่น 9
ความแปลกใหม่ 10
ดนตรีและเสียงประกอบ 10
ความคุ้มค่า 10


ภาพรวม 9.4/10
 
 

21 สิงหาคม 2563

ตู้เกมมินิ Astro City Mini วางจำหน่าย 17 ธันวาคมนี้ที่ญี่ปุ่น มีเกม Cotton ด้วย!!

 
Sega Toys ประกาศวันวางจำหน่ายของเครื่องเกมตู้ไซต์มินิอย่าง Astro City Mini เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดวางขายในวันที่ 17 ธันวาคม 2020 นี้ สนนราคาที่ 12,800 เยน โดยข้างในจะมาพร้อมกับเกมมากถึง 36 เกมเลยทีเดียวครับ

ซึ่งนอกจากตัวเครื่องเกมแล้ว ทาง Sega Toys ยังได้ออกอุปกรณ์เสริมขายแยกต่างหากอีก 2 ตัวด้วยกันคือ จอยคอนโทรลเลอร์ ราคา 2,780 เยน และจอย Arcade-style หรือพูดภาษาบ้านๆ ก็คือ "จอยโยก" ราคา 3,980 เยนตามลำดับ

รายชื่อเกมที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดแล้ว 36 เกมมีดังนี้
 
ประกาศครั้งที่สามเมื่อวันที่ 3 กันยายน
• Alex Kidd with Stella: The Lost Stars
• Arabian Fight
• Flicky
• My Hero
• Puyo Puyo Tsu
• Quartet 2
• Rad Mobile
• Scramble Spirits
• Sega Ninja
• Sonic Boom
• Space Harrier
• Stack Columns
• Thunder Force AC
 
ประกาศครั้งที่สองเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม
• Bonanza Bros.
• Columns
Cotton
• Crack Down
• Cyber Police ESWAT
• Puyo Puyo
• Puzzle & Action: Ichidant-R
• Gain Ground
• Shadow Dancer
• Shinobi
• Wonder Boy
• Wonder Boy in Monster Land
• Wonder Boy III: Monster Lair

ประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม
• Alien Syndrome
• Alien Storm
• Altered Beast
• Columns II: The Voyage Through Time
• Dark Edge
• Fantasy Zone
• Golden Axe
• Golden Axe: The Revenge of Death Adder
• Puzzle & Action: Tant-R
• Virtua Fighter



ที่มา: Gematsu

ปล. จากรายชื่อเกมที่ประกาศออกมาจะสังเกตได้ว่า เกินครึ่งหนึ่งของรายชื่อทั้งหมด เป็นเกมที่มีวางจำหน่ายบนเครื่อง Switch อยู่ก่อนแล้ว (ซีรี่ส์ Sega Ages) หรือบางที Cotton เวอร์ชั่นอาเขต อาจจะได้รับการพอร์ตลงบน Switch ผ่านเกมซีรี่ส์ Sega Ages ในอนาคตก็เป็นได้ครับ (ส่วนเวอร์ชั่นรีบูตของเครื่อง X68K ที่เคยเปิดตัวไปแล้วก็เป็นสิทธิการพอร์ตและพัฒนาของทาง Beep หวังว่าคงไม่งงกันนะ??)
 
 
 
หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2563

13 สิงหาคม 2563

สอนตั้งค่าโปรแกรม PPSSPP สำหรับเล่น Pop'n Music Portable 1-2

 
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ชาร์ตเพลงในโหมด 9B ของเวอร์ชั่น PSP นี้เป็นการพอร์ตจากเวอร์ชั่นอาเขตทั้งหมด ไม่ได้มีการแก้โน้ตใหม่ให้เหมาะกับการเล่นด้วยปุ่มเครื่อง PSP แต่อย่างใด ประกอบกับรูปแบบ Layout ของปุ่มในโหมด 9B ด้วย ทำให้การเล่นด้วยปุ่ม PSP จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย (ไม่ต้องเอาเพลงยากหรอกครับ แค่เพลงง่ายๆ ผมก็เล่นไม่ไหวแล้ว ส่วนตัวเล่นได้สูงสุดแค่ 7B) ฉะนั้น ถ้าอยากเล่น 9B ได้แบบคล่องๆ เหมือนตอนที่เล่นกับตู้อาเขต ก็ต้องเอามาเล่นกับคีย์บอร์ดบนโปรแกรม PPSSPP นี่แหละครับ
 
ดาวน์โหลด PPSSPP รุ่นล่าสุดได้ที่
https://www.ppsspp.org/downloads.html

ส่วนการตั้งค่า PPSSPP สำหรับเกม Pop'n Music ก็ตามรูปนี้เลยครับผม
* สามารถใช้กับ DJMAX ได้ด้วยนะ *
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนใครที่รู้สึกว่าตอนเล่นจอมันดูกว้างเกินไป ทำให้มองโน้ตไม่ทัน ลองลดขนาดหน้าจอลงที่
Graphics -> Display layout & effects -> Resize -> คลิกค้างตรงกลางจอเพื่อปรับขนาด

 
* หรือจะเปลี่ยนไปเล่นแบบ Windowed (กด F11) ก็ได้เช่นกันนะครับ *

และสุดท้ายกับการตั้งค่าปุ่ม

ปุ่มในเกมที่เป็นค่าเริ่มต้น
(ภาค 2 ต้องปรับเป็น Type A ทั้งสามโหมดด้วยนะ)


ปุ่มที่ผมตั้งใน PPSSPP


หรือก็คือแบบนี้นั่นเอง


※ หากท่านประสบปัญหา ปุ่มค้างระหว่างเล่น 
ให้ใช้โปรแกรม KeyTweak มาปิดการทำงานของปุ่ม Alt ทั้งสองข้างซะ!
โหลดได้ที่ https://software.thaiware.com/12478-KeyTweak-Download.html
 
 
ไทม์เมอร์: รับของหวานเพิ่มสักหน่อยไหมครับ? (อิอิ ^^")


บทความที่เกี่ยวข้อง

6 สิงหาคม 2563

[Review] Terra Feminarum เกมยานยิงสไตล์ Touhou บน PC ที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรี


 
หากจะให้พูดถึงเกมแนวยานยิงบน PC สักเกม เชื่อว่าเกมเมอร์ชาวไทยแทบทุกคนจะต้องนึกถึงซีรี่ส์เกมอินดี้ระดับตำนานอย่าง Touhou Project อย่างแน่นอน เนื่องจากเกมซีรี่ส์นี้มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน เพราะมันมาในรูปแบบของเกมแนวที่เรียกว่า Bullet Hell ที่ผู้เล่นจะต้องคอยหลบหลีกจากเม็ดกระสุนหลากสีบนจอเป็นจำนวนมากเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้จนจบเกม แถมในปัจจุบันนั้นทางผู้พัฒนายังคงมีการเข็นภาคใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ (นับเฉพาะตัวเกมออริจินัลที่เป็นเกมแนวยานยิงกับเกมต่อสู้เท่านั้น) และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นซีรี่ส์เกมแนวยานยิงเก่าแก่เพียงไม่กี่ตัวบนโลกที่ยังคงเหลือรอดมาจนถึงยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ (เกมซีรี่ส์นี้ภาคแรกวางจำหน่ายเมื่อปี 1997)

แต่สำหรับใครที่ไม่กล้าซื้อ Touhou ตัวออริจินัลมาเล่น เพราะกลัวในความยากของเกมนี้ เราขอแนะนำให้รู้จัก Terra Feminarum เกมยานยิงแนว Bullet Hell ในรูปแบบ Freeware ที่ทางทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปเล่นได้แบบฟรีๆ ซึ่งเกมนี้จริงๆ แล้วในตอนแรกที่เปิดตัวยังเป็นเกมที่ต้องเสียเงินซื้อมาเล่นอยู่นะ โดยสนนราคาบนสตีมอยู่ที่ 189 บาท ซึ่งเป็นเรตราคาเดียวกับเกมแนวยานยิงอินดี้ทั่วไป แต่เนื่องจากในช่วงหลังทางทีมพัฒนาเห็นว่ายอดขายของเกมนี้ส่วนใหญ่มาจากช่วงเทศกาลลดราคาเป็นหลัก โดยจนถึงปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้เพียงแค่ 1,000 กว่าชุดเท่านั้นเอง (ก็พี่แกดันไปเอาตัวอย่างเกมจากระดับยากสุดมาขึ้นหน้าร้านค้า คนเลยเห็นแล้วไม่กล้าซื้อราคาเต็มมาเล่นกัน) ประกอบกับทางตัวนักพัฒนาเองก็เริ่มมีงานประจำทำแล้ว จึงทำให้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปล่อยขายเป็นเกมเสียเงินอีกต่อไปนั่นเอง เอาล่ะ เราไปเข้ารีวิวกันเลยดีกว่า

* ส่วนตัวได้เกมนี้มาตอนช่วง Winter Sale 2018 จำได้แม่นเลยว่าตอนนั้นลด 90% เหลือแค่ 18 บาท ก็เลยลองจัดมาเล่นดูซักหน่อย อิอิ  *

[Tips] ความแตกต่างระหว่าง Freeware กับ Free to Play (F2P)
- Freeware: คือเกมที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น
- Free to Play (F2P): คือเกมที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรีเช่นกัน แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การซื้อไอเทมต่างๆ ด้วยเงินจริง เป็นต้น

เซ็ทติ้งและโหมดฝึกสอน

เซ็ทติ้งโดยรวมของเกมจะเกี่ยวกับตำนานปรัมปราของประเทศฟินแลนด์ ทำให้ฉากหลังในเกมจึงออกแนวแฟนตาซีแบบเทพนิยาย เมื่อเริ่มเกมมาครั้งแรกตัวเกมจะเล่าเรื่องราวปฐมบทให้ทราบพอสังเขป แล้วจากนั้นเราก็จะเข้ามาอยู่ในโหมด Tutorial ทันที โดยจะสอนตั้งแต่การหลบหลีกขั้นพื้นฐาน จนไปถึงการต่อสู้กับศัตรูในรูปแบบต่างๆ การควบคุมหลักๆ แล้วจะคล้ายกับ Touhou และเกมแนว Bullet Hell ทั่วไป คือ กดลูกศรเพื่อเคลื่อนที่ Z คือยิง X คือใช้บอบม์หรือท่าไม้ตาย (เกจข้างขวาต้องมากกว่าครึ่งหลอดถึงจะใช้งานได้) C คือเคลื่อนที่แบบเร็ว (มีจำนวนจำกัดตามเกจข้างซ้าย) และ Shift ซ้าย คือเคลื่อนที่แบบช้า (ถ้าไม่ถนัดคีย์บอร์ด จะเล่นด้วยจอยคอนโทรลเลอร์แทนก็ได้นะครับ) เมื่อจบฉาก Tutorial ก็จะเข้าสู่หน้าเมนูหลักของเกม (พร้อมกับได้รับ Achievement ทันที 1 ตัว ถ้าไม่กดข้าม Tutorial นะ)
โหมดการเล่น

เกมจะมีโหมดการเล่น 2 รูปแบบหลักๆ คือ โหมด Story จะเป็นการเล่นแบบผ่านด่านไปเรื่อยๆ ซึ่งจะค่อยๆ ปลดล็อคออกมาตามจำนวนด่านที่เราเคยเล่นผ่านไปถึง โหมดนี้เมื่อเล่นจบในแต่ละด่านจะมีค่าพลังให้เราเลือกอัพเกรดได้ 3 อย่างคือ เพิ่มชีวิตเริ่มต้นสูงสุด เพิ่มระยะเวลาของท่าไม้ตาย และเพิ่มขีดจำกัดของการเคลื่อนที่แบบเร็ว และยังสามารถกลับมาเล่นด่านเดิมซ้ำเพื่อเลือกอัพเกรดเพิ่มเติมได้ และแน่นอนว่าในระหว่างทางจะมีไดอะล็อกการสนทนาของตัวละครต่างๆ ให้ได้ติดตามเรื่องราวกันอีกด้วย (ส่วนนี้สามารถเลือกปิดได้ที่หน้าออฟชั่นของเกม)

ส่วนอีกโหมดคือโหมด Arcade รูปแบบการเล่นในโหมดนี้จะคล้ายกับโหมดแรก เพียงแต่จะไม่มีไดอะล็อกการสนทนาและบังคับให้เล่นตามลำดับของด่านตั้งแต่ต้นไปจนจบเหมือนกับเกมยานยิงทั่วไป (ไม่สามารถเลือกด่านที่จะเริ่มได้) ส่วนค่าพลังที่เลือกอัพเกรดมาทั้งหมดจะคงอยู่เฉพาะการเล่นในรอบนั้นๆ เท่านั้น โดยคะแนนที่ผู้เล่นทำได้จะบันทึกลงทั้งสถิติส่วนตัวกับ Leaderboard ทันทีหลังเล่นจบ

เมื่อเลือกโหมดแล้ว เราจะต้องเลือกระดับความยากจากทั้งหมด 4 ระดับคือ Novice, Normal, Expert, และ Brutal ซึ่งแต่ละระดับจะมีผลต่อจำนวนกระสุนที่จะปรากฏบนจอนั่นเอง และสุดท้ายก็ไปเลือกตัวละครที่ต้องการจะเล่น ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 คน โดยแต่ละตัวละครจะมีรูปแบบการยิงและเรื่องราวที่แตกต่างกันนั่นเอง
เกมเพลย์

Terra Feminarum จะเป็นระบบการเล่นเหมือนกับเกมแนวยานยิงทั่วไปที่จะเป็นมุมมองจากด้านบน และฉากของเกมจะเคลื่อนที่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งตัวเกมจะให้ผู้เล่นได้ควบคุมตัวละครไปทิศทางต่างๆ เพื่อหลบการโจมตีพร้อมกับโจมตีศัตรูไปด้วย แต่บอกเลยว่ากระสุนเกมนี้จัดเต็มสุดๆ แม้จะเลือกเล่นในระดับง่ายที่สุดก็ตาม ยิ่งด่านท้ายๆ นี่ ยิ่งกระจายเต็มจอเลยทีเดียว แน่นอนว่าเกมนี้ใช้ระบบ 1-Hit Death ถ้าพลาดโดนกระสุนเพียงนัดเดียวก็คือตาย ที่สำคัญเกมนี้ไม่มีทั้งระบบเช็คพ้อยท์และคอนทินิว หากตายบ่อยๆ จนพลังชีวิตหมดก็จะต้องเริ่มเล่นด่านเดิมตั้งแต่ต้นอีกครั้งสถานเดียว

กิมมิคที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นแตกต่างจากเกมยานยิงแนว Bullet Hell มุมมองด้านบนตัวอื่นๆ คือ เกมนี้จะใช้พื้นที่การเล่นแบบเต็มทั้งหน้าจอของเราเลยครับ ซึ่งต่างจากเกมอื่นๆ ที่ส่วนมากจะนิยมลิมิตอยู่แค่เฉพาะภายในขอบเขตที่กำหนดเท่านั้น (ส่วนอื่นของจออาจแสดงเป็นภาพวอลเปเปอร์ ไม่ก็ข้อมูลการเล่นต่างๆ ไป) แต่ต้องบอกเลยว่ามุมมองที่กว้างทั้งหน้าจอนี้ไม่ได้ช่วยให้เกมเล่นง่ายขึ้นแต่อย่างใด เพราะยังคงมีกระสุนโผล่ออกมามากมายมหาศาลให้เราหลบกันแบบแทบไม่ได้พักหายใจเลย และด้วยพื้นที่ในการเล่นที่กว้างขึ้นแบบนี้ทางผู้พัฒนาก็เลยได้ใส่ระบบวิ่งเร็วเข้ามาเพื่อช่วยเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ บนจอได้รวดเร็วขึ้น และแพทเทิร์นกระสุนของบอสที่ปล่อยออกมาในแต่ละท่าก็ออกแบบมาได้อลังการสุดๆ สีสันจัดจ้านสวยงามเต็มตาเลยทีเดียว
สรุป

เกม Terra Feminarum อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่มากนักหากเทียบกับเกมแนวเดียวกันทั่วไป แต่มีความโดดเด่นด้านการนำเสนองานกำกับศิลป์ที่ดูสวยงาม เกมเพลย์ที่ยังคงความยากของเกมยานยิงสไตล์ Bullet Hell ไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรีอีกด้วย ทำให้ไม่ต้องคิดมากในการโหลดมาเก็บไว้ในคลังสตีมอีกเกม ใครที่กำลังหาเกมยานยิงบน PC แบบยากๆ กระสุนท่วมจอ เกมนี้แหละตอบโจทย์แน่นอนครับ

จุดเด่น
- เกมเพลย์สนุกและท้าทาย
- งานออกแบบฉากและตัวละครที่สวยงาม
- แพทเทิร์นกระสุนของบอสสวยงามราวกับชมฝนดาวตก

จุดสังเกต
- ยากเกินไปสำหรับมือใหม่ แม้จะเล่นในระดับ Novice
- ไม่มีโหมด Extra Stage
- เกมสั้นไปนิด

กราฟิกและงานกำกับศิลป์ 8
ระบบการเล่น 8
ความแปลกใหม่ 8
ดนตรีและเสียงประกอบ 8
ความคุ้มค่า 8.5


ภาพรวม 8.1/10
 
 
ท่านสามารถดาวน์โหลดตัวเกมมาเล่นได้ฟรีบน Steam ที่แบนเนอร์ข้างล่างนี้เลยครับ