28 เมษายน 2563

6 ปัจจัยที่ทำให้เกมแนวยานยิงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ภาพจาก: Overclockzone
หากย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เกมประเภท Shoot 'em up หรือ Shmup เป็นเกมแนวยานยิงที่ได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว ประกอบกับมีผู้พัฒนาเกมทยอยปล่อยเกมแนวที่ว่าออกมาให้เล่นกันเพียบชนิดที่ว่าตามเกมเซ็นเตอร์ต้องมีตู้เกมยานยิงอย่างน้อย 1 เกมตั้งอยู่ในร้าน ซึ่งบางเกมก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวจนกลายเป็นตำนานถูกพูดถึงกันอยู่บ้าง

ถึงอย่างนั้นในยุคปัจจุบันนี้ จะสังเกตได้ว่าเราแทบจะไม่เห็นเกมยานยิงผุดออกมาเลย ถึงมีก็น้อยมากจนแทบจะไม่ถูกพูดถึง แต่อาจจะยกเว้นซีรี่ส์ Raiden กับ R-Type ที่เป็นเกม AAA ที่ยังคงเหลือรอดจนถึงวันนี้ หรือเกมยุคใหม่อย่างพวกซีรี่ส์ Touhou (เฉพาะภาคหลัก) แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อน

แล้วทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น เรื่องแบบนี้ย่อมมีที่มาที่ไปครับ และในวันนี้เราจะมาวิเคราะกันว่า ทำไมเกมแนว Shmup ถึงไม่เป็นที่นิยมนัก

หมายเหตุ: สำหรับในบทความนี้ผมจะพูดถึงในลักษณะเหมารวมทั้งโลกนะครับผม
ซึ่งจะต่างกับบทความเก่าก่อนหน้านี้ที่จะพูดถึงแค่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น

อ่านบทความย้อนหลังที่เกี่ยวข้อง:
5 เหตุผลที่ทำให้เกมแนวยานยิง ไม่ได้รับความนิยมในบ้านเรา

เกมเมอร์ต้องการความคุ้มค่า


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคสมัยนี้ความคุ้มค่าในการซื้อเกมต้องมาก่อน แน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาเกมก็ต้องแข่งขันกันถอยเกมที่มีคอนเทนต์อัดแน่นและใช้เวลาเล่นให้จบนานที่สุดเข้าไว้เพื่อดึงลูกค้าให้มากที่สุด ดังจะเห็นได้จากการผุดของเกมแนวเนื้อเรื่องหรือเกมแนว RPG ที่ใช้เวลาในการดำเนินเนื้อเรื่องราว 20 ชั่วโมงขึ้นไปทำให้เกมเมอร์รู้สึกคุ้มค่ากับเกมราคาเต็มที่ซื้อมา ซึ่งผิดกับเกมแนว Shmup ที่หัวใจหลักของมันคือการเล่นเพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด และใช้เวลาดำเนินเนื้อเรื่องเพียงแค่ 30 นาทีก็จบแล้ว

เอาง่ายๆ สมมติว่า ถ้าให้คุณเลือกซื้อระหว่างเกมยานยิงระดับ AAA กับเกมแนว RPG ซึ่งทั้งสองเกมมีราคาเต็มอยู่ที่ 1,690 บาทเท่ากัน เชื่อเลยว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่คงเลือกซื้อเกม RPG อย่างแน่นอน เนื่องจากเกมยานยิงมีประมาณคอนเทนต์ที่น้อยดูไม่สมกับราคาเต็มของมันนั่นเอง เว้นเสียแต่ว่าจะชอบหรือเป็นเกมซีรี่ส์ระดับตำนานที่ถูกพูดถึงกันมากจริงๆถึงจะยอมซื้อ

อันที่จริงก็ไม่ใช่ทุกเกมเสมอไป บางเกมในปัจจุบันทางผู้พัฒนาก็มีการออกแบบคอนเทนต์ให้มีจำนวนฉากเยอะๆ ประมาณ 15-40 ด่าน และใช้เวลารวมในการเล่นประมาณ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว เช่น Dimension Drive กับ Freedom Finger เป็นต้น

เล่นง่าย แต่เล่นให้เก่งยาก

ภาพจาก: https://whatnerd.com/modern-shoot-em-ups-shmups/
เป็นกำแพงของเกมยานยิงเลยก็ว่าได้ จริงอยู่ที่หลายๆคนอาจจะเล่นแบบเอาตัวรอดให้จบเกมเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการจะอัพเลเวลเล่นให้ทำแต้มคะแนนได้เยอะๆเพื่อแข่งขันทำอันดับกับผู้เล่นคนอื่นใน Leaderboard มันมีความซับซ้อนกว่านั้นมากๆ เพราะต้องศึกษาระบบการคิดคะแนนต่างๆของเกมนั้นๆ การวางแผน การเก็บไอเทม การใช้เทคนิคต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ทำให้มันรู้สึกเข้าถึงยาก ซึ่งคนที่เก่งก็จะเก่งเทพระดับ Superplay ไปเลย และการที่คนธรรมดาจะฝึกฝนให้ถึงระดับนั้นต้องกินเวลามากจนทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้ไปเสียก่อน

กระสุนศัตรูท่วมจอ!

ภาพจาก: https://www.pcgamesn.com/cave-schmups-coming-to-pc-this-year-the-most-bullets-youll-ever-see-on-screen
ความยากของเกมที่มากเกินไปก็อาจจะไม่ส่งผลดีนักโดยเฉพาะยุคนี้ที่ต้องการความง่ายๆ ซึ่งเกมยานยิงใหม่ๆในยุคปัจจุบันนี้ส่วนมากมักจะทำออกมาในรูปแบบที่เรียกกันว่า Bullet Hell ที่เน้นความยากจากการหลบกระสุนดั่งเกมตระกูลโซลในฉบับยานยิง เพื่อเอาใจเกมเมอร์รุ่นเก่าที่ต้องการความแปลกใหม่และความท้าท้าย

แต่ถ้านับแค่เฉพาะในส่วนของเกมเมอร์ทั่วไป ก็มีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ชื่นชอบความท้าท้าย ซึ่งรูปแบบเกมที่ต้องจดจ่ออยู่กับดงกระสุนตลอดเวลาพร้อมๆกับการทำคะแนนให้ดีจัดว่ายากพอตัวเลย และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจชี้ผลแพ้ชนะกันได้ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิและความตั้งใจในการเล่นสูง จึงทำให้ไม่เหมาะสำหรับเกมเมอร์ทั่วไปสักเท่าไหร่ ถ้าคนที่ไม่ชอบอะไรยากๆ อาจจะโบกมือลาไปเลยก็ได้ แต่ถ้าใครชอบก็คือชอบไปเลยเช่นกัน

การมาของเกมแนว FPS / Flight Simulation

ภาพจาก: https://medium.com/@robanidwards/counter-strike-global-offensive-steam-code-7ccdb4ed6b2f
เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียวกับเกมยิงแนว FPS ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องกับรูปแบบเกมที่เข้าใจง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง อีกทั้งยังเป็นแนวเกมที่ผู้เล่นทุกวัยเล่นได้และสามารถฝึกฝนเป็นโปรได้ง่ายกว่า Shmup เมื่อมันมีข้อได้เปรียบขนาดนี้จึงไม่แปลกเลยที่มันจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

นอกจากเกม FPS ก็ยังมีเกมที่ธีมดูคล้ายคลึงกับเกมแนว Shmup แต่เปลี่ยนมาเป็นแบบ 3D แทนอย่างแนว Flight Simulation ที่นำโดยซีรี่ส์ Ace Combat มาอีก ก็ยิ่งทำให้เกมยานยิงแบบดั่งเดิมซบเซาหนักลงไปอีก

ผู้พัฒนารายใหญ่ไม่เหลียวแล

ภาพจาก: https://wastingtimewithmikeandari.wordpress.com/2008/05/12/best-mame-shooters/
นอกจากรูปแบบเกมแล้วในเรื่องของธุรกิจเองเกมแนว Shmup ก็แทบไม่มีเกมจากบริษัทยักษ์ใหญ่ออกมา นั่นก็เพราะกระแสความนิยมที่น้อยและยังมีเกมแนวอื่นที่น่าสนใจกว่ามาเป็นกระแสหลักก็ไม่แปลกครับที่นักธุรกิจจะเล็งเห็นเรื่องตัวเลขเม็ดเงินก่อนทำให้นักลงทุนต่างไปทุ่มกับเกมกระแสหลักมากกว่า

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงยกให้กับกรณีของค่าย Cave ซึ่งในยุคแรกนั้นประสบความสำเร็จกับเกมแนว Shmup อย่างมากจนมีการสร้างเกมแนวนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งค่ายเกมในตำนานของวงการเกมแนว Shmup แต่ทว่าในตอนนี้พวกเขากลับไม่ได้พัฒนาเกมแนวนี้ออกมาอีกแล้ว เนื่องจากไปโฟกัสกับเกมกระแสหลักในปัจจุบันที่ทำยอดขายได้มากกว่าเกมแนว Shmup นั่นเองครับ

ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยจากเหตุผลที่ว่ามาข้างบนก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้ลงทุนไม่มั่นใจว่ามันจะทำกำไรได้ดีแค่ไหน ดังนั้นเราจึงได้เห็นเกมยานยิงใหม่ๆมาจากกลุ่มนักพัฒนาอินดี้ ไม่ก็เป็นพวกเกมเก่าที่เอามาปัดฝุ่นพอร์ตลงเครื่องรุ่นใหม่หรือรีเมดซะส่วนใหญ่ แถมยังดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ไม่ได้มาก จะมีก็แต่กลุ่มลูกค้าเก่า

ไม่ค่อยมีเนื้อเรื่องให้ติดตาม


นี่ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะเกมยานยิงที่เน้นเนื้อเรื่องแบบจริงๆจังๆ มักไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นเท่าไหร่นัก อย่างมากก็เพียงแค่แนะนำเรื่องราวแบบคร่าวๆก่อนเริ่มเกม กับบทสรุปหลังเกมจบเท่านั้น และด้วยความที่เกมกระแสหลักในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเน้นเนื้อเรื่องค่อนข้างมาก และก็มีผู้เล่นหลายคนที่ต้องการเสพเนื้อเรื่องมากกว่าเล่นให้มันจบๆไป ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกมยานยิงไม่ปังในปัจจุบันก็เป็นได้

สรุปแล้วก็คือเกมแนว Shmup นี้ ไม่ใช่เกมที่เหมาะกับทุกคนครับ เพราะมันไม่ใช่เกมที่เข้าถึงง่าย เนื่องจากต้องอาศัยทักษะด้านสายตาและการตอบสนองที่สูงกว่าแนวเกมทั่วไป มันถึงเป็นเกมที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม และคนที่จะเล่นมันได้ต้องชอบความท้าทายและชอบการแข่งขันทำคะแนน ที่สำคัญคือ ต้องอดทนและมีเวลาให้กับมันด้วยครับ ถึงจะสามารถเล่นได้อย่างเข้าถึงและสนุกไปกับมัน

16 เมษายน 2563

ทำไมเกมยานยิงใหม่ๆหลายเกม ถึงย้ายไปลง Switch แทน PS4 และ Steam?


เพื่อนๆเคยสังเกตกันบ้างไหม ว่าทำไมเกมแนว Shoot 'em up หรือยานยิงใหม่ๆ ในยุคหลังมานี้หลายเกมไม่ว่าจะเป็น RXN: Raijin, Sisters Royale, Radirgy Swag, Panzer Dragoon: Remake หรือล่าสุดอย่าง BARK ก็ตัดสินใจวางขายบน Nintendo Switch ในฐานะเกมแบบ Exclusive แต่แน่นอนว่ามันมีสาเหตุที่ทำให้เหล่าผู้พัฒนาเกมแนวนี้เลือกที่จะลงให้กับ Switch เป็นอันดับแรก ซึ่งก็คือเรื่องรายได้นั่นเอง

รายได้เป็นเรื่องสำคัญ

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เกมที่วางขายอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆนั้น จะต้องมีการแบ่งส่วนของรายได้ให้กับทางเจ้าของแพลตฟอร์มนั้นๆด้วย (Nintendo, Sony, Steam ฯลฯ) ซึ่งส่วนแบ่งก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่ามันกระทบกับรายได้ของผู้พัฒนาเกมอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเรื่องของส่วนแบ่งแล้ว ยังมีรายจ่ายอื่นๆ ที่ทางฝั่งผู้พัฒนาจะต้องแบกรับอีก อย่างเช่น ค่าโปรโมต ค่าจ้างพนักงาน และรายจ่ายด้านอื่นๆ ซึ่งส่งผลทำให้รายรับจริงๆ อาจจะได้ไม่มากอย่างที่เราคิดนัก

บน Switch มีฐานแฟนเกมแนวนี้เยอะกว่าแพลตฟอร์มอื่น

เนื่องจากผู้เล่นบนแพลตฟอร์มของ Nintendo ส่วนใหญ่จะนิยมเล่นเกมประเภท Casual ที่เข้าถึงได้ง่าย มากกว่าเกมประเภทเน้นเนื้อหาลุ่มลึกที่มีความซับซ้อนในการเล่นสูง ซึ่งเกมแนว Shoot 'em up เองก็เข้าข่ายอยู่ในประเภทแรก แน่นอนว่า ย่อมเป็นที่สนใจแก่เหล่าผู้เล่น และมีแนวโน้มที่ผู้เล่นจะซื้อเกมในราคาเต็มในช่วงที่เกมออกมาใหม่ในวันแรกหรือ Day One เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นช่วงที่น่าจะทำกำไรได้มากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เกมแนว Shoot 'em up หลายๆเกมจะเลือกพอร์ตลง PS4 กับ Steam ในภายหลังเมื่อหมดสัญญา Exclusive กับทาง Nintendo หรือไม่พอร์ตให้เลย เพราะผู้พัฒนาเกมแนวนี้ส่วนมากน่าจะเชื่อว่า ถึงแม้ว่าเกมของพวกเขาจะลงเป็นแบบ Exclusive ก็ตามที แต่ผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนวนี้จริงๆ ยังไงก็ยังคงซื้อเกมของพวกเขาอยู่ดี ประกอบกับทาง Nintendo เองก็มีโปรเจกต์อย่าง Nintendo Indie World ที่มีนโยบายช่วยสนับสนุนผู้พัฒนาเกมรายเล็กแบบจริงจัง และยังมีการจัดงานโปรโมตเกมให้กับผู้พัฒนาเหล่านั้นโดยเฉพาะอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หากทางผู้พัฒนาเกมแนวนี้หลายเจ้า ตัดสินใจที่จะวางขายเกมของพวกเขาลงบน Switch ก่อนเป็นอันดับแรก

เพราะตัวเครื่องสามารถ "เล่นในแนวตั้ง" ได้!


จุดเด่นที่สำคัญของเครื่อง Switch ที่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซลเครื่องไหนในเจนปัจจุบันเลียนแบบได้ นั่นก็คือการรองรับการเล่นเกมในโหมด Tate หรือจอแนวตั้ง เมื่อเล่นเกมในโหมดพกพาได้ด้วย ซึ่งหากใครที่เกิดทันในสมัยยุค 80-90 ก็คงจะพอทราบว่าเกมแนวยานยิงบนเครื่องอาเขตหลายๆเกมจะนิยมใช้หน้าจอแนวตั้งเป็นรูปแบบแสดงผล ซึ่งจะให้ระยะการมองเห็นของฉากภายในเกมดูยาวกว่าการแสดงผลในแนวนอนแบบจอปกติทั่วไป แน่นอนว่า การเล่นในโหมดจอแนวตั้งนั้น ให้ประสบการณ์ที่สุนทรีย์กว่าการเล่นในโหมดแนวนอนแบบปกติที่จอเกมจะถูกบีบให้มีขนาดเล็กลงอยู่ตรงกลางจอ พร้อมกับภาพวอลเปเปอร์อยู่ด้านข้างซ้าย-ขวาพอควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกเกมเก่าๆที่เอามาพอร์ตใหม่ รวมถึงเกมใหม่บางเกมก็รองรับการเล่นในโหมดนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้พัฒนาเกมแนวนี้หลายเจ้า สนใจนำเกมของตนเองมาวางขายบน Switch ก่อนเป็นอันดับแรกเช่นกัน

แล้วสำหรับเกมเมอร์อย่างเราล่ะ?

สำหรับใครที่มีเครื่องเกมอยู่ในครอบครองครบทุกค่าย อาจจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ถ้าใครที่ไม่มีเครื่อง Switch จุดนี้ก็คงขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะ ว่าเราควรจะสนับสนุนการตัดสินใจของผู้พัฒนาหรือไม่ หรืออาจจะตั้งความหวังไว้ว่าเกมเหล่านั้นอาจจะหลุด Exclusive มาวางขายบน PS4 หรือ Steam ในสักวันหนึ่ง

6 มีนาคม 2563

7 ความแตกต่างของเกมยานยิงในยุคเก่ากับยุคปัจจุบัน

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรหลายๆ อย่างก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแต่ละยุค เช่นเดียวกันเกมแนวยานยิงที่ปัจจุบันยังคงมีการวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการเล่นและวิธีการนำเสนอ เพื่อไม่ให้ดูจำเจจนเกินไปนัก ทางแอดมินบล๊อกจึงขอเสนอบทความ "7 ความแตกต่างของเกมยานยิงในยุคเก่ากับยุคปัจจุบัน" มาดูกันว่าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกมแนวนี้มีวิวัฒนาการเป็นอย่างไรกันบ้าง


1.
ยุคเก่า - กระสุนศัตรูไม่เยอะ แต่พุ่งมาไว
ยุคปัจจุบัน - กระสุนศัตรูท่วมจอ แต่มาช้า

ในสมัยก่อนเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ยังมีข้อจำกัด ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมยังไม่สามารถออกแบบเกมโดยการใส่ศัตรูหรือกระสุนลงไปในฉากได้พร้อมกันจำนวนมากแบบในเกมยานยิงสมัยนี้ ทำให้การออกแบบความยากในเกมยานยิงยุคเก่านั้นจึงเน้นที่ลักษณะการเคลื่อนไหวของศัตรู และการโจมตีที่มีความรวดเร็ว เพื่อกลบจุดด้อยทางฮาร์ดแวร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีเริ่มได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ทำให้ทีมพัฒนาบางส่วนกล้าที่จะออกแบบความยากโดยการใส่กระสุนศัตรูจำนวนมากลงไปในฉาก เพื่อเพิ่มความท้าทายในการเล่นขั้นสุด และในขณะเดียวกันก็ยังช่วยเพิ่มความสวยงามของ "ดงกระสุน" ให้กับผู้ที่รับชมการเล่นได้อีกด้วย ใครที่ยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองไปหาเกม Anniversary Collection: Arcade Classics กับเกม Touhou ภาคหลักมาเล่นดูครับ แล้วท่านจะเข้าใจความแตกต่างในข้อนี้ได้เป็นอย่างดีเลย


2.
ยุคเก่า - ปุ่มยิงต้องกดย้ำๆ เหมือนเกมแนวไฟท์ติ้ง
ยุคปัจจุบัน - ปุ่มยิงกดค้างได้เลย รัวยิงให้เองอัตโนมัติ

ในเกมยานยิงสมัยก่อน ผู้เล่นจำเป็นต้องกดปุ่มยิงย้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อทำการโจมตี ยังไม่สามารถกดค้างยาวๆ ได้แบบเกมยานยิงในสมัยนี้ ซึ่งผู้เล่นจะต้องรัวปุ่มแบบนี้ไปจนกว่าจะจบด่าน(หรือจบเกม)เลยทีเดียว ทำให้เกมเมอร์บางคนเกิดอาการนิ้วบวมจนเคยเป็นข่าวใหญ่โตมาแล้วในยุคนั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดจอยรุ่นใหม่ที่มีปุ่มพิเศษที่เรียกว่า "ปุ่มเทอร์โบ" เพื่อมาแก้ปัญหาให้กับผู้ที่ชื่นชมการเล่นเกมแนวนี้โดยเฉพาะ แต่พอเข้าสู่ยุคของเครื่อง Super Famicom/SNES ก็ทำให้จอยชนิดนี้เริ่มหมดความนิยมไป เนื่องจากทางผู้พัฒนาบางส่วนได้เริ่มใส่ระบบ Autofire มาให้ในเกมตามฟิดแบคของเกมเมอร์นั่นเอง (ที่จริงในปัจจุบันก็ยังมีเกมใหม่ๆ บางเกม ยังให้รัวปุ่มยิงเอาเองอยู่นะ แต่น้อยเกมมาก)


3.
ยุคเก่า - ระบบเกมเน้นที่การทำคะแนนเป็นหลัก และไม่มีความแปลกใหม่
ยุคปัจจุบัน - ระบบเกมเน้นที่แมคคานิคอันแปลกใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง

สืบเนื่องจากข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ในข้อแรก ทำให้เกมยานยิงยุคเก่านั้นจะมีแนวทางการเล่นที่แทบไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละเกม คือเน้นที่การเล่นเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดเป็นหลัก ไม่มีเนื้อหาหรือระบบอะไรที่ซับซ้อนไปมากกว่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้พัฒนาเกมแนวนี้เริ่มคิดค้นระบบภายในหรือแมคคานิคให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่าง ถึงแม้รากฐานโดยรวมจะเป็นเกมยานยิงเหมือนกันก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงต้องยกให้กับซีรี่ส์เกมสุดท้าทายของสายยานยิงอย่าง Touhou ภาคหลักบน PC ที่ในแต่ละภาคจะมีการออกแบบระบบและแมคคานิคที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ทำให้การเล่นในแต่ละภาคมันสามารถให้อารมณ์ที่แตกต่างกันได้ดีมาก ใครที่ยังคิดอยู่ว่า "เกมยานยิงสมัยนี้เกมเพลย์มันก็แทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเมื่อก่อนนั่นแหละ" ผมแนะนำให้ลองไปหาเกมแนวนี้(ที่ไม่ใช่เกมเก่าเอามารีฯใหม่)บน Steam หรือ Nintendo Switch มาเล่นดูสัก 2-3 เกมครับ แล้วความคิดเดิมๆ ของท่านที่มีต่อเกมแนวนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

4.
ยุคเก่า - เกมส่วนใหญ่ตายแล้วเริ่มใหม่ที่จุดเกิด
ยุคปัจจุบัน - เกมส่วนใหญ่ตายแล้วเกิดใหม่ที่เดิมได้ทันที

เกมยานยิงในยุคแรกๆ ส่วนมากแทบทุกเกมจะเป็นระบบเกมแบบ "ตายแล้วย้อนกลับไปเริ่มใหม่ที่ Checkpoint" แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากเหล่าเกมเมอร์มากขึ้น เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนที่ "เกิด-ตาย-วนเวียน" อยู่ที่จุดเดิมซ้ำๆ จนทำให้ไม่สามารถเล่นต่อไปได้จบ ทำให้ผู้พัฒนาเกมในยุคหลังๆ เริ่มใจอ่อนยอมเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า "Instant Respawn" เมื่อผู้เล่นตายแล้วจะสามารถเกิดจากจุดที่ตายได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับไปหา Checkpoint อีกต่อไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีเกมใหม่บางเกมที่ยังใช้ระบบ Checkpoint อยู่ เนื่องจากเป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความท้าทายในการเล่นอีกทางหนึ่ง เพราะมันก็เหมือนกับเป็นการกดดันให้เกมเมอร์ต้องระวังตัวมากขึ้น เพื่อไม่ให้ถูกยิงร่วงแล้วย้อนกลับไปเริ่มใหม่นั่นเอง


R-Type หนึ่งในซีรี่ส์เกมแนวยานยิงที่ยากที่สุดซีรี่ส์หนึ่ง ด้วยรูปแบบการเล่นแบบ "เกิด-ตาย-วนเวียน"

5.
ยุคเก่า - ไม่เน้นเนื้อเรื่องมาก
ยุคปัจจุบัน - ดำเนินเนื้อเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว

เช่นเดียวกับเกมเก่าๆ หลายเกมในยุคนั้น ที่เนื้อเรื่องจะยังคงเป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน (หรือบางเกมก็ไม่มีเนื้อเรื่องเลย) แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เกมแนวนี้เองก็เริ่มพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยการใส่ฉากคัทซีนเข้าไปตอนต้นเกมเพื่อให้ผู้เล่นพอทราบเรื่องราวแบบคร่าวๆ และเมื่อเล่นไปจนจบเกมก็จะได้พบกับบทสรุปเรื่องราวของเกมนั้น ทำให้ตัวเกมมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีฉากจบตามตัวละครที่เลือกเล่น เช่น Sonic Wings/Aero Fighters หรือ Gunbird/Mobile Light Force ที่เราสามารถกลับมาเล่นใหม่และเลือกเล่นตัวละครอื่นๆ เพื่อเห็นฉากจบที่แตกต่างออกไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ก็มีบางเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากๆ แบบว่ามีฉากคัทซีนให้ติดตามตลอดทั้งเกมเลย เช่นเกมซีรี่ส์ Cotton เป็นต้น


Cotton: Fantastic Night Dreams เป็นเกมแนวยานยิงตัวแรกๆ ที่มีคัทซีนเนื้อเรื่องให้ติดตามตลอดการเล่น

6.
ยุคเก่า - มีไอเทมเสริมพลังให้เก็บ
ยุคปัจจุบัน - เกมส่วนใหญ่พลังเต็ม Max ตั้งแต่ต้น

แมคคานิคอีกอยากหนึ่งที่ทำให้เกมแนวนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ก็คือระบบการเก็บไอเทม Power-up ที่ลอยออกมาจากตัวศัตรูเพื่อเสริมพลังการยิงครับ ซึ่งก็ให้ผลหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละเกม เช่น เก็บแล้วยิงแรงขึ้น รัศมีกระสุนกว้างขึ้น เพิ่มลูกคู่ช่วยยิง (Option) หรือเปลี่ยนรูปแบบการยิงกระสุนเป็นต้น แต่ทว่า หลายเกมในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะตัดระบบนี้ออกไป คือ เมื่อเริ่มเกมมาด่านแรกระดับพลังยิงของยานก็เต็มทันที เหตุผลเนื่องจากทางทีมพัฒนาต้องการให้ผู้เล่นโฟกัสกับการหลบกระสุนนั่นเอง และยังช่วยให้เล่นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย กล่าวคือ หากผู้เล่นถูกยิงร่วง เมื่อเกิดมาใหม่ ระดับพลังของยานก็ยังคงเต็มอยู่เหมือนเดิม ซึ่งต่างจากเกมยุคเก่าที่ถ้าหากพลาดท่าถูกยิงร่วง ก็คือพลังทุกอย่างหายหมดทันที (แต่บางเกมก็ใจดี ปล่อย Power-up จำนวนหนึ่งออกมาหลังตาย เพื่อให้ผู้เล่นสามารถกู้คืนพลังบางส่วนได้อยู่) ส่วนตัวอย่างเกมใหม่ในยุคปัจจุบันที่ยังคงใช้ระบบนี้ก็มี Raiden V, Devil Engine, Rigid Force Alpha/Redux, Horgihugh หรือแม้กระทั้ง Touhou ภาคหลักตัวล่าสุด ก็ยังคงใช้ระบบนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ภาคสอง


Devil Engine คือหนึ่งในเกมยานยิงยุคใหม่จำนวนน้อยที่ยังคงใช้ระบบไอเทม Power-up อยู่

7.
ยุคเก่า - เน้นแข่งทำคะแนนกับสถิติตัวเอง(หรือตู้เกม)
ยุคปัจจุบัน - เน้นแข่งทำคะแนนแบบออนไลน์

ระบบเกมในยุคก่อน(โดยเฉพาะเกมตู้)เมื่อเราเล่นจบแต่ละตา ไม่ว่าจะเล่นไปจนถึงฉากจบ หรือตัวหมดจน Game Over ระหว่างทางก่อนก็ตาม จะมีระบบที่ให้ผู้เล่นฝากชื่อไว้กับตัวเกม เพื่อโชว์คะแนนสูงสุดที่ผู้เล่นคนนั้นทำได้ในหน้าตารางอันดับ ไว้อวดเพื่อนหรือคนที่เดินผ่านไปมาหน้าตู้เกมนั้นๆ ให้อิจฉากันเล่นๆ จนทำให้เกิดการแข่งขันขนาดย่อมตามร้านเกมเซ็นเตอร์ต่างๆ ตามมา ประมาณว่า ในหนึ่งเหรียญนั้นใครจะไปได้ไกลที่สุด หรือใครจะได้อันดับสูงกว่า แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป รูปแบบการเล่นเกมและวิถีชีวิตก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยเฉพาะการมาของสมาร์ทโฟนที่ทำให้เข้าถึงเกมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงเทคโนโลยีเกมคอนโซลในยุคปัจจุบันที่สามารถแสดงผลกราฟิกได้ดีกว่าสมัยก่อนแบบก้าวกระโดด ทำให้เกมเมอร์บางส่วนเลิกเข้าเกมเซ็นเตอร์ตามห้าง เนื่องจากความสะดวกสบายที่น้อยกว่า แถมยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกด้วย เมื่อทางทีมพัฒนาเกมเล็งเห็นจุดด้อยนี้ จึงได้คิดค้นระบบที่เรียกว่า "Online Leaderboards" ขึ้นมาเพื่อให้เกมเมอร์ที่เล่นเกมอยู่กับบ้านสามารถฝากชื่อและคะแนนของตัวเองลงตารางอันดับได้ตลอดเวลาผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะเปลี่ยนจากการวัดคะแนนกันแค่เฉพาะภายในร้าน มาเป็นการวัดคะแนนกับคนทั้งโลกแทนนั่นเอง เรียกได้ว่า ถ้าเกมเมอร์อยากรู้ว่าตอนนี้ใครเล่นเก่งที่สุดในโลก ก็ลองเข้ามาส่อง Leaderboard ได้เลย แต่ก็มีบางเกมที่ระบบ Leaderboard ถูกพัฒนาให้ดูมีความแอ๊ดวานซ์ขึ้นมาหน่อย คือ มีการแสดงอันดับให้เห็นแบบเรียลไทม์ระหว่างเล่นกันเลย เช่น Raiden V, Psyvariar Delta หรือบรรดาเกมเก่าที่พอร์ตมาลงคอนโซล(เท่านั้น)เจนปัจจุบันโดยค่าย M2 อย่าง Battle Garegga, ESP Ra.De., ฯลฯ เป็นต้น
 

ขอบคุณรูปภาพจาก: Gaming History | Gematsu | likegiftshop.com

19 กุมภาพันธ์ 2563

สอนตั้งค่าโปรแกรม ePSXe 2.0.5 สำหรับเล่น Pop'n Music 1-6

ภาคแรกที่แอดมินได้เล่น

มาต่อกันที่ วิธีตั้งค่าโปรแกรม ePSXe 2.0.5 สำหรับเล่น Pop'n Music 1-6 ซึ่งที่จริงแอดมินเคยเล่นภาค 2 ของเครื่อง PS1 เป็นภาคแรกนะ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้วิธีกดปุ่มบนจอย DualShock ว่าแต่ละปุ่มมันเป็นคีย์ไหนบ้าง ทำให้เล่นแล้วงง หลงปุ่ม เลยเลิกไปเลยครับ มาเล่นเป็นอีกทีก็ตอนที่กลับมาเล่นกับ Emu บนคอมนี่แหละ

 ส่วนการตั้งค่า ePSXe 2.0.5 สำหรับเกม Pop'n Music จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าของทาง PCSX2 เล็กน้อย เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ Plugin เสริมในเล่นการเล่นด้วย

สำหรับใครที่ขี้เกียจ หรือไม่เข้าใจวิธีตั้งค่า
ดาวน์โหลด ePSXe 2.0.5 ตัว Pre-Setup ได้ที่นี่ (ไม่มีตัวเกมให้นะ)

https://drive.google.com/file/d/1RekVg-aptJxY7T-7m1iS0xdxYHr6YFLG/view?usp=sharing

หลังจากแตกไฟล์ออกมาแล้ว ให้รันไฟล์ชื่อ Settings for Pop'n.reg เพื่อทำการตั้งค่าทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ และพร้อมเล่นในทันที!


ขั้นตอนแรก: ทำการก็อปปี้ Plugin "LilyPad" จากอีมู PCSX2 1.6.0
มาติดตั้งลงบนอีมู ePSXe 2.0.5

1. เข้าไปที่โฟลเดอร์ plugins ของอีมู PCSX2 (...\PCSX2 1.6.0\plugins)
(หากยังไม่มีตัวโปรแกรมสามารถโหลดได้ ที่นี่)
2. ทำการก็อปปี้ไฟล์ชื่อ LilyPad.dll
3. แล้วไปที่โฟลเดอร์ plugins ของอีมู ePSXe (...\ePSXe\plugins) แล้วทำการวางไฟล์ลงในนั้น
4. ทำการเปลี่ยนชื่อ LilyPad.dll เป็น padLilyPad.dll เสร็จเรียบร้อย!

* หมายเหตุ: ไฟล์ LilyPad.dll ที่นำมาใช้ ต้องมาจาก PCSX2 เวอร์ชั่น 1.6.0 เท่านั้นนะครับ!! *

ขั้นตอนที่สอง: ตั้งค่าโปรแกรม

การตั้งค่าทั้งหมดก็ตามรูปนี้เลยครับผม

แท็บ Config

Plugins -> Video
 



Plugins -> Sound



Plugins -> Cdrom



Plugins -> Input Port 1
 

** ตรงจุดนี้สำคัญ!! ที่หัวข้อ Keyboard API ให้ตั้งเป็น Direct Input เพราะถ้าไม่ตั้งเป็นอันนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้งานปุ่ม ESC เพื่อออกเกม(หรือไปเปลี่ยนแผ่น)ได้ **


Plugins -> Input Port 2



Plugins -> Netplay


แท็บ Options

CPU overcloking -> x1
CPU Mode -> Dynarec (Fast)
GTE Hacks -> ปิดให้หมดทั้งสองอย่าง

ส่วนใครที่ประสบปัญหา เสียงสะดุด เสียงแตก (ส่วนมากจะเป็นกับผู้ที่ใช้งาน Windows 10)
ให้ไปโหลด IndirectSound มาติดตั้งลง ePSXe ที่ https://www.indirectsound.com/
ส่วนวิธีติดตั้งก็ง่ายดายมาก เพียงแค่แตกไฟล์ลงในโฟลเดอร์หลักของอีมู ePSXe เท่านั้น จบ เสร็จแล้ว!


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2566

3 กุมภาพันธ์ 2563

วิธีแก้ปัญหาเข้า Steam ไม่ได้ ค้างที่หน้า "กำลังเชื่อมต่อบัญชี Steam"

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมา แอดมินพบปัญหาในการล็อคอินเข้า Steam คือ หลังดับเบิ้ลคลิกเปิด Steam ขึ้นมาแล้ว พบว่าค้างอยู่ที่หน้า "กำลังเชื่อมต่อบัญชี Steam: xxx..." รออยู่ประมาณนาทีกว่าๆก็ยังไม่ปรากฏหน้าโปรแกรมหลักขึ้นมาเลย ตอนแรกผมลองใช้วิธีปิดโปรแกรมแบบ End task แล้วเปิดใหม่ แต่ก็ยังค้างอยู่เหมือนเดิม ซึ่งในตอนนั้นผมคิดว่าคงต้องมีปัญหาอะไรกับบัญชี Steam ของผมแน่ๆ เลยทำให้ไม่สามารถล็อคอินได้


แต่เมื่อลองไล่หาสาเหตุและวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆหลายวิธี ในที่สุดแอดมินก็สามารถกลับมาล็อคอินเข้า Steam ได้สำเร็จ โดยสาเหตุคาดว่าอาจจะมาจากการที่ระบบ Auto Login ของตัวโปรแกรมเกิดอาการบั๊กขึ้นมา จึงส่งผลให้การล็อคอินเข้าสู่บัญชี Steam ล้มเหลวนั่นเอง (ค้างที่หน้า "กำลังเชื่อมต่อบัญชี Steam: xxx")

วิธีการแก้ไขมีดังนี้

1. ทำการตัดการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต (ปิดเร้าท์เตอร์ หรือดึงสาย LAN ออกจากเร้าท์เตอร์ก็ได้)

2. เปิดโปรแกรม Steam รอสักพักจะขึ้นหน้า "ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Steam" ให้เลือกที่ "เริ่มในโหมดออฟไลน์"


3. จากนั้นหน้าโปรแกรมหลักก็จะถูกเปิดขึ้นมา (ในโหมดออฟไลน์) ต่อมาให้คลิกที่คำว่า Steam ตรงมุมซ้ายบน แล้วคลิกที่ "การตั้งค่า"


4. เลือกที่หัวข้อ "ดาวน์โหลด" แล้วกดที่ "ล้างแคชดาวน์โหลด"


5. จากนั้นตอบ "ตกลง"
 

6. แล้ว Steam ก็จะให้เราล็อคอินใหม่อีกครั้ง ตรงนี้ให้ปิดโปรแกรมไปก่อนนะครับ


7. ทำการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตกลับมาอีกครั้ง (เปิดเร้าท์เตอร์ หรือต่อสาย LAN ในกรณีที่ท่านใช้วิธีหลัง)

8. เปิดโปรแกรม Steam แล้วทำการล็อคอินตามปกติ ซึ่งคราวนี้สามารถเข้าได้เรียบร้อย!!


แล้วเจอกันใน DJMAX RESPECT V ครับผม ( ^ω^)/ (แอดมินเล่นทุกวัน)
"glory daaaaaaaaay!!"