25 เมษายน 2564

Cotton Guardian Force Saturn Tribute ประกาศลงให้กับ PS4 และ Switch

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

ได้เวลากลับมาอัพเดตข่าวคราวของเกม Cotton กันอีกครั้งนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าแอดมินบล็อกนี้ไปโฟกัสกับ Pop'n Music อย่างเดียวจนเลิกสน Cotton ไปซะแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า


City Connection ผู้จัดจำหน่ายได้ประกาศผ่านงาน Shooting Game Daikanshasai 2021 ว่า พวกเขาเตรียมจะวางจำหน่ายชุดรวมเกมแนวยานยิงจากค่าย Success ในชื่อว่า Cotton Guardian Force Saturn Tribute โดยจะลงให้กับ PS4 และ Switch ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทั้งในรูปแบบปกติ และ Limited Edition และจะเปิดให้พรีออเดอร์ในวันที่ 27 เมษายนนี้ที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ทาง City Connection ยังมีแผนที่จะวางจำหน่ายให้กับแพลตฟอร์มอื่นๆ อีกด้วย (หนึ่งในนั้นคาดว่ามี PC รวมอยู่ด้วยแน่นอน และอาจจะเอามาวางขายแบบแยกเกมเหมือนกับเกมจากชุด Psikyo Shooting Collection ซึ่งจัดจำหน่ายโดย City Connection เช่นกัน)


โดยภายในเกมรวมชุดนี้จะประกอบไปด้วย Cotton 2, Cotton Boomerang, และเกมรถถังประจัญบาน Guardian Force เป็นของแถมด้วยอีกหนึ่งเกม นอกจากนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์และระบบช่วยเหลือต่างๆ เข้ามาให้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ระบบ Autofire, ระบบย้อนเวลาด้วยการกดปุ่มเดียว, ระบบ Save State เซฟจากจุดไหนของเกมก็ได้, โหมด Score Attack สำหรับแข่งขันทำคะแนนแบบออนไลน์, และอีกมากมาย

นอกจากนี้ทาง Success ทีมพัฒนา ยังได้เปิดเผยความคืบหน้าของเกม Cotton ภาคใหม่อีกด้วย โดยจะวางจำหน่ายให้กับระบบอาร์เคดก่อน ผ่านแพลตฟอร์ม SEGA ALL NET เฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางทีมงานได้เผยว่าพวกเขายังไม่ค่อยรู้สึกพอใจกับตัวเกมในช่วงต้นของการพัฒนาเท่าไหร่นัก แต่พวกเขามั่นใจว่าจะต้องทำออกมาได้ดีจนถูกใจแฟนๆ ของเกมซีรี่ส์นี้ในภายหลังอย่างแน่นอน (ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเป็นแนวมุมมองด้านข้างหรือแบบ Rail Shooter แต่ส่วนตัวอยากให้เป็นแบบ Rail Shooter เหมือนกับ Sin & Punishment: Star Successor จริงๆ)


ที่มา: Gematsu


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

18 มีนาคม 2564

[HowToPlay] แนะนำการเล่นตู้เกม Pop'n Music (อัปเดตภาค High☆Cheers!!)

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

หลังจากที่ได้ทำการรีวิวเกม Pop'n Music ไป ก็มีผู้อ่านหลายท่านสนใจอยากลองมาเล่นที่ MBK ดูบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเข้าเล่นและระบบต่างๆ ของเกมกันครับ


ตู้เกม Pop'n Music ที่ห้าง MBK

ก่อนอื่นก็ต้องใช้เงินในบัตรร้านเกม 40 บาท (30 บาท สำหรับตู้รุ่นเก่าที่อยู่อีกร้าน) ในการเล่น 1 ครั้ง และหลังจากที่เรากดปุ่มหยอดเครดิตลงไป 4 ครั้งแล้ว หากใครที่ไม่มีบัตร e-Amusement Pass ให้กดปุ่มสีแดงเพิ่มเริ่มเกมในฐานะบุคคลทั่วไป (Guest) แต่ถ้าใครมีบัตร e-Amusement Pass ให้แตะบัตรที่จุดอ่านบัตร แทนการกดปุ่มสีแดงนะครับ

จากนั้นเราก็จะต้องเลือกกันก่อนว่าจะเล่นในรูปแบบใด ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบคือ
* ภาพประกอบทั้งหมด มาจากภาค Peace กับ Kaimei Riddles อาจมีบางส่วนที่ไม่เหมือนในภาคล่าสุด *


NORMAL START: เล่นแบบปกติ สามารถเล่นได้ 3 เพลง แต่ไม่มี Extra Stage
EXTRA START: *ต้องกดเพิ่มอีก 1 เครดิต* เล่นแบบพิเศษ สามารถเล่นได้ 3 เพลงเช่นกัน แต่ถ้าหากเล่นเพลงผ่าน(จบเพลงโดยเกจอยู่ในโซนสีแดง)จะได้รับตัวอักษรมาสะสม 1 ตัว และเมื่อสะสมครบ 5 ตัวคือ (E) (X) (T) (R) (A) จะสามารถเล่นเพลงพิเศษได้ 1 เพลงใน Extra Stage (โหมดนี้จะมีให้เลือกเฉพาะผู้ที่เล่นโดยใช้บัตร e-Amusement Pass เท่านั้นนะครับ หากเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) จะไม่มีให้เลือก)

*นอกเรื่องเล็กน้อย: มีบางท่านเห็นรูปข้างบนนี้แล้วสงสัยว่าทำไมในรูปถึงมีให้เลือก 3 โหมด อันนี้เป็นตัวเกมของญี่ปุ่นครับ (โค้ด J:A:A) จะมีให้เลือก 3 โหมดระหว่างใช้เหรียญ (สีส้ม) กับใช้เงินเติม "Paseli" (สีเขียว) ส่วนของไทย (โค้ด A:C:A) จะมีแค่ 2 โหมดเท่านั้น และใช้เหรียญ(สีส้ม)ทั้งสองโหมดด้วย

ต่อมาเราก็ต้องเลือกโหมดการเล่น โดยจะมีอยู่ 5 โหมดก็คือ


Easy Mode: เล่นคนเดียว 2 ปุ่มการเล่น *
Normal Mode: เล่นคนเดียว 9 ปุ่มการเล่น
Extra Mode: เล่นคนเดียว 11 ปุ่มการเล่น *
Battle Mode: เล่นสองคนในตู้เดียวกัน 3 ปุ่มการเล่น
Local Mode: เล่นสองคนตู้ใครตู้มัน 9 ปุ่มการเล่น **

* มีเฉพาะตู้โมเดล 2025
** มีเฉพาะร้านที่มี 2 ตู้


โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) หลังจากเลือกโหมด จะมีให้เลือกอีกว่าจะเล่นโหมดฝิกสอน (Tutorial) ด้วยหรือไม่


จากนั้นก็จะต้องเลือกตัวละครที่ต้องการจะเล่น โดยถ้าเราเข้าเกมแบบบุคคลทั่วไป (Guest) ตัวละครเริ่มต้นจะอยู่ที่ Mimi เสมอ ใช้ปุ่มสีฟ้าเพื่อเลื่อนบนและล่าง ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อเปลี่ยนสี หรือชุดประจำภาคในกรณีที่เลือกตัว Mimi หรือ Nyami (สามารถเลือกได้ตั้งแต่ภาคแรกยันภาคล่าสุดเลย ^^) เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเลือกตัวละครนั้นๆ

กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกตัวละคร 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นตัวละครสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2


เมื่อทำการเลือกตัวละครเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าเลือกเพลงกันล่ะ โดยเพลงก็จะแบ่งหมวดหมู่ไปตามภาคต่างๆ และยังสามารถปรับแต่งได้ว่า จะเรียงตามตัวละครประจำเพลงก็ได้ หรือจะเอาแค่เฉพาะเพลงในหมวด TV/ANIME (เพลงลิขสิทธิ์) ก็ตามแต่ โดยการใช้ปุ่มสีฟ้าเลือก ปุ่มสีเขียวเปลี่ยนหมวดหมู่ และใช้ปุ่มสีเหลืองเพื่อปรับความยาก-ง่าย ของเพลงนั้นๆ เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเริ่มการเล่น

นอกจากนี้หากกดปุ่ม 00 ที่แป้น Keypad จะเป็นการสลับการแสดงผลระหว่าง "ชื่อเพลง" และ "แนวเพลง" กด 0 เพื่อเปลี่ยนการเรียงรายชื่อเพลงระหว่าง ตามระดับความยาก-เหรียญตราและเกรด-ตัวอักษร



ส่วนปุม 1 กับ 2 จะเป็นการเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาตรงข้างๆ แถบหมวดหมู่สีเขียวด้านบน (เลือกเปิดได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) กด 1 เพื่อดูคะแนนของเราในแต่ละเพลง และกด 2 เพื่อดูสรุปเกรดทั้งหมดที่เราทำได้รวมจากทุกเพลง (จะแสดงเฉพาะในหมวดหมู่และระดับความยากที่กำลังเลือกอยู่)


หากว่าต้องการปรับออฟชั่นต่างๆ เมื่อขึ้นหน้า VS ตัวละคร ให้กดปุ่มสีเหลืองพร้อมกันทั้งสองปุ่มเพื่อปรับค่าต่างๆ ในการเล่นได้ โดยหลักๆ จะเป็น

- HI-SPEED: ความเร็วของโน้ตที่จะเลื่อนลงมา (ค่าที่แนะนำอยู่ระหว่าง 600-700)
- POP-KUN: เปลี่ยนสกินของโน้ต
- GAUGE TYPE: เปลี่ยนความยากของเกจ
- GUIDE SE: เปิด-ปิด และเปลี่ยนเสียงเคาะจังหวะ (เปิดเป็นค่าเริ่มต้น)
- LONG POP: เปิด-ปิดโน้ตยาวในชาร์ต (แต่ถ้าปิดจะไม่สามารถบันทึกคะแนนได้ และการันตีเหรียญ EASY CLEAR ในทุกกรณี ถึงแม้จะเก็บ FULL COMBO ได้ก็ตาม)

นอกจากนี้หากแตะที่แท็บ FULL OPTION บนจอทัช (หรือกดปุ่ม 0 ที่แป้น Keypad สำหรับตู้รุ่นเก่า) จะสามารถเลือกปรับออฟชั่นพิเศษเพิ่มได้อีกหลายอย่าง คือ

- RANDOM: เปิดการสุ่มตำแหน่งของโน้ตในชาร์ต
- LANE: ปรับความกว้างของเลนโน้ต, ปรับความสว่างของพื้นหลัง, ฯลฯ
- JUDGE+: มีให้เลือก 3 อย่างคือ เปิดการแสดงผล FAST-SLOW หากกดได้ค่าต่ำกว่า COOL (TIMING), ปิดการแสดงผลค่าความแม่นยำ (LOST), และแสดงผลค่าความแม่นยำและคอมโบหลอก (PANIC)
- JUDGE ADJUST: ปรับความหน่วงของการกดปุ่ม
- HIDDEN: เปิดการซ่อนตัวโน้ตเมื่อเลื่อนลงมาใกล้กับเส้นกับกำจังหวะ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- SUDDEN: ลดความสูงของการแสดงตัวโน้ต (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- LIFT: ดันเส้นกับกำจังหวะให้สูงขึ้นกว่าปกติ (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- ROOF: ดันเลนโน้ตให้เตี้ยลง (สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้)
- OJAMA 1 และ 2: เพิ่มอุปสรรคการเล่น เช่น ให้ตัวละครประจำเพลงขึ้นมาเต้นบังเลนโน้ต, โน้ตกลับหัว, โน้ตโยกเยกไปมา, ฯลฯ

กรณีที่เล่น Battle Mode จะต้องเลือกออฟชั่น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นออฟชั่นสำหรับผู้เล่นคนที่ 1 และอีกครั้งสำหรับผู้เล่นคนที่ 2

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มเล่นได้เลย การเล่นง่ายๆ มีปุ่มให้เรากดทั้งหมด 9 ปุ่ม ให้เราทำการกดปุ่มให้ตรงกับเส้นสีแดงด้านล่าง ถ้าเคยเล่นตู้ Guitar Hero (แบบปุ่มตบ) มาก่อน เกมนี้ก็ไม่ยากเลยล่ะ เพียงแต่มีปุ่มให้กดเยอะกว่าเท่านั้นเอง

ระดับความแม่นของโน้ตจะมี COOL, GREAT, GOOD, และ BAD ถ้าหากกดติด COOL หมายความว่าผู้เล่นกดโน้ตได้แม่นยำ แต่หากกดไม่แม่นก็จะปรากฏเป็น GREAT หรือ GOOD ซึ่งคะแนนจะลดลงตามลำดับ หรือหากกดพลาด เกมจะขึ้นว่า BAD และทำการนับ COMBO ใหม่ทันที

ถ้าเรากดถูกต้องและต่อเนื่อง พลังของเกจด้านล่างจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าพลาดก็จะลดลง หากเล่นจบเพลงแล้วเกจอยู่ในโซนสีแดงก็จะถือว่าเล่นเพลงนั้นผ่าน


เมื่อจบเพลง จะมีหน้าสรุปคะแนนของเราว่าเล่นได้ดีแค่ไหน โดยเกรดที่จะได้จะมีตั้งแต่ E ถึง S

อ้อ! ลืมบอกไปว่าเกมนี้หลังจากภาค 22 หรือ Lapistoria เป็นต้นไป หากเล่นไม่ผ่านจะยังไม่ถือว่า "GAME OVER" ในทันทีนะ เพียงแต่จะไม่ได้รับตัวอักษร (E) (X) (T) (R) (A) มาสะสมเท่านั้นเอง

คำแนะนำสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกท่าน

เล่นครั้งแรกแนะนำว่าควรเล่นในระดับ LIGHT ก่อน เนื่องจากระดับ LIGHT จะมีความพิเศษตรงที่จะใช้ปุ่มในการเล่นน้อยกว่า 9 ปุ่ม (หมายความว่าจะมีบางปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานตลอดทั้งเพลง) พอเล่นไปสักพักจนเริ่มชินกับ "ตำแหน่งของปุ่ม" แล้ว ก็จัดระดับความยากตามที่ต้องการได้เลย








 






ขอให้สนุก
กับเกม(╹◡╹)










หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568

22 กุมภาพันธ์ 2564

[Review] Natsuki Chronicles ฉบับเล่นจริง

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว แอดมินเคยพรีวิวเกมแนวยานยิงมุมมองด้านข้างกราฟิก 3D ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Natsuki Chronicles ไป แต่เป็นการแนะนำตามความรู้สึกจากการดูคลิปเกมเพลย์เท่านั้น ยังไม่ได้ลงมือเล่นจริงแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ตัวเกมได้วางจำหน่ายบน PS4 และ PC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคราวนี้ก็คือรีวิวของจริงล่ะครับ!!

 
ในยุคปัจจุบันนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะได้เห็นเกมแนว Shoot 'em up / Shmup หรือเกมยานยิงแบบดั้งเดิมในรูปแบบกราฟิก 3D เนื่องจากความนิยมในเกมแนวนี้ที่ซาลงไปตามกาลเวลา ซึ่งส่วนทางกับต้นทุนในการพัฒนาเกมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ทำให้บรรดาทีมผู้พัฒนาเกมหลายเจ้าจึงเลือกที่จะสร้างเกมแนวนี้ออกมาเป็นกราฟิกแบบ 2D หรือ Pixel art 8-bit / 16-bit กันเสียมากกว่า เพื่อลดต้นทุนในการพัฒนา และยังช่วยลดความเสี่ยงด้านยอดขายที่อาจจะไม่คุ้มทุน

ล่าสุดเกม Natsuki Chronicles เกมแนวยานยิงมุมมองด้านข้างกราฟิก 3D เต็มรูปแบบตัวใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดย Qute จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับเกมแนวยานยิงมุมมองด้านบนอันเลื่องชื่อในอดีตอย่าง Eschatos และ Judgement Silversword ได้ปล่อยเวอร์ชั่น Xbox One ออกมาแล้วเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2019 และล่าสุดได้ปล่อยเวอร์ชั่นบน PS4 และ PC (Steam) เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2021 ที่ผ่านมา และแน่นอนว่าถ้ากราฟิกไม่ใช่ 3D มันคงไม่อาจสร้างกระแสที่น่าสนใจในหมู่แฟนเกมแนวยานยิงได้ ฉะนั้นในวันนี้แอดมินเอจึงนำมารีวิวให้ดูกันว่ามันจะเป็นเกมที่สายยานยิงคู่ควรแก่การซื้อมาเล่นหรือไม่

※ หมายเหตุ: รีวิวในบทความชุดนี้จะอิงจากเวอร์ชั่น PC นะครับ

เนื้อเรื่องเข้มข้นน่าติดตาม


เรียกได้ว่ามีไม่บ่อยนักที่เกมแนวนี้จะมีโหมดเนื้อเรื่องแบบจริงๆ จังๆ มาให้เราได้เสพเรื่องราวของเกมกันแบบเต็มๆ ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีเพียงแค่การเล่าเรื่องราวโดยย่อก่อนเริ่มเกม กับบทสรุปหลังเกมจบเท่านั้น โดยที่ไม่มีอะไรให้เราได้ติดตามในระหว่างการเล่นเลย

ส่วนเรื่องราวของเกมนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคู่ขนานกันกับเรื่องราวหลักของเกม Ginga Force โดยจะเล่าถึงนักบินหญิงที่ชื่อว่า Natsuki Sugiura โดยเนื้อเรื่องจะเริ่มตั้งแต่ในอดีตเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วตอนที่เธอยังเป็นนักบินฝึกหัด จนมาถึงปัจจุบันที่ได้ไป(เป็นบอส)ต่อสู้กับพวกตัวเอกในด่านที่ 7 ของเกม Ginga Force อันเป็นเกมคู่ขนานนั่นเอง ซึ่งเราจะได้ทราบว่าก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบาง แล้วเหตุการณ์ต่อจากด่าน 7 ของฝั่ง Natsuki หลังจากแพ้ให้กับ Alex และ Margarette จะเป็นอย่างไรต่อไป...

โหมดการเล่น


ในเกมนี้จะมีโหมดการเล่นหลักๆ อยู่ 2 โหมดคือ Story Mode (โหมดเนื้อเรื่อง) กับ Arcade Mode (โหมดเก็บคะแนน)

ในโหมด Story จะเป็นการเล่นไปตามเรื่องราวของเกม จัดเต็มด้วยเสียงพากย์ญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ พร้อมซับไตเติ้ลอังกฤษทั้งในคัตซีนและเกมเพลย์ ในโหมดนี้จะมีทั้งหมด 13 ด่าน โดยแบ่งเป็นด่านฝึกซ้อม 3 ฉาก และด่านปกติอีก 10 ฉาก และผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งอาวุธต่างๆ ก่อนเริ่มเกมได้ โดยจะมีให้เลือกอย่างหลากหลายแบบตามแต่ที่ผู้เล่นจะต้องการ (ขอบอกว่า เยอะมากๆ) โดยจะแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ อาวุธหลัก (ปืนหน้า) อาวุธรอง (ปืนหลังหรือปืนเสริมด้านหน้า) และลูกออฟชั่น (เมื่อใช้แล้วจะสร้างโล่กันกระสุน หรือปล่อยออฟชั่นออกไปโจมตี) ชอบแนวไหนก็จัดไปแนวนั้นได้เลย

ส่วนโหมด Arcade เป็นโหมดการเล่นแบบเก็บคะแนนเหมือนกับเกมยานยิงทั่วไป ด้านความแตกต่างแน่นอนว่าคือตัดเนื้อเรื่องออกไป ไม่มีคัตซีนและไดอะล็อกการสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น และจำนวนด่านที่ลดลงเหลือเพียง 9 ด่าน โดยคะแนนที่ผู้เล่นทำได้จะบันทึกลงทั้งสถิติส่วนตัวกับ Leaderboard ทันทีหลังเล่นจบ

ทั้งสองโหมดสามารถเลือกระดับความยากได้ 4 ระดับคือ Easy, Normal, Hard, และ Extreme ซึ่งแต่ละระดับจะมีผลต่อจำนวนกระสุนที่จะปรากฏบนจอนั่นเอง แน่นอนว่าถ้าเลือกเล่นระดับ Extreme ละก็..นี่คือโทโฮเวอร์ชั่นมุมมองด้านข้างแน่นอนครับ

เกมเพลย์สไตล์ 2D Shoot 'em up ดั้งเดิม


Natsuki Chronicles มีลักษณะเกมเพลย์เป็นแบบ Side-Scrolling Shoot 'em up หรือเกมยานยิงมุมมองด้านข้างคล้าย Gradius คือ ยานรบของเราจะบินไปทางด้านขวาเรื่อยๆ และศัตรูทั้งหมดนั้นจะปรากฎตัวมาทางขวาของจอ แต่บางช่วงก็จะโผล่มาทางซ้ายบ้าง ผู้เล่นต้องลุยไปเรื่อยๆ และหลบการโจมตีให้ได้มากที่สุด โดยอาวุธยิงทั้งสองชนิดสามารถกดยิงพร้อมกันได้ แต่จะต้องแลกกับความแรงที่ดรอปลงไปเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นควรยิงแค่เฉพาะปืนใดปืนหนึ่งจะดีที่สุด แถมสามารถใช้ลูกออฟชั่นช่วยกันกระสุนได้ แต่ในระหว่างที่ใช้งานจะทำให้ไม่สามารถยิงได้นะครับ

ระบบต่างๆ ที่ช่วยกลบจุดด้อยของเกมแนวนี้ได้อย่างดี


นอกจากนี้ภายในโหมด Story ยังมีระบบปลดล็อคอาวุธต่างๆ ใน Loadout ของเราอีกด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะได้มาจากการเคลียร์ด่านในระดับความยากต่างๆ และการอัพ "Player Level" จึงทำให้เกมนี้มี Replay Value ในตัวของมันเอง ผิดกับเกมแนวเดียวกันตัวอื่นๆ ที่คอนเทนต์ปลดล็อคจะค่อนข้างน้อย จนบางเกมนี่แทบดูไม่คุ้มกับราคาเต็มซะอีก ซึ่งอาจทำให้เป็นอีกสาเหตุที่หลายๆ คนที่ไม่ใช่สายยานยิงไม่อยากซื้อมาเล่นนั่นเอง นอกเสียจากว่ามันจะอยู่ในช่วงลดราคา

นอกจากนี้ยังมีระบบพิเศษอยู่อย่างนึง (และเป็นเหมือนกับกิมมิคของเกมนี้เลย) ก็คือระบบ Bullet Trajectory Display ครับ โดยเมื่อเปิดใช้งานระบบนี้ (จะถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น) ตัวเกมจะแสดงวิถีของกระสุนเป็นเส้นสีแดงๆ ให้เห็นล้วงหน้า โดยกระสุนจะพุ่งผ่านไปตามเส้นที่แสดงให้เห็นนั่นเอง
 
อีกหนึ่งปัญหาที่อาจจะเรียกได้เป็นจุดด้อยคู่กับเกมแนวนี้มาโดยตลอดก็คือ เกมแนวนี้ส่วนมากแล้วมักจะใช้รูปแบบการเล่นในลักษณะ 1-Hit Death ที่โดนกระสุนเพียงนัดเดียวก็หายไปแล้วหนึ่งชีวิต จึงอาจทำให้เกมเมอร์รุ่นใหม่หลายคนที่คุ้นชินกับระบบพลังชีวิตแบบหลอด HP ในเกมยุคปัจจุบัน ถึงกับโบกมือลาได้ง่ายๆ ซึ่งในเกมนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าหลังจากที่ถูกโจมตีจนชีวิตลดไปแล้ว มันจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาเรื่อยๆ ให้เองจนเต็ม และได้ชีวิตกลับมา 1 ตัวนั่นเอง จึงทำให้มีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้นหากไม่ได้ถูกโจมตีบ่อยๆ นอกจากนี้การเล่นในโหมด Story เมื่อผู้เล่นพลาดท่าตายในแต่ละครั้ง ตัวเกมจะเพิ่มจำนวนชีวิตเสริมให้ในการเล่นรอบต่อไปอีกด้วย จึงทำให้เกมนี้เป็นเกมที่เหมาะกับทั้งมือใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสเกมแนวนี้มาก่อนและมือเก่าที่เซียนอยู่แล้ว

กราฟิกสดใสเฟรมเรตลื่น


Natsuki Chronicles เป็นเกมยานยิงมุมมองด้านข้างที่ใช้กราฟิก 3D ในรูปแบบสไตล์การ์ตูนอนิเมะ สีสันสดใส มีรายละเอียดจัดเต็มทั้งพื้นผิวและแสงเงา รวมถึงเอฟเฟกต์ต่างๆ ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม แต่ไม่ได้อลังการงานสร้างจนเกินไป ทำให้ตัวเกมไม่ค่อยพบปัญหาด้าน Performance ทำให้สเปกความต้องการของ PC ในการเล่นเกมดังกล่าว จึงใช้แค่ CPU 2 Core 2.0GHz, RAM 4GB, และ VRAM 2GB เท่านั้น (แต่จากการลองตรวจสอบการใช้ทรัพยากรด้วย Xbox Game Bar พบว่าตัวเกมใช้แรมไปแค่เพียง 1GB กว่าๆ เท่านั้น ส่วน VRAM ไม่ใช้เลย) แน่นอนว่าเป็นเกมที่เป็นมิตรต่อเครื่อง PC ที่มีสเปกต่ำ แม้ว่าจะเป็นเกมที่ออกในปี 2021 ก็ตาม

ข้อเสียหลักมีเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ คือตัวเกมมีอาการเด้งหลุดในช่วงบอสของด่านที่ 5 หากปิดระบบ Vsync ไว้ หรือเล่นในโหมด Windowed ก็คาดหวังว่าบั๊กดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

UPDATE 24/03/2021:
ล่าสุดบ๊ักดังกล่าวได้ถูกแก้ไขแล้วในแพทซ์ 1.0.1.2 ครับ

สรุป

Natsuki Chronicles มีการนำเสนอเกมการเล่นที่ผสมผสานส่วนที่น่าสนใจของเกมแนวยานยิงชั้นยอดต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยเกมการเล่นที่ง่ายแต่ท้าท้าย อาวุธต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย เนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตาม และความสวยงามของกราฟิกที่เหนือกว่าเกมยานยิงแบบด้านข้างอื่นๆ ในตลาดตอนนี้ ส่งผลให้ Natsuki Chronicles ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งเกมที่ผู้เล่นสายยานยิงหลายคนให้ความสนใจ

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปกดซื้อในสตีมได้แล้วตามลิ้งข้างล่างนี้เลย



จุดเด่น
- รูปแบบการเล่นสนุกเข้าใจง่าย
- มีระบบแสดงวิถีกระสุนสำหรับผู้เล่นใหม่
- มีเนื้อเรื่องให้ติดตาม
- ของปลดล็อคเยอะ

จุดสังเกต
- ตำแหน่งของซับไตเติ้ลในเกมเพลย์ อ่านลำบากไปนิด
- ไม่มีระบบ Continue ในโหมด Story (ถ้าตายคือเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นของฉากนั้นๆ ทันที)

กราฟิก 9
ระบบการเล่น 8
ความแปลกใหม่ 8.5
ดนตรีและเสียงประกอบ 8.5
ความคุ้มค่า 9


ภาพรวม 8.6/10


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564

16 มกราคม 2564

รู้จักกับ Pop'n Music ตำนานซีรี่ส์เกมดนตรีสุดน่ารักจาก BEMANI ที่โลกลืม

หากจะให้พูดถึงเกมแนวดนตรีบนเครื่องเล่นเกมอาร์เคดล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเกมสุดฮิตขวัญใจคนไทยอย่าง Maimai, Danz Base, และ Pump It Up เป็นแน่แท้ แต่มีอยู่เกมนึงที่โด่งดังมากๆ ในประเทศญี่ปุ่นไม่แพ้เกมอย่าง Beatmania IIDX เลย แต่ในบ้านเรากลับไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ทั้งที่เป็นเกมจาก Bemani เหมือนกัน เกริ่นมาขนาดนี้หลายคนคงรู้แล้วว่าเป็นเกมอะไร วันนี้แอดมินเอจะพามารู้จักกับเกมกดตามจังหวะเพลงบนเครื่องอาร์เคดที่โลกลืมอย่าง Pop'n Music กันครับ


เกม Pop'n Music (ญี่ปุ่น: ポップンミュージック) (อ่านว่า "ป๊อปปินมิวสิก") เป็นเกมแนวดนตรีสัญชาติญี่ปุ่นจากสตูดิโอ Bemani ของบริษัท Konami วางจำหน่ายให้กับเครื่องเกม Arcade และ PS1 ตั้งแต่สมัยปี ค.ศ. 1998 โดยรูปแบบการเล่นจะเหมือนกับเกมรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง Beatmania คือการปุ่มหลากสีขนาดใหญ่ กลมๆ ทั้ง 9 ปุ่ม ให้ตรงกับตัวโน้ต "ป๊อปคุง" ที่เลื่อนลงมาให้ตรงจังหวะเพลง ซึ่งจุดเด่นของเกมนี้คือภาพกราฟิกภายในเกมที่ดูน่ารักมากๆ รวมไปถึงแนวของเพลงภายในเกมมีความหลากหลายมากกว่า Beatmania (จะออกแนวคล้ายๆ เพลงในเกม DJMAX และ EZ2DJ) แถมยังมีตัวละครให้เลือกเล่นเป็นจำนวนมากนับร้อยๆ ตัว!! ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนมีประวัติความเป็นมา และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แทบไม่ต่างจากตัวละครในการ์ตูนอนิเมะเลยครับ โดยมี Mimi กับ Nyami เป็นตัวเอกประจำเกมซีรี่ส์นี้นั่นเอง


ภาพตัวอย่างเครื่องรุ่นต่างๆ

ด้านโหมดการเล่นในเกมนี้จะคล้ายกับเกมแนวดนตรีบนตู้อาร์เคดทั่วไป คือ มีโหมด Normal ที่เป็นการเลือกเพลงเล่นแบบธรรมดา และโหมด Battle เล่นแข่งทำคะแนนกับเพื่อนโดยแบ่งออกเป็นฝั่งละ 3 ปุ่ม นอกจากนี้ในภาคเก่าบางภาคยังมีโหมด Expert ที่เลือกคอร์สเพลงแล้วเล่นต่อเนื่องยาวไปโดยไม่ต้องวนกลับมาเลือกทีละเพลงอีก โหมด Taisen (対戦) เล่นแข่งกับบอทอีก 2 ตัว และยังมีโหมดแปลกๆ อย่าง Osusume ที่ระบบจะเลือกคอร์สเพลงมาให้ตามคำตอบที่เราเลือก (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจำนวนปุ่มที่ต้องการเล่นได้ระหว่าง 5 ปุ่ม และ 9 ปุ่ม อีกด้วย (ภาคหลังๆ บังคับเล่น 9 ปุ่มเท่านั้นแล้ว)



แต่ละเพลงจะแบ่งระดับความยากแบ่งเป็น Easy (ง่าย), Normal (ปานกลาง), Hyper (ยาก), และ EX (บ้าคลั่ง) โดยจำนวนเลเวลของเพลงง่ายสุดคือระดับ 1 จนถึงยากสุดที่ระดับ 50 นอกจากนี้ ถ้าหากเบื่อหน่ายต่อการเล่นเกมแบบเดิมๆ หรือต้องการเพิ่มความตื่นเต้นมากขึ้น ผู้เล่นสามารถเปิดใช้งานฟังชั่น "โอจามา" (オジャマ หรือ お邪魔) เพื่อเพิ่มอุปสรรคการเล่นได้สูงสุด 2 อย่าง เช่น ให้ตัวละครประจำเพลงขึ้นมาเต้นบังเลนโน้ต, โน้ตกลับหัว, โน้ตโยกเยกไปมา, โน้ตกระพริบ, หรือทำให้เลนโน้ตแคบลง เรียกได้ว่าต้องแยกประสาทสัมผัสสุดๆ และเกมนี้มีเสียง Keysound ที่กดโน้ตแล้วออกมาเป็นเสียงเพลงจริงๆ ไม่ใช่เสียงเคาะจังหวะทั่วไป (ยกเว้นเพลงลิขสิทธิ์บางเพลงที่ไม่มี Keysound ....เช่นเดียวกับ DJMAX Respect)

ระดับความแม่นของโน้ตจะมี Cool, Great, Good, และ Bad ถ้าหากกดติด Cool หมายความว่าผู้เล่นกดโน้ตได้แม่นยำ แต่หากกดไม่แม่นก็จะปรากฏเป็น Great หรือ Good ซึ่งคะแนนจะลดลงตามลำดับ หรือหากกดพลาด เกมจะขึ้นว่า Bad และทำการนับ Combo ใหม่ทันที

จุดเด่นอีกอย่างของเกมนี้คือ ความยากในการกดปุ่มให้ตรงจังหวะเพลง เห็นภาพแบ๊วๆ แบบนี้ก็เถอะ แต่ระวังอย่าให้ความแบ๊วมาหลอกได้ เพราะด้วยจำนวนปุ่มที่มากถึง 9 ปุ่ม ประกอบกับความยากของชาร์ตเพลงในระดับ Hyper และ EX (โดยเฉพาะระดับ 40 ขึ้นไป) ทำให้เกมนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเกมแนวดนตรีที่ "ยากที่สุดในโลก" เกมหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ และเนื่องจากพื้นที่ของตัวคอนโทรลเลอร์ที่มีขนาดกว้างมาก ทำให้เป็นอีกเกมที่สามารถเล่นในรูปแบบ Co-op ชวนเพื่อนๆ มาร่วมด้วยช่วยกันตบได้ด้วยนั่นเอง หากคิดว่าเพลงหรือชาร์ตไหนเล่นคนเดียวแล้วมันยากเกินไป



ด้วยความนิยมและจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pop'n Music ทำให้มันมีภาคต่อออกมาอีกมากมายทั้งบนเกมตู้และเครื่องคอนโซล แต่ว่าน่าเสียดายที่เวอร์ชั่นคอนโซลหยุดอยู่แค่ภาค Portable 2 (16 PARTY) บนเครื่อง PSP ในปี 2011 เท่านั้น อันเนื่องมาจากปัญหาด้านค่าลิขสิทธิ์เพลงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีนั่นเอง (ลิขสิทธิ์เพลงของเวอร์ชั่นอาร์เคดกับคอนโซล ต้องซื้อแยกกันต่างหาก) ต่างกับเวอร์ชั่นอาร์เคดที่ยังคงมีภาคต่อมาจนถึงปัจจุบัน


ตัวอย่างโหมดเนื้อเรื่องในภาค PSP

จนในที่สุดก็มาถึงจุดเปลี่ยนของซีรี่ส์ เพราะในปี 2014 ทาง Konami ได้ตัดสนใจยกเครื่องสลัดภาพลักษณ์ใสๆ กลายเป็นเกมสไตล์วัยรุ่นแบบเต็มตัว กับ Pop'n Music Lapistoria ซึ่งนับตั้งแต่ภาคนี้เป็นต้นไปได้มีการปรับเปลี่ยนลายเส้นตัวละครใหม่ทั้งหมด กลายเป็นสไตล์อนิเมะแบบเต็มตัว สัดส่วนดูสมจริงขึ้น (ดูคล้ายเรื่อง My Hero Academia มากๆ) จากเดิมที่เป็นตัวละครแบบ SD น่ารักๆ ตัวเตี้ยๆ หน้ากลมๆ ตาแบ๊วๆ รวมไปถึงเพลงลิขสิทธิ์ที่เน้นเพลงจากอนิเมะกระแสปัจจุบันมากขึ้น (มีเพลงจาก Vocaloid กับ Touhou ด้วยนะ) ต่างกับภาคก่อนๆ ที่เพลงลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่จะมาจากอนิเมะเรื่องเก่าๆ ระดับตำนานยุค 80-90 ไม่ก็เพลงจากอนิเมะสำหรับเด็กซะส่วนใหญ่ เพื่อลบภาพจำของเกมที่ว่า "Pop'n Music คือ Beatmania IIDX สำหรับเด็ก" นั่นเองครับ


แต่ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนภาพลักษณ์โฉมใหม่ในครั้งนี้จะสร้างความช้ำใจให้แก่แฟนเกมหลายคน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักแบบเสียงไปในทางเดียวกัน อันเนื่องจากดีไซน์ตัวละครดู "สมจริงจนคล้ายการ์ตูนสายโชเน็ง" มากเกินไป ส่งผลลัพธ์ทำให้สูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขัดกับเกมภาคก่อนๆ ที่มีความน่ารักฉบับการ์ตูนมากกว่านี้ จนในที่สุดทาง Konami ก็ยอมรับฟังความเห็นแฟนๆ ด้วยการปรับดีไซน์ตัวละครกลับมาเป็นรูปแบบดั้งเดิมในเกมภาค Pop'n Music Peace (2018) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (แต่เกียวผมด้านข้างของ Mimi กับ Nyami ก็ยังอยู่เหมือนเดิมนะ)


สำหรับปัจจุบันนี้ Pop'n Music ก็ยังคงมีภาคต่อมาจนถึงปัจจุบัน และถึงแม้ในปัจจุบันนี้จำนวนผู้เล่นจะเทียบไม่ได้จากในสมัยเก่า แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่มีพอสมควร

รายชื่อเกมทั้งหมดฉบับ Arcade
- pop'n music (1998)
- pop'n music 2 (1999)
- pop'n music 3 (1999)
- pop'n music 4 (2000)
- pop'n music 5 (2000)
- pop'n music 6 (2001)
- pop'n music 7 (2001)
- pop'n music 8 (2002)
- pop'n music 9 (2002)
- pop'n music 10 (2003)
- pop'n music 11 (2004)
- pop'n music 12 Iroha (2004)
- pop'n music 13 Carnival (2005)
- pop'n music 14 FEVER! (2006)
- pop'n music 15 ADVENTURE (2007)
- pop'n music 16 PARTY♪ (2008)
- pop'n music 17 THE MOVIE (2009)
- pop'n music 18 Sengoku Retsuden (2010)
- pop'n music 19 TUNE STREET (2010)
- pop'n music 20 fantasia (2011)
- pop'n music Sunny Park (2012)
- pop'n music Lapistoria (2014)
- pop'n music éclale (2015)
- pop'n music: Usagi to Neko to Shōnen no Yume (2016)
- pop'n music peace (2018)
- pop'n music Kaimei Riddles (2020)
- pop'n music UniLab (2022)

รายชื่อเกมทั้งหมดฉบับ Console (นับเฉพาะภาคหลัก)

PS1
- pop'n music (1999)
- pop'n music 2 (1999)
- pop'n music 3 (2000)
- pop'n music 4 (2000)
- pop'n music 5 (2001)
- pop'n music 6 (2002)

PS2
- pop'n music 7 (2002)
- pop'n music 8 (2003)
- pop'n music 9 (2004)
- pop'n music 10 (2004)
- pop'n music 11 (2005)
- pop'n music 12 Iroha (2006)
- pop'n music 13 Carnival (2006)
- pop'n music 14 FEVER! (2007)

PSP
- pop'n music portable [15 ADVENTURE] (2010)
- pop'n music portable 2 [16 PARTY♪] (2011)

ผู้ที่สนใจอยากหาเล่นตู้เกมนี้ในบ้านเรา เท่าที่ผมหาข้อมูลมาได้พบว่ามีเปิดให้บริการเพียงที่เดียวในประเทศไทยเท่านั้นคือที่ห้าง MBK Center (มาบุญครอง) ค่าเล่นครั้งละ 30 บาท เล่นได้สูงสุด 3 เพลงต่อรอบ (ปล. ก่อนหน้านี้แอดเคยเจอตู้ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ด้วยนะ แต่ปัจจุบันถูกนำออกไปแล้ว เพราะคนเล่นน้อย) หรือใครจะลองหาเวอร์ชั่นคอนโซลบน PS1, PS2, และ PSP มาเล่นดูแทนก็ได้ครับ



Tips
• pop'n music 18 Sengoku Retsuden เป็นเกมภาคแรกที่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ยังไม่รองรับบัตรบันทึกข้อมูล e-amusement pass
• ส่วนภาคที่รองรับบัตร e-amusement pass อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นภาคแรกคือ pop'n music éclale โดยเปิดทดสอบ Location Test ในงาน JAPAN EXPO 2016 ณ ห้าง Siam Paragon วันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2559

Fun Fact: เชื่อว่าเกมเมอร์ชาวไทยหลายคนคงเข้าใจมาตลอดว่า Mimi กับ Nyami นั้น เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน ซึ่งความจริงแล้วทั้งคู่ไม่ได้เป็นพี่น้องกันนะ แค่บังเอิญหน้าตาคล้ายกันเฉยๆ ต่างหากละครับ (*^-^*)




หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567

5 มกราคม 2564

Success เปิดหน้าเว็บไซต์ฉลองครบรอบ 30 ปีของเกมซีรี่ส์ Cotton แล้ว


Success ได้ฤกษ์งามยามดี ทำการเปิดหน้าเว็บไซต์ฉลองครบรอบ 30 ปีของเกมซีรี่ส์ Cotton เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยภายในได้เปิดเผยข้อมูลว่ากำลังจะมีเกมภาคต่อภายในปี 2021 นี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเกมภาคแรกที่ไปลงให้กับเครื่อง Astro City Mini และภาค Reboot ที่ได้ประกาศวันวางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้แล้วอีกด้วย

ท่านสามารถเข้าชมหน้าเว็บไซต์ได้ที่นี่
https://cotton30th.success-corp.co.jp/


ที่มา: Gematsu

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

【นอกเรื่อง】

ถ้าเกิดเกม Cotton ภาคต่อเป็นแนว Rail shooter อยากให้ทำเป็นสไตล์คล้ายๆ เกม Sin & Punishment: Star Successor (Wii) คือควบคุมตัวละครกับศูนย์เล็งแยกกัน และมีจำนวนศัตรูบนจอเยอะๆ กับฉากอลังๆ ด้วย สุดยอดจริงๆ องค์ประกอบเกมนี้ ใครไม่เคยเล่น ลองหามาเล่นเลยครับ เจ้าเดียวกับ Ikaruga (แถมเสียงเอฟเฟคบางอย่างยังคล้ายกันด้วยนะ โดยเฉพาะเสียงระเบิด)