วันต่อมา หลังจากที่ทั้งสองเดินทางฝ่าเส้นทางป่ามาเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง ในที่สุด ตอนนี้พวกเธอก็ได้เดินทางมาจนถึงจุดหมายเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ทั้งสองเห็นตรงหน้าในขณะนี้ก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำที่มีซุ้มประตูต้อนรับ ป้ายต้อนรับบนซุ้มประตูระบุว่า "หมู่บ้าน Role"
มิมิ: เฮ่อ.. ในที่สุดก็มาถึงสักทีนะ o(* ̄▽ ̄*)o
เนียมิ: เดินกันมาตั้งนานแล้ว ฉันว่าหาอะไรเย็นๆ ดึ่มให้ชื่นใจกันก่อนดีกว่า
มิมิ: อืม!! (∩_∩)
จากนั้นทั้งสองก็เดินข้ามสะพานนั้นไป เพื่อเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน
--------------------------------------------------------------------------------

สิ่งที่ทั้งสองเห็นตรงหน้าในขณะนี้ก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำที่มีซุ้มประตูต้อนรับ ป้ายต้อนรับบนซุ้มประตูระบุว่า "หมู่บ้าน Role"
มิมิ: เฮ่อ.. ในที่สุดก็มาถึงสักทีนะ o(* ̄▽ ̄*)o
เนียมิ: เดินกันมาตั้งนานแล้ว ฉันว่าหาอะไรเย็นๆ ดึ่มให้ชื่นใจกันก่อนดีกว่า
มิมิ: อืม!! (∩_∩)
จากนั้นทั้งสองก็เดินข้ามสะพานนั้นไป เพื่อเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน
--------------------------------------------------------------------------------

STAGE 31
「ความลับของกุญแจเวทมนตร์」
「ความลับของกุญแจเวทมนตร์」
--------------------------------------------------------------------------------
ภายในตัวหมู่บ้านมีลักษณะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านขนาดเล็กตั้งกระจัดกระจายกันไป และรอบๆ หมู่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้และพืชพันธุ์หลากหลายชนิด บรรยากาศโดยรวมดูคล้ายกับหมู่บ้านที่อยู่ภายในพื้นที่ป่า แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีมลพิษเลยแม้แต่น้อย
มิมิ: เป็นหมู่บ้านที่มีทิวทัศน์สวยงามมากเลยนะ
เนียมิ: อืม!! อากาศก็สดชื่นมากๆ ด้วยล่ะ!
หลังจากที่เดินสำรวจรอบหมู่บ้านแล้ว ทั้งสองได้เดินเข้าไปยังร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นคาเฟ่
โดยทั้งสองได้สั่งพาร์เฟต์ (ไอศกรีมแก้ว) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูแนะนำของร้านนี้
และทันทีที่เมื่อทั้งสองได้กินเข้าไป
เนียมิ: ว้าว!! อร่อยจัง!!! (p≧w≦q)♥
มิมิ: พอได้กินพาร์เฟต์นี้แล้ว มันรู้สึกเหมือนได้ลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินไกลไปเลยล่ะ!! (p≧w≦q)
"ขอโทษที่รบกวนเวลากินนะ พวกท่านคือมิมิกับเนียมิใช่หรือเปล่า?"
อยู่ๆ คุณเจ้าของร้านก็มาทักทั้งสอง
มิมิ: ใช่แล้วค่ะ มีอะไรงั้นเหรอ?
"คือได้ยินมาว่าพวกท่านกำลังตามหา เศษลูกแก้วเวทมนตร์ กันอยู่สินะ?"
เนียมิ: ทำไมถึงรู้ล่ะ??
คุณเจ้าของร้านหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูดว่า
"ฮ่าๆ (∩_∩) ก็เพราะพวกเธอใส่ชุดผู้กล้าอยู่นี่ไง และฉันก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพวกเธอมาได้สักพักแล้วล่ะ (ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอตัวเป็นๆ วันนี้)"
เนียมิ: อ๋อ งั้นเองเหรอคะ (∩_∩)
"ฉันว่าพวกเธอน่าจะลองไปหาคนในหมู่บ้านคนนี้ดูนะ บางทีเขาอาจจะพอช่วยเหลืออะไรเกี่ยวกับกุญแจเวทมนตร์ก็ได้"
แล้วเธอก็ให้รูปถ่ายของบุคคลหนึ่งมา เป็นเด็กผู้ชายวัยไล่เลี่ยกับทั้งสอง (ประมาณ 12-14 ปี) มีผมสีน้ำเงินและผูกผ้าพันศีรษะ
มิมิ: อืม!! เดี๋ยวพวกเราจะไปหาค่ะ!!
--------------------------------------------------------------------------------
เวลาต่อมา หลังจากที่ทั้งสองกินเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่ทั้งสองต้องออกตามหาบุคคลตามในรูปถ่ายเพื่อทำภารกิจ
มิมิ: ช่วยเหลือเกี่ยวกับกุญแจเวทมนตร์ งั้นเหรอ?? (มันหมายความว่ายังไงกันนะ)
เนียมิ: บางทีเขาอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับกุญแจเวทมนตร์ก็ได้
มิมิ: อืม! นั่นสินะ
และในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินหาไปเรื่อยๆ นั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่เดินมาเจอพวกเธอพอดี
"เฮ้ย! นั่นมันมิมิกับเนียมิไม่ใช่เหรอน่ะ"
"ตัวจริงด้วยสินะ"
แล้วจากนั้นบุคคลกลุ่มนั้นก็เดินเข้ามาหาทั้งสอง
"พวกท่านคือมิมิกับเนียมิที่เป็นผู้กล้าใช่หรือเปล่า?"
มิมิ: ชะ.. ใช่แล้วค่ะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?
"คือว่า... ขอลายเซ็นหน่อยนะ!"
คนกลุ่มนั้นยื่นกระดาษเปล่าให้
มิมิ: เอายังไงดี? ( ̄_ ̄|||) (ฉันไม่เคยวาดลายเซ็นมาก่อนซะด้วยสิ)
เนียมิ: ก็คงต้องเอาตามนั้นแหละ
แล้วจากนั้นทั้งสองก็ได้วาดลายเซ็นใส่กระดาษเปล่าให้กับพวกเขา
"ขอบคุณสำหรับลายเซ็นนะ!"
แล้วคนกลุ่มนั้นก็จากไปอย่างมีความสุข
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีอีกหลายคนที่ได้เข้ามาขอลายเซ็นด้วยเช่นกัน
"เฮ้ย! ขอลายเซ็นหน่อยนะ!"
"ขอลายเซ็นหน่อยนะ!"
"มิมิกับเนียมิ ตัวจริงเสียงจริง!"
กลุ่มคนจำนวนมากได้รุมเข้ามาขอลายเซ็นกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ จนทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว
มิมิ: นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?? ≧ ﹏ ≦
--------------------------------------------------------------------------------
เวลาผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองได้แจกลายเซ็นให้กับทุกคนครบหมดแล้ว ทั้งสองก็ทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยล้า
มิมิ: เฮ่อ... หมดสักที... (;´д`)ゞ
เนียมิ: รู้สึกกลับมาเหนื่อยเหมือนตอนก่อนจะกินพาร์เฟต์อีกแล้วล่ะ... (><;) (เป็นคนดังนี่มันลำบากจริงๆ)
"พวกเจ้ากำลังตามหาข้าอยู่เหรอ?"
อยู่ๆ ก็มีคนมาทักพวกเธอ ทั้งสองจึงหันไปมอง
มิมิ: ถ้าจะมาขอลายเซ็นล่ะก็ พวกฉันไม่ให้แล้วนะ... เอ๊!? Σ( °Д °)
เมื่อทั้งสองสังเกตดูดีๆ พบว่าคนๆ นั้นเป็นบุคคลที่พวกเธอกำลังตามหาอยู่
"ยินดีที่ได้รู้จักด้วยนะ ข้าชื่อ "โปโต" (poto)"
มิมิ: ยะ.. ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!! (∩_∩)
โปโต: เฮ่อ.. แต่ก็น่าอิจฉาอยู่นิดหนึ่งนะ
เนียมิ: ทำไมล่ะ??
โปโต: ก็เพราะพวกเธอได้เป็นผู้กล้ากันแล้วนี่นา...
เนียมิ: เออ.. ก็ใช่นะ! แม้ตอนนี้นายอาจจะยังไม่ได้เป็น แต่ก็ยังพอมีโอกาสอยู่นี่นะ? (ถ้าพยายามหมั่นฝึกซ้อมบ่อยๆ)
โปโต: มันก็จริงนะ แต่ว่าข้าเพิ่งแพ้ให้กับ "ผู้กล้าจอมปลอม" มาหมาดๆ เนี่ยสิ
มิมิ: ผู้กล้าจอมปลอม!? หรือจะหมายถึง แอสคอต?
โปโต: ทำไมเจ้าถึงรู้ล่ะ??
มิมิ: ก็เพราะพวกเราเคยแบทเทิลกับเขาในศึกคัดเลือกผู้กล้าที่ปราสาทของเมืองหลวงไงล่ะ
โปโต: แบบนี้เอง... พวกเธอก็เลยได้ถูกคัดเลือกให้กลายเป็นผู้กล้าตัวจริงสินะ
มิมิ: อืม!!
มิมิพยักหน้า
เนียมิ: แล้วเขามาหานายที่นี่เหรอ หรือว่านายไปแข่งกับเขาที่ปราสาท?
โปโต: เขามาท้าแข่งกับข้าที่นี่น่ะ แต่ว่า.. ก็สู้ไม่ได้เลย... (>_<)
มิมิ: ( ̄_ ̄|||) อย่างนี้เอง นายก็เลยหมดสิทธิเดินทางไปที่ปราสาทเพื่อร่วมศึกคัดเลือกตัวผู้กล้าสินะ...
โปโต: เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ( ̄_ ̄|||) เอาล่ะ ไหนข้าขอดูกุญแจเวทมนตร์ของพวกเจ้าหน่อยสิ
มิมิ: อืม! ได้สิ
จากนั้นมิมิก็ยื่นมือออกไปข้างหน้า แล้วซิลลี่คีย์ก็ปรากฎออกมาในมือ
แล้วโปโตก็มองดูซิลลี่คีย์อย่างตกตะลึงจนแทบไม่กระพริบตา
โปโต: โห๊!! (⊙o⊙) สุดยอด!! เกิดมาข้าเพิ่งเคยเห็นซิลลี่คีย์ของจริงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย!! (เคยเห็นแต่ในรูป)
เนียมิ: นั่นสิ! แล้วนายรู้อะไรเกี่ยวกับซิลลี่คีย์นี่หรือเปล่า?
โปโต: อืม!! รู้สิ ข้าศึกษามาเป็นอย่างดีเลยล่ะ!! ...ไหนขอให้ข้าลองตรวจสอบดูหน่อยสิ
แล้วมิมิก็ส่งซิลลี่คีย์ให้โปโตไป เขาก็ลองตรวจสอบและพลิกไปหมุนมาอยู่หลายรอบ
โปโต: อืม! เป็นของแท้จากพระราชวังจริงๆ ด้วยนะ.. แล้วลูกแก้วที่อยู่บนนี้ ทำไมถึงมันแหว่งแบบนั้นล่ะ...
โปโตถามถึงเศษลูกแก้วที่ขาดหายไปบนหัวกุญแจ
มิมิ: คือพวกเราได้รับภารกิจให้ตามหาเศษลูกแก้วของกุญแจที่หายไปน่ะ
โปโต: อ๋อ.. เข้าใจแล้ว ภารกิจการเป็นผู้กล้าของพวกเธอก็คือการรวบรวมเศษลูกแก้วเพื่อทำให้กุญแจนี้กลับคืนสู่สภาพเดิมสินะ (ข้าเพิ่งทราบเรื่องนี้เองนะ)
มิมิ: ถูกต้องแล้วจ๊ะ ^_^
โปโต: งั้นก็แปลว่า..!! เมื่อรวบรวมเศษลูกแก้วครบแล้ว พวกเจ้าจะนำกุญแจนี้ไปปราบหัวหน้าของ "จักรพรรดิ Desperus" กันสินะ!?
เนียมิ: เปล่า... พวกเราจะนำกุญแจกลับไปคืนพระราชวังหลังจากที่รวบรวมได้ครบแล้วน่ะ
โปโต: งั้นเหรอเนี่ย โธ่... >︿<
เนียมิ: แล้ว "จักรพรรดิ Desperus" ที่ว่า มันคืออะไรกันเหรอ?
โปโต: เป็นจักรพรรดิของเผ่าจอมมารชั่วร้ายที่หวังจะยึดครองอาณาจักรเทพนิยายแห่งนี้น่ะ ในครั้งอดีตเมื่อหลายพันปีก่อน พวกมันเคยยกกองทัพปิศาจบุกมายังอาณาจักรเทพนิยายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ถูกผู้กล้าในขณะนั้นใช้เวทมนตร์จากซิลลี่คีย์ปิดผนึกตัวหัวหน้าไว้ได้ ทำให้ชาวอาณาจักรในรุ่นต่อๆ มา มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขจนถึงทุกวันนี้ยังไงล่ะ!
เนียมิ: อ๋อ..! (⊙o⊙)
โปโต: แต่ทว่า... ไม่กี่สัปดาห์ก่อน ดันมีใครบางคนไปทำการ "คลายผนึก" มันออกมาซะแล้วล่ะ...
แล้วทั้งสองก็คิดในใจ "หรือจะหมายถึง เซ?"
เนียมิ: แล้วคนที่ไปคลายผนึกจอมมารออก พอจะทราบไหมว่าเป็นใคร?
โปโต: ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน... แต่เท่าที่ได้ยินข่าวลือมาล่าสุด พวกมันกำลังเริ่มวางแผนเพื่อเตรียมบุกเมืองหลวงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้วล่ะ...
มิมิ: นั่นสิ! แล้วเวทมนตร์ของซิลลี่คีย์นี่ มันเป็นยังไงเหรอ?
โปโต: เรื่องนั้นข้าขอเอาไว้เล่าทีหลังจะได้ไหม?
มิมิ/เนียมิ: เล่าทีหลัง?
ทั้งสองเริ่มสงสัยท่าทางแปลกๆ ของเขา
โปโต: อืม!! ถ้าพวกเจ้าอยากรู้เรื่องนี้ล่ะก็... ข้าขอร้องให้พวกเจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่งจะได้ไหม? ถ้าพวกเจ้าช่วยเหลือข้า ข้าจะบอกเรื่องสำคัญนี้ให้เป็นการตอบแทน
เนียมิ: ได้สิ! มีอะไรให้พวกเราช่วยก็ว่ามาได้เลย!!
โปโต: คือว่าตอนนี้ข้ากำลังตามล่าเจ้าตัวนี้อยู่น่ะ...
โปโตหยิบรูปบางอย่างมาให้ทั้งสองดู เป็นรูปของมังกรตัวหนึ่ง
มิมิ: นี่มัน...!?
โปโต: ข้ากำลังตามล่ามังกรตัวนี้อยู่น่ะ มันเป็นหนึ่งในมังกรที่แข็งแกร่งมาก ข้าเคยสู้กับมันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็สู้ไม่ไหว... ข้าเลยอยากได้สหายร่วมศึกในการต่อสู้ครั้งนี้
เมื่อทั้งสองได้ทราบคำขอ ก็ออกอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด
เนียมิ: เอ๊!? Σ( °Д °) จะให้พวกเราไปล่ามังกรกันเลยเหรอ!?
โปโต: ใช่แล้วล่ะ! และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ.. ข้าได้ยินมาว่าหนึ่งในเศษลูกแก้วอยู่กับมังกรตัวนี้ด้วยนะ บางทีถ้าพวกเราเอาชนะมันได้ พวกเจ้าก็อาจจะได้เศษลูกแก้วมาเป็นรางวัลด้วยก็ได้นะ
เนียมิ: อย่างนี้เอง... แต่ว่าพวกเราไม่มีวิชาการสู้รบอะไรเลยนะ...?
มิมิ: มีสิ! ก็ไอ้นี่ไง!!
แล้วมิมิก็ยกแขนข้างขวาที่สวมกำไลป๊อปเปอร์สให้เนียมิดู
เนียมิ: อ่อ จริงสินะ พวกเรามีวิชาเวทมนตร์นี่นา ฮ่าๆ ^_^
โปโต: ท่านทั้งสองเป็นนักเวทย์กันสินะ? (ลืมถามเรื่องอาชีพไปซะสนิทเลย)
เนียมิ: อืม!! ใช่แล้วล่ะ นี่ไง!
แล้วเนียมิก็แสดงเวทมนตร์แบบง่ายๆ ให้โปโตดู เป็นเวทย์เรียกลูกบอลพลังงานออกมา ซึ่งเป็นพลังที่เกิดจากถุงมือที่ใส่อยู่
โปโต: ว้าว!! Σ( °o °) ใช้เวทมนตร์ได้จริงๆ ด้วย พอดีข้าก็อยากได้นักเวทย์มาร่วมทีมอยู่พอดีเลย!! เพราะที่หมู่บ้านนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจจะเรียนเวทมนตร์กันเท่าไหร่ นักเวทย์ที่นี่ก็เลยมีน้อยตามไปด้วย ...งั้นศึกในครั้งนี้ก็คงจะเป็นเรื่องหมูๆ แล้วสินะ! ^_^
มิมิ: อืม!! มันแน่นอนอยู่แล้ว!! (∩_∩) (รับประกันฝีมือได้เลย)
เนียมิ: เอาเป็นว่าในตอนนี้พวกเราก็...
มิมิ/เนียมิ/โปโต: ไปลุยกันเลย!! LET'S ADVENTURE!! (^_-)/(^_-)/(^_-)/☆

--------------------------------------------------------------------------------
และแล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสามเริ่มออกเดินทางไปล่ามังกร เพื่อชิงเศษลูกแก้วจากมันมา
มิมิ: แล้วเจ้ามังกรที่ว่า อยู่ที่ไหนเหรอ?
โปโต: อยู่ที่หุบเขาแถวๆ นี้แหละ
เนียมิ: แล้วอีกไกลมั้ยกว่าจะถึงจุดหมาย?
โปโต: ก็... น่าจะต้องเดินไปอีกประมาณ 40 นาที ถึงจะไปถึงที่หุบเขานั้นน่ะ
เนียมิ: ห๊ะ!? Σ( °Д °) 40 นาทีเลยเหรอ??
โปโต: ข้าก็แค่ลอง "ประมาณ" จากความรู้สึกที่เคยเดินทางไปเท่านั้นนะ จริงๆ แล้วข้าก็ไม่รู้หรอกว่าต้องเดินไปอีกกี่นาที..
เนียมิ: แต่ก็แปลว่า "ไกล" จากหมู่บ้านมากอยู่ดี ( ̄▽ ̄)"
มิมิ: อย่างนี้สงสัยขากลับพวกเราคงต้องแวะไปกินพาร์เฟต์มหัศจรรย์ที่ร้านนั้นอีกครั้งแล้วสินะ (∩_∩;)
โปโต: พูดถึงพาร์เฟต์ที่ร้านในหมู่บ้านเหรอ??
มิมิ: อืม!! ฉันชอบมากเลยล่ะ!! พอได้กินแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งจริงๆ !!
โปโต: ใช่! เพราะพาร์เฟต์ที่ร้านนั้น ที่จริงแล้วเป็นพาร์เฟต์ที่ทำจากยาเวทมนตร์น่ะ
เมื่อทั้งสองได้ยินคำตอบจากเขา ทั้งคู่ก็ถึงกับอึ้ง
มิมิ: เอ๊!? แสดงว่าพาร์เฟต์ที่พวกเรากิน เป็น "พาร์เฟต์วิเศษ" จริงๆ งั้นเหรอ?
โปโต: ถูกต้องแล้วล่ะ! จริงๆ แล้วร้านคาเฟ่นั่น เดิมทีเคยเปิดเป็นร้านขายยาเวทมนตร์มาก่อน คอยขายพวกยาโพชั่นประเภทต่างๆ ให้กับนักเดินทางและคนในหมู่บ้าน แต่ว่ากิจการกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต่อมาร้านนั้นก็เลยทดลองปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเปลี่ยนเป็นร้านอาหารแทน แต่เป็นอาหารที่ใส่ส่วนผสมของโพชั่นลงไป ทำให้เกิดรสชาติที่แปลกใหม่ แถมยังทำให้ผู้ที่กินเข้าไปรู้สึกเหมือนได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายไปด้วย ซึ่งผลลัพธ์คือ นับตั้งแต่นั้นมาร้านนั้นก็เป็นที่นิยมจากเหล่านักเดินทางเป็นอย่างมาก เพราะมันเหมือนได้ฟื้นฟูความเหนื่อยและได้อิ่มพร้อมกันไปด้วยเลยยังไงล่ะ! ^_^
เนียมิ: อย่างนี้ก็มีด้วยแฮะ... ( ̄_ ̄|||) แต่รสชาติเขาดีจริงๆ มากเลยนะ! (ฉันเองก็ชอบเหมือนกัน)
และหลังจากที่เดินมาได้สักพัก ก็มีนกตัวหนึ่งบินเข้ามาหาโปโต
โปโต: ว่าไง! เมลโล่ (Mellow)
เขาทักนกตัวนั้น นกตัวนั้นก็มองเขาอยู่พักหนึ่งเหมือนต้องการจะพูดอะไรด้วย ก่อนที่จะบินมาเกาะที่ไหล่ของเขา
มิมิ: เอ๊!? Σ( °o °) แล้วนั่น...??
เธอรู้สึกแปลกใจที่อยู่ๆ ก็มีนกมาเกาะไหล่โปโต
โปโต: อืม! เจ้านกอินทรีนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของข้าเอง ชื่อ "เมลโล่"
เนียมิ: โห้!? (⊙o⊙) มีนกอินทรีเป็นเพื่อนคู่กายด้วยเหรอเนี่ย!?
โปโต: อืม! ที่จริงแล้วเจ้านี่เป็นนกจรที่อาศัยอยู่แถวนี้น่ะ ตอนที่เจอกันครั้งแรกมันบาดเจ็บจากเหตุใดไม่ทราบ ข้าก็เลยเก็บมันมารักษา แล้วหลังจากนั้นมันก็ติดข้ามาก จนเรียกได้ว่า เวลาข้าไปไหน มันก็บินตามไปด้วยเสมอเลยล่ะ.. และเจ้าเมลโล่ก็เป็นนกที่ฉลาดมาก เวลาที่ข้าสั่งให้ทำอะไรมันก็ทำตามได้แทบจะทุกอย่างเลยล่ะ!
เนียมิ: โห สุดยอด...! (⊙o⊙)
มิมิ: ฉันเองก็อยากมีสัตว์เลี้ยงที่ฉลาดแบบนี้บ้างจัง ^_^
โปโต: เอาล่ะ ลองไปสำรวจที่หุบเขาที่เคยไปเมื่อตอนนั้นหน่อยสิ ดูว่ายังมีมังกรตัวนั้นอยู่ไหม
เขาออกคำสั่งให้กับเมลโล่ แล้วจากนั้นเมลโล่ก็บินออกไปทันที
เนียมิ: แล้วจากนี้จะเป็นยังไงต่อเหรอ?
โปโต: เดี๋ยวสักพักเมลโล่ก็บินกลับมารายงานสถานการณ์เองแหละ พวกเราก็เดินต่อไปเรื่อยๆ กันเถอะ
มิมิ: อืม!!
แล้วจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางกันต่อไป
--------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่เดินทางมาได้สักระยะหนึ่ง ในที่สุดก็มาถึงบริเวณหุบเขาที่เป็นจุดหมายปลายทาง ลักษณะเป็นพื้นที่โล่งที่มีเพียงแค่พื้นหญ้า และตรงหน้าเป็นเหวที่สามารถมองเห็นพื้นที่หญ้าโล่งที่อยู่ข้างล่าง และภูเขาที่อยู่ไกลออกไปในอีกฝากฝังหนึ่ง
โปโต: มาถึงแล้วล่ะ! นี่ที่แหละ!
แล้วทั้งสองก็สอดส่องดูบรรยากาศโดยรอบ
มิมิ: วิวสวยมากด้วยนะ!
เนียมิ: อืม!! ^_^
แล้วจากนั้นสักพักเมลโล่ก็บินกลับมาหาโปโต ทั้งสองจ้องมองกันอยู่พักหนึ่งเหมือนจะคุยอะไรกัน
โปโต: มังกรตัวนั้นยังอยู่ด้วยล่ะ!
โปโตหันมาบอกพวกมิมิ
มิมิ: จริงเหรอ!? (⊙o⊙)
เนียมิ: แล้วนายคุยกันรู้เรื่องด้วยเหรอ?
โปโต: ก็... ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ว่าข้าสามารถได้ยินสิ่งที่เมลโล่พูดออกมาทั้งหมดเลยล่ะ! ^_^
เนียมิ: อ๋อ.. ก็คล้ายกับเวลาที่ฉันชอบไปคุยกับแมวจริงๆ สินะ ^_^; (ไม่มีใครเข้าใจที่แมวพูดยกเว้นเราคนเดียว)
โปโต: แล้วเจ้ามังกรนั่นอยู่ที่ไหนล่ะ??
โปโตถามเมลโล่อีกครั้ง ก่อนที่จะหันมาบอกพวกมิมิ
โปโต: มันอยู่บริเวณไม่ไกลจากแถวนี้แหละ! เดินเลาะไปตามเหวเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้เจอแล้วล่ะ!
แล้วจากนั้นทั้งหมดจึงรีบเดินทางไปหามังกร โดยที่เมลโล่บินนำทางไป
และหลังจากที่เดินมาได้สักระยะ ในที่สุดก็ได้พบกับมังกรสีเทาขนาดมหึมา ที่กำลังนอนหลับอยู่กลางพื้นหญ้า
มิมิ: หรือนี่จะเป็น...?
โปโต: ใช่! เจ้านี่แหละ!!
จากนั้นพวกมิมิจึงสอดส่องมังกรอยู่พักหนึ่งเพื่อมองหาเศษลูกแก้วและศึกษาลักษณะทางกายภาพของมังกรไปพร้อมๆ กัน
โปโต: เอาล่ะ พร้อมหรือยัง?
มิมิ/เนียมิ: โอเค!!
แล้วจากนั้นโปโตก็ชักดาบออกจากฝัก แล้ววิ่งตรงเข้าไปหามังกรเพื่อเปิดฉากการต่อสู้
โปโต: ย้ากกกกก!!
เนียมิ: ตอนนี้พวกเราก็รีบแปลงร่างกันเถอะ!!
มิมิ: อืม!!
แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็ยกแขนข้างที่สวมกำไลแปลงร่างขึ้นมา แล้วตะโกนว่า
มิมิ/เนียมิ: "ป๊อปปินแปลงร่าง!!"
แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็แปลงร่างเป็นป๊อปเปอร์ส


และในจังหวะเดียวกันกับที่ทั้งคู่แปลงร่างเสร็จ ขณะที่โปโตกำลังวิ่งเข้าไปใกล้กับมังกร มังกรก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี และได้ใช้หางฟาดเข้าใส่ในทันที
โปโต: อ้ากกกก!!
โปโตกระเด็นลอยกลับมา
ป๊อปเลิฟ: ไม่เป็นไรนะ!
ป๊อปเลิฟเข้าไปหาโปโตที่ลอยลงมากระแทกกับพื้น
โปโต: อืม! ข้ายังไหวอยู่ ...ว่าแต่ พวกท่านเป็นใครกันน่ะ??
โปโตสงสัยทั้งสองที่ชุดและหน้าตา(ทรงผม)ไม่เหมือนเดิม
ป๊อปพีช: นั่นสิ แล้วพวกเรามาทำอะไรที่นี่กันหว่า?? ( ̄_ ̄|||)
ป๊อปเลิฟ: พวกเราก็คือ.. เออ... นี่ก็คือ "ชุดรบ" ของพวกเรา มิมิ เนียมิ เองยังไงล่ะ!
ป๊อปพีช: เอ๋?? Σ( °Д °) แล้วจะบอกเรื่องความลับไปทำไมล่ะ??
ป๊อปเลิฟ: เดี๋ยวฉันเคลียร์เรื่องนี้ให้เขาทีหลังแล้วกัน ตอนนี้พวกเราต้องช่วยเขาสู้ก่อน
แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งท่าเตรียมร่วมการต่อสู้
โปโต: เออ.. ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าเมื่อกี้ แต่ชุดจอมเวทย์ของพวกเจ้าก็สวยดีเหมือนกันนะ (* ̄▽ ̄*)
ป๊อปพีช: เอาล่ะ พวกเราทั้งหมดมาลุยด้วยกันเถอะ!
ป๊อปเลิฟ: อืม!!
แล้วจากนั้นก็เริ่มศึกล่ามังกรที่แท้จริง ทั้งสองเป็นฝ่ายนำเข้าไปก่อน โดยป๊อปพีชเข้าไปต่อยด้านหน้ามังกร ส่วนป๊อปเลิฟก็กระโดดเตะจากอีกด้านของมังกร
ส่วนโปโตก็ตามกระโดดเข้าไปฟันหลังจากที่ทั้งสองโจมตีเสร็จ
จากนั้นมังกรจึงใช้ท่าปล่อยพลังเป็นลักษณะวงแหวนออกมาจากกรงเล็บ พลังนี้ได้พุ่งเข้าใส่เขา แต่ป๊อปพีชเห็นก่อนจึงเข้ามาใช้ "ป๊อปเปอร์ชิล" หรือสนามโล่พลังป้องกันไว้ได้
ป๊อปพีช: ไม่เป็นไรนะ!
โปโต: อืม! ขอบใจนะ!
แล้วจากนั้นโปโตก็เป็นฝ่ายโจมตีต่อโดยเข้าไปฟันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ได้กระหน่ำฟันเป็นคอมโบชุดใหญ่เลย ส่วนป๊อปเปอร์สก็ช่วยโจมตีเสริมด้วยท่ากายภาพ จนมังกรล้มลงไป
ต่อมามังกรได้ลุกขึ้นอีกครั้ง แล้วคราวนี้มันได้ใช้ท่าปล่อยคลื่นพลังออกมาจากมือทั้งสองข้าง แต่ทว่าครั้งนี้ป๊อปเปอร์สช่วยป้องกันไว้ไม่ทันเพราะท่าออกเร็วมาก ทำให้เขารับแรงโจมตีไปแบบเต็มๆ จนตัวกระเด็นไปอีกครั้ง
ป๊อปเลิฟ: โปโต!! Σ(; °Д °)
โปโตอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเพื่อสู้ต่อ แต่ก็ไม่ไหว
ป๊อปพีช: เป็นอะไรหรือเปล่า??
โปโต: ข้ายัง... ไหวอยู่... อ่า...
เขาทรุดตัวลงไปนอนจากความเจ็บปวด
ป๊อปเลิฟ: โปโตแข็งใจไว้ก่อนนะ!! (っ °Д °;)っ
ป๊อปพีช: อย่าเพิ่งตายนะ!! ( °Д °;)
แล้วในทันใดนั้นเอง อยู่ๆ ที่เข็มกลัดบนชุดของป๊อปเลิฟก็ส่องแสงออกมา ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ
ป๊อปเลิฟ: เอ๊!? (เกิดอะไรขึ้นน่ะ??)
แล้วจากนั้นก็มี "ใบโคลเวอร์สี่แฉก" ที่โปเอ็ตเคยมอบให้กับเธอ ลอยออกมาจากเข็มกลัดที่กำลังส่องแสง ซึ่งใบโคลเวอร์นั้นก็กำลังส่องแสงอยู่ด้วยเช่นกัน
"พวกเจ้าช่วยบรรเลงบทเพลงปลุกใจให้กับสหายของพวกเจ้าด้วยนะ!"
เสียงปริศนาดังออกมาจากใบโคลเวอร์เพื่อบอกบางสิ่งให้กับพวกป๊อปเปอร์ส แล้วจากนั้นใบโคลเวอร์ก็แปลงสภาพกลายเป็นลูกบอลพลังสีเขียว ก่อนที่ลูกพลังนี้จะพุ่งเข้าไปหาโปโต ซึ่งหลังจากนั้นบริเวณรอบๆ ตัวเขาก็เกิดขอบแสงออร่าอ่อนๆ ขึ้นมารอบตัว
จากนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง ความเจ็บปวดเมื่อสักครู่กำลังค่อยๆ หายไป
แล้วเขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง
โปโต: นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย??
โปโตพูดพลางมองที่มือของตัวเองเพื่อดูแสงออร่า เขายังคงทึ่งและสับสนกับตัวเองอยู่
ป๊อปพีช: หรือว่าใบโคลเวอร์นั่นจะ...?
ป๊อปเลิฟ: ใช่แล้วล่ะ ใบโคลเวอร์ที่ฉันเคยได้มาในตอนนั้น ช่วยคืนชีพให้กับเขาน่ะ!
ป๊อปพีช: อย่างนี้เอง คล้ายกับเป็นไอเทม "ใบชุบชีวิต" ในเกมอาร์พีจีสินะ แล้วเสียงเมื่อกี้นี้ล่ะ??
ป๊อปเลิฟ: อืม!! พวกเราต้องเล่นป๊อปปินเพื่อช่วยโปโตนะ!
ป๊อปพีช: งั้นก็มาลุยกันเลย!!
ป๊อปเลิฟ: โอ้!! \^o^/
แล้วทั้งคู่ก็เรียกเกียร์ออกมาจากเข็มกลัดบนชุด โดยมีลูกพลังออกมาจากเข็มกลัด ก่อนที่ลูกพลังทั้งสองจะเข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วจากนั้นลูกพลังก็แปลงสภาพกลายเป็นเกียร์อีกที ซึ่งเกียร์ที่เรียกออกมานั้น มีรูปร่างไม่เหมือนกับเกียร์ที่พวกเธอใช้ในร่างปกติ โดยมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ ซึ่งใหญ่พอจนสามารถยืนเล่นได้สองคนพร้อมกัน
ป๊อปพีช: นี่มันเกียร์อะไรกันน่ะ?? (ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย)
ป๊อปเลิฟ: ดูเหมือนว่าพวกเราต้องร่วมมือกันใช้เกียร์ตัวนี้ด้วยกันนะ
ป๊อปพีช: งั้นพวกเรามาเริ่มบรรเลงด้วยกันเถอะ!
ป๊อปเลิฟ: Let's pop'n music together! O(∩_∩)O
แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเล่นป๊อปปินด้วยเกียร์ตัวเดียวกัน โดยแบ่งกันกดปุ่มคนละฝั่ง
===== POP'N MUSIC =====
Mellow D Fantasy / NieN
โปโต: ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่รู้สึกเหมือนพลังกำลังแพร่ไปทั่วร่างกายเลยแฮะ!! ...ดีล่ะ!!
จากนั้นโปโตก็เริ่มกลับมาต่อสู้กับมังกรอีกครั้ง โดยดาบได้เปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา
โปโต: ย้ากกกกกกกกกกก!!!
เขาวิ่งพุ่งเข้าไปหามังกร แล้วเริ่มการต่อสู้อย่างดุเดือด ซึ่งในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกและรับได้อย่างสูสีมาก แต่ดูเหมือนว่าทางฝ่ายโปโตจะได้เปรียบกว่าเล็กน้อย เพราะพลังของดาบที่พาวเวอร์อัพจากพลังของป๊อปเปอร์ส
และหลังจากที่สู้กันได้พักหนึ่ง โปโตก็ได้ใช้ท่าไม้ตายเป็นท่าปล่อยคลื่นพลังรูปทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวออกมาจากดาบ ซึ่งคลื่นพลังนี้ได้พุ่งตรงไปหามังกรจากระยะไกล
===== END MUSIC =====
หลังจากที่เพลงจบลง ในที่สุด เขาก็สามารถเอาชนะมังกรได้สำเร็จ ซึ่งมังกรก็ได้แตกตัวออกกลายเป็นสะเก็ดไฟจำนวนมาก แล้วสะเก็ดไฟก็ค่อยๆ ลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ และค่อยๆ เลื่อนหายไปในที่สุด
ป๊อปพีช: สำเร็จแล้วล่ะ!! \^o^/
ป๊อปเลิฟ: ในที่สุดก็เอาชนะได้แล้ว!! ☆⌒(*^-゜)v
จากนั้นทั้งคู่ก็กลับร่างเดิม


และเมื่อตรวจดู ก็พบว่าเป็น "เศษลูกแก้ว" นั่นเอง!!
เนียมิ: ได้เศษลูกแก้วชิ้นที่ 3 เรียบร้อยแล้วล่ะ!! ^_^
ส่วนมิมิก็พลางยิ้มด้วยความยินดี
แล้วเนียมิก็นำเศษลูกแก้วเวทมนตร์ชิ้นที่สามมาประกอบรวมกับเศษลูกแก้วชิ้นอื่นที่อยู่บนซิลลี่คีย์

มิมิกับเนียมิ ได้รับสแตมป์ดวงที่ 3 เรียบร้อยแล้ว!!
เนียมิ: \โปโตคุง!! พวกเราได้ "เศษลูกแก้ว" แล้วล่ะ!!/
เนียมิตะโกนเรียกโปโตที่อยู่อีกฝั่ง พลางชูซิลลี่คีย์ขึ้นฟ้า
โปโต: เอ๊!? ได้แล้วเหรอ?? ยินดีด้วยนะ ^_^
โปโตเดินเข้ามาหาทั้งสอง
เนียมิ: เป็นเพราะนายแท้ๆ เลย พวกเราถึงได้เศษลูกแก้วมาอีกชิ้น ^_^
โปโต: ไม่หรอก ข้าว่าคงเป็นเพราะเวทมนตร์ของพวกเจ้านั้นแหละ ที่ช่วยทำให้ข้าพิชิตมังกรได้ (^_<)☆
มิมิ: นั่นสิ จริงด้วยนะ ^_^
แล้วโปโตก็พลางมองดูดาบของตัวเองด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ซึ่งในตอนนี้ดาบไม่ส่องแสงแล้ว
--------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่จบภารกิจแล้ว ทั้งหมดก็เดินทางกลับมายังหมู่บ้าน โดยทั้งสองได้เข้าไปยังบ้านของโปโตที่เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ มีชั้นเดียว ซึ่งในขณะนี้เป็นเวลาช่วงค่ำ
โปโต: เอาล่ะ ตามที่ได้สัญญาไว้ ข้าจะเล่าความลับเกี่ยวกับกุญแจเวทมนตร์ให้ฟังนะ
มิมิ/เนียมิ: อืม!!
ทั้งสองพยักหน้า
โปโต: กุญแจเวทมนตร์นี้เมื่อรวบรวมเศษลูกแก้วได้ครบจนกลับเป็นลูกแก้วที่สมบูรณ์แล้ว จะสามารถเรียกใช้ "สุดยอดพลัง" จากกุญแจได้ ซึ่งพลังของซิลลี่คีย์นั้นมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ตามตำนานเท่าที่ข้าเคยศึกษามา มีพลังที่เคยถูกนำมาใช้งานจริงอยู่ 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้ โดยการปล่อยคลื่นพลังออกมาจากกุญแจ ซึ่งคลื่นพลังนี้มีความรุนแรงมาก สามารถทำให้มอนสเตอร์ละลายเป็นผงได้ในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวเลย!
พลังที่ 2 คือสามารถใช้เปิดประตูแห่งความฝันได้ เมื่อใช้เวทมนตร์ดังกล่าวจะทำให้ความปรารถนาของผู้นั้นเป็นจริงในทันที แต่ทว่า เวทมนตร์นี้สามารถใช้ได้กับผู้อื่นเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับเจ้าของกุญแจได้ และผู้ที่จะถูกเปิดประตูแห่งความฝันออกได้ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธ์เท่านั้น
และพลังสุดท้ายคือการใช้ปิดผลึกจอมมาร หากพวกเจ้าเดินทางไปยังวิหาร Kobulr ซึ่งที่นั่นมี "บล็อกกี้ล็อค" (Blockie Lock) ซึ่งเป็นแท่นสำหรับนำซิลลี่คีย์มาเสียบลงในช่องที่อยู่บนแท่นนั้น หากนำซิลลี่คีย์ไปเสียบลงในแท่นนั้นเมื่อไหร่ ก็จะเกิดพลังวิเศษที่ทำให้จอมมารถูกปิดผลึกลงในที่สุด โดยตัวจอมมารจะถูกส่งมาจองจำยังวิหารดังกล่าวทันทีไม่ว่าจะอยู่หนไหนในโลกนี้ก็ตาม
...แต่ทว่า ข้าเองก็ยังหาข้อมูลไม่เจอว่า เพราะเหตุใดซิลลี่คีย์ถึงกลายมาเป็นราชสมบัติของอาณาจักรเทพนิยายได้ ทั้งที่มันควรจะอยู่ที่วิหาร Kobulr ตลอดนะ
เนียมิ: งั้นก็แปลว่า... หากเกิดพวกจักรพรรดิ Desperus เริ่มรุกรานอีกครั้ง พวกเราก็ต้องนำกุญแจนี่ไปเสียบที่วิหารนั้นสินะ
โปโต: ถูกต้องแล้วล่ะ! แต่ว่าการจะฝ่าเข้าไปยังวิหารนั้นเพื่อนำกุญแจไปเสียบมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดนะ เพราะในนั้นเต็มไปด้วยกับดักมากมาย หากพลาดแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ พวกเจ้าก็อาจต้องตายสถานเดียว... และความลับทั้งหมดก็มีเพียงเท่านั้นแหละ ขอรับ
มิมิ: อืม!! ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆ เลยนะ!
เนียมิ: งั้นพวกเราก็ขอตัวลากันแล้วนะ!
โปโต: อืม!! ขอให้พลังของซิลลี่คีย์จงอยู่กับพวกเจ้าล่ะ!! (∩_∩)
แล้วทั้งสองก็เดินออกมาจากบ้านของโปโต
เนียมิ: ในที่สุดก็เหลืออีกเพียงแค่ 2 ชิ้นแล้วนะ!
มิมิ: อืม!! รู้สึกว่าพวกเราจะตามรวมรวบได้ไวกว่าที่ฉันเคยคิดไว้เยอะเลยนะ งั้นพรุ่งนี้พวกเราก็รีบไปลุยยังสถานที่ต่อไปกันเถอะ!
เนียมิ: โอ้!!! \^o^/
หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปกินพาร์เฟต์ที่ร้านเดิมกันอีกครั้งอย่างมีความสุข♥
--------------------------------------------------------------------------------
แต่ทว่า... ในขณะเดียวกัน บริเวณรอบๆ เมืองหลวงของอาณาจักรเทพนิยายนั้น ก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดบางอย่างขึ้นบนท้องฟ้า
ไดโน: นี่พวกมัน... กำลังจะกลับมาแล้วเหรอเนี่ย?!
ไดโนในชุดพระราชโอรสแบบเต็มยศเดินออกไปที่ระเบียงและทรงตกพระทัยกับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังจะมาในอีกไม่ช้านี้
--------------------------------------------------------------------------------
ทางด้านโปเอ็ตที่กำลังทำงานส่งสิ่งของให้กับลูกค้าอยู่
โปเอ็ต: หายนะกำลังจะมา...
โปเอ็ตหลังจากที่ส่งของเสร็จแล้วได้แหงนหน้าไปมองบนฟ้า เพราะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เลวร้ายกำลังจะมา
รวมทั้งเหล่าชาวบ้านก็มองไปบนฟ้าเช่นกัน รวมถึงพวกของอาเรสะ(ไก่)กับสตอนสตอน(หมู) แม้กระทั้งแอสคอตกับไซฟา และ บารามกับอลินี่ ก็เห็นเช่นเดียวกันหมดทุกคน
ทุกคนในอาณาจักรเทพนิยายเกิดรู้สึกสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่ามันคืออะไร...
>>>>> TO BE CONTINUED <<<<<