1 มีนาคม 2565

[Mod] Red Alert: A Path Beyond เสียงไทย (02/05/2022 | v1.1)

แอดมินลองโหลดเกม Red Alert: A Path Beyond มาเล่นแล้วติดใจมากๆ เลยลองทำม็อดเสียงไทยออกมาดูเล่นๆ ครับ โดยใช้เสียงภาษาไทยในตำนานจากเกม Counter Strike ตัวอย่างเช่น...

ALT1="ซ้าย 25 อังเคิล-เบเคอ-วัน ซ้าย 25 ลด 50 ยิงเพื่อหวังผล เปลี่ยน"
ALT3="หน่วยที่ 2 ไปได้ระวังปีกเอาไว้ด้วย"
เสียงตอนซื้อ Volkov="ฉันพร้อมแล้วเพื่อนเอ๋ย พร้อมจะลุยกันมานานแล้ว ฮา ฮ่า โย่ว!!"

ส่วนเสียงประกาศต่างๆ (EVA) ใช้เสียงของระบบ Text-to-Speech ที่มีอยู่ใน Windows 10 และ 11 โดยเป็นเสียงของ MS Pattara ครับ



Download

วิธีติดตั้ง Mod
แตกไฟล์ทั้งหมดไปไว้ในโฟลเดอร์ C:\Program Files (x86)\W3D Hub\games\apb\release\data

*หากนำม็อดนี้ไปเผยแพร่ที่ไหน ก็ขอความกรุณาให้เครดิตกับผู้ทำม็อด (WindyDancer) ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ*


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Changelog:
02/05/2022 | v1.1
- แก้ไขเสียง "ฐานแม่ของเราถูกทำลายแล้ว" เป็น "ฐานแม่ของฝ่ายพันธมิตรถูกทำลายแล้ว"
07/03/2022 | v1.0
- เวอร์ชั่นแรก

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Special Thanks
- Lhong @ Thaigaming สำหรับเสียงพากษ์ไทยจากหนังเรื่องต่างๆ
- ม็อด Counter-Strike Thai ! Beta 1.5 "ปฎิบัติการดับแผนกองโจร" จากเว็บ Thaigaming (ปัจจุบันเว็บนี้ปิดตัวไปแล้ว)

โปรแกรมที่แอดมินใช้ในการทำม็อด
- เสียง Pattara จากฟังชั่น Voice Narrator ของ Windows 10
- Notepad สำหรับให้ Pattara อ่านออกเสียงข้อความที่พิมพ์ลงไปอีกที
- Nero WaveEditor สำหรับบันทึกและตัดต่อเสียง
- XCC และ W3DEx สำหรับแกะไฟล์เสียงต้นฉบับจากตัวเกม (ทำให้ทราบว่าไฟล์ไหนคือเสียงของอะไร)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนใครที่ไม่รู้จักเกมนี้ Red Alert: A Path Beyond (APB) เป็นเกมที่ใช้พื้นฐานของตัวเกมมาจาก Command & Conquer: Renegade เป็นตัวพัฒนา แล้วเกม Renegade นี้มีรูปแบบการเล่นอย่างไรล่ะ?

C&C ในภาคนี้จะมีการเปลี่ยนแนวการเล่นไปเป็นแบบเดินยิงมุมมองบุคคลที่ 1 หรือ FPS (First Person Shooting) และยังสามารถปรับมุมมองเป็นแบบบุคคลที่ 3 หรือ TPS (Third Person Shooting) ได้อีกด้วย (มองตัวละครเราจากด้านหลัง) ซึ่งต่างจากภาคอื่นๆ ที่เป็นแบบวางแผนการรบ หรือ RTS (Real-Time Stategy) ตัวเกมจะมีลักษณะเดินยิงแล้วเก็บอาวุธ โดยภายในเกมเราจะรับบทเป็น Havoc ซึ่งเป็นหน่วย Commando ของฝ่าย GDI ที่จะต้องเข้าไปทำภารกิจต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง โดยคุณจะต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยอื่นๆ ของฝ่าย GDI ซึ่งจะมีการเล่นในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถถังและยานยนต์อื่นๆ เก็บอาวุธที่ได้จากศัตรูและบริหารอาวุธทุกชนิดที่เก็บได้ เพราะอาวุธแต่ละอย่างมีกระสุนจำนวนจำกัด แต่ก็สามารถเพิ่มกระสุนได้จากการเก็บอาวุธแบบเดียวกันซ้ำอีกครั้ง

และอย่างที่ได้บอกไปแล้วข้างต้นว่าเกม APB เป็นเกมที่สร้างมาโดยใช้พื้นฐานของตัวเกมจาก Renegade ซึ่งตัวเกมจะเป็นแบบ Standalone หรือก็คือเกมตัวเต็มที่ไม่ต้องการเกมต้นฉบับอย่าง Renegade ก็สามารถเล่นได้เลยนั่นเอง และแน่นอนว่าเกมนี้เราไม่ต้องหา Serial หรือซื้อเกมชุด Command & Conquer: The Ultimate Collection จาก Origin ก็สามารถโหลดมาเล่นได้แบบฟรีๆ เลยครับ



หากใครสนใจก็เชิญลองโหลดมาลุยกันได้เลยครับที่ลิงค์นี้
https://w3dhub.com/forum/files/file/10-w3d-hub-launcher/

หลังจากที่ติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว ก็ทำการโหลดตัวเกมผ่าน W3D Hub Launcher ได้เลยครับ ส่วนการเข้าเกมจะมีปุ่มให้เลือกเข้าเล่นอยู่ 2 ปุ่ม ซึ่งมีความเหมายดังนี้
- Play Now คือการเล่น Online กับคนทั่วโลก ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่มีในระบบ ซึ่งมีอยู่เพียงเซิร์ฟเวอร์เดียว (หากเป็นการเข้าเล่นครั้งแรกจะต้องทำการตั้งชื่อผู้เล่นก่อนด้วยนะครับ)
- Single Player คือการเล่นผ่านระบบ LAN หรือเล่นคนเดียวกับบอท

ในส่วนของโหมด Online นั้น เมื่อเราเข้าเกมจะไม่มี Lobby ให้รอคนเข้าห้องแต่อย่างใด แต่จะเป็นการเข้าร่วมสงครามในทันที โดยถ้าหากแผนที่ที่กำลังดำเนินการอยู่ ดำเนินไปแล้วกี่นาที เราก็จะเข้าไปร่วม ณ เวลาต่อจากนั้นเลย เช่น หากตอนที่กดเข้าเล่น แผนที่ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ผ่านไปแล้ว 10 นาที เราก็จะเข้าไป ณ นาทีที่ 10 นั้นเลย ไม่มีการเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งกว่าจะจบเกมหรือเปลี่ยนแผนที่ใหม่ ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้หรือชนะ แต่ถ้าไม่สามารถล้มกันได้ก็จะดูที่เวลา ซึ่งหากหมดเวลาใครทำคะแนนได้มากที่สุดฝ่ายนั้นก็ชนะไป จึงจะสุ่มเปลี่ยนแผนที่ใหม่ให้เล่นกันครับ นอกจากนี้หากภายในเซิร์ฟเวอร์มีจำนวนผู้เล่นไม่ถึง 6 คน หรือเข้ามามีแค่เราคนเดียว ทางระบบจะใส่บอทเข้ามาให้ด้วย

และในส่วนของโหมด Single Player จะเป็นการเล่นผ่านระบบ LAN กับคนอื่นภายในวงแลน หรือจะเล่นกับบอทก็ได้ ซึ่งในโหมดนี้จะสามารถเลือกแผนที่ที่ต้องการเล่นเองได้อย่างอิสระ และถ้าหากจะเล่นกับบอทในโหมดนี้เราจะต้องพิมพ์คำสั่งเพิ่มบอทเอาเองนะครับ โดยหลังจากที่โหลดเข้ามาภายในเกมแล้วจะไม่มีใครในแม็พเลย เราจะต้องเพิ่มบอทด้วยการกด F8 แล้วพิมพ์คำสั่ง botcount 30 เพื่อใส่บอทจำนวน 30 ตัวเข้าไปในแผนที่ครับ (แนะนำแค่ 30 ตัว ถ้าอยากใส่มากกว่านั้นก็ทำได้นะ แต่เกมจะกระตุกมากๆ โดยเฉพาะจุดที่มีบอทปะทะกันเยอะๆ บางทีเฟรมตกลงมาเหลือแค่ 10-20 FPS กันเลยทีเดียว)

ส่วนรายชื่อแผนที่ที่รองรับบอทก็มีดังนี้ครับ

AS_Seamist
Bonsai
CamosCanyon
CanyonRiver
CoastalInfluence
Complex
Christmas2020
ChristmasFissure
GuardDuty
KeepOffTheGrass
Metro
NorthByNorthwest
PacificThreat
Pipeline
RidgeWar
RiverRaid
RockTrap
SwampOfIllusions
StormyValley
ToTheCore
Under
Volcano
Zama
Wasteland


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566

15 ธันวาคม 2564

【TOWN MODE】 Landmark stamp rally - MISSION COMPLETE!

สวัสดีครับ แอดมินเอครับผม ' w')/

หลังจากที่เมื่อหลายเดือนก่อน แอดมินได้เคลียร์ระบบปลดล็อคของภาค Sunny Park ไป คราวนี้ก็มาถึงคิวของ Tune Street บ้างล่ะครับ!!

สำหรับระบบปลดล็อคของ Tune Street จะพิเศษกว่าภาคอื่นมากๆ เพราะจะมีโหมดเฉพาะสำหรับการปลดล็อคให้เล่นกันเลย นั่นก็คือ TOWN MODE โดยลักษณะการเล่นจะให้เราทำการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเรียกตัวละครต่างๆ ให้ปรากฏออกมาภายในแผนที่ แล้วเราก็ต้องคอยเดินคุยกับเหล่าตัวละครต่างๆ เพื่อเล่นเพลงครับ ซึ่งตัวละครที่ออกมาจะขึ้นอยู่กับสิ่งก่อสร้างที่เรามีอยู่นั่นเอง (ถ้าใครสงสัยในรายละเอียด ลองดูที่นี่ครับ ซับซ้อนพอควร)

แต่ที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้คือ อีเวนท์พิเศษที่มีมาให้เล่นหลังจบ Phase MAX ไปแล้ว นั่นก็คือ "แลนด์มาร์ค สแตมป์แรลลี่" (ランドマークスタンプラリー) ครับ


กติกาก็คือ เราจะต้องสร้างสิ่งก่อสร้างตาม "ประเภท" ที่กำหนด เพื่อให้ "แลนด์มาร์ค" นั่นๆ ปรากฏขึ้นมา และเมื่อแลนด์มาร์คปรากฏขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องมากดปั้มสแตมป์ที่หน้าแลนด์มาร์คครับ และเมื่อรวบรวมสแตมป์ได้ครบทั้ง 24 ดวง ก็จะปลดล็อคของตกแต่ง 2 ชิ้นสุดท้ายของเกมเป็นรางวัล คือ Background "Polka Dots" (水玉) กับ Announcer "Sexy" (セクシー)

ฟังดูแล้วเหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ? แต่บอกเลยว่า โหดและนานกว่าที่คิดไว้เยอะ!!

ความยากของอีเวนท์นี้อยู่ตรงที่ การทำยังไงให้แลนด์มาร์คออกมาเป็นตามที่ต้องการเนี่ยแหละครับ เพราะแลนด์มาร์คบางตัว จำเป็นต้องสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อยู่ในประเภทเดียวกันร่วมด้วย ไม่สามารถสร้างอย่างใดอย่างหนึ่งได้เดี่ยวๆ ตัวอย่างแลนด์มาร์คเช่น "จานดาวเทียมยักษ์" (巨大なパラボラアンテナ) ตอนแรกผมสร้างแต่สถานีอวกาศ (宇宙基地) อย่างเดียวไปเยอะๆ แต่ปรากฏว่าแลนด์มาร์คดันออกมาเป็น หุ่น Fever Robo (フィーバーロボ) ซะงั้น แต่พอลองสร้างตู้โทรศัพท์ (公衆電話) เยอะๆ ตามไปอีก แลนด์มาร์คถึงจะออกมาเป็น จานดาวเทียมยักษ์ ตามที่ต้องการ

และสิ่งที่ทำให้อีเวนท์นี้ใช้เวลาเคลียร์ยาวนานก็อยู่ที่การเล่นเพลงเพื่อเก็บ TP มาสร้างสิ่งต่างๆ โดยการเล่นในแต่ละเพลงจะได้ TP ประมาณ 110-130 (ได้เท่ากันหมดทุกระดับความยาก) และการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ จนออกมาเป็นแลนด์มาร์คตามต้องการ ก็ใช้เวลาประมาณ 1-4 เครดิต ซึ่งทั้งหมดใช้เวลา 20-30 นาทีต่อแลนด์มาร์คหนึ่งแห่ง ก็คิดกันเอาเองแล้วกันครับว่ามันนานขนาดไหนกว่าจะเก็บได้ครบ (นี่ยังไม่รวมเวลาที่เสียไปกับการดูบทสรุปอีกนะ)

ในที่สุดก็ครบแล้ว เลือดตาแทบกระเด็น T^T

และนี่ก็คือสแตมป์ทั้งหมดที่รวบรวมได้ครับ




ตัวอย่างของ Background "Polka Dots" (水玉) สุดแรร์ (ที่น้อยคนนักจะปลดได้)



และนี่คือระยะเวลาทั้งหมดที่เริ่มเล่นตั้งแต่ต้นจนจบครับ ใช้เวลาเล่นทั้งหมด 241 ครั้ง หรือคิดเป็นเงินจำนวน 7,230 บาท ที่หยอดเหรียญไป!! (Net Taisen ที่อยู่ในรูป อันนี้ไม่ได้เอามานับด้วยนะ เหอะๆ)


ส่วนเวลาเล่นจริง เริ่มวันที่ 7 พฤศจิกายน และจบในวันที่ 14 ธันวาคม รวมทั้งสิ้น 37 วัน เรียกได้ว่าใช้เวลายาวนานกว่าโหมดเนื้อเรื่องของ Pop'n Music Portable 2 อีกครับ... (จำได้คร่าวๆ ว่า ใช้เวลาประมาณ 14 วันละมั้งนะ?)

และสุดท้ายถือเป็นของแถมให้ละกัน กับฟีเจอร์พิเศษที่มีเฉพาะในโปรแกรม E-Amuemu นั่นก็คือ รองรับระบบ Song Ranking ด้วยครับ!! (Asphyxia Core ยังไม่รองรับระบบนี้)

Tanken Note (探検ノート) มันฮิตในบ้านเราจริงๆ !!


Special Thanks

• โปรแกรมจำลองเซิร์ฟเวอร์ E-Amuemu ที่ทำให้มีโอกาสได้เล่นสแตมป์แรลลี่แบบชาวญี่ปุ่น (Asphyxia Core ไม่รองรับอีเวนท์นี้)
• ตัวเกมภาค Tune Street จากเว็บบอร์ดเกมอาร์เดคของฝรั่งเศสเว็บหนึ่ง (เปิดเผยชื่อเว็บในนี้ไม่ได้ ขออภัยด้วยนะ)
• เว็บ http://pmdream.net/ สำหรับบทสรุปของโหมดสร้างเมือง และอีเวนท์สแตมป์แรลลี่ Google Translate ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว

22 พฤศจิกายน 2564

ครบรอบ 10 ปีการวางจำหน่ายแผ่นอนิเมะ คาแรคเตอร์ผู้พิทักษ์ ในไทย

นอกจากในปี 2564 นี้จะเป็นปีครบรอบเหตุการณ์ "มหาอุทกภัย" ในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปีเดียวกับที่แผ่น VCD และ DVD ของอนิเมะเรื่อง "Shugo Chara! คาแรคเตอร์ผู้พิทักษ์" วางจำหน่ายในบ้านเราอีกด้วยครับ!

สำหรับฉบับอนิเมะของเรื่องนี้นั้น ผู้ที่เคยได้ลิขสิทธิ์วางจำหน่ายในประเทศไทยคือ โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (ซึ่งปัจจุบันเลิกทำธุรกิจอนิเมะ และหันไปทำ BNK48 กับ CGM48 แทน) โดย DVD Boxset ชุดแรก(แผ่นที่ 1-4)ได้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 กันยายัน 2554 ส่วน VCD สี่แผ่นแรกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน (อ้างอิงจาก https://web.archive.org/web/20110929222203/https://kartoon-discovery.com/ )

ถ้าพูดถึงกระแสของอนิเมะเรื่องนี้ในบ้านเรา ณ ตอนนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่ได้รับความนิยมอย่างสูงไปทั่วเลยทีเดียวครับ เพราะนอกจากความน่ารัก โดดเด่น ของเหล่าตัวละครแล้ว ยังมีเนื้อหาและการนำเสนอที่ค่อนข้างต่างจากการ์ตูนเรื่องอื่นๆ มากในเวลานั้น และยังสอดแทรกในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและการให้กำลังใจซึ่งกันและกันอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ เพลงประกอบในเรื่องนี้อย่าง Meiikyuu Butterfly (迷宮バタフライ) ก็จัดเป็นหนึ่งในเพลงอนิเมะยอดนิยมในบ้านเราด้วยเช่นกัน (และเชื่อว่าชาวไทยหลายคน(รวมผม)คงรู้จักเจ๊ Nana Mizuki มาจากเรื่องนี้่เช่นกัน) ส่งผลให้ SC กลายเป็นการ์ตูนยอดฮิตอีกเรื่องที่มีกระแสโด่งดังมากไม่แพ้ แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร ในเวลานั้นเลย (ถ้านึกไม่ออก กระแสของ SC กับ FT ก็คงเทียบได้กับ "ดาบพิฆาตอสูร" ในตอนนี้เลยล่ะ ฮ่าๆๆ)

ส่วนตัวถ้าเป็นไปได้ ก็หวังอยากให้ค่ายสตรีมมิ่ง LC กลับมาฉายอยู่เหมือนกัน (แบบเมะฯเก่าๆ หลายเรื่องที่มีให้ดูในสตรีมมิ่งตอนนี้) เพราะ DVD Boxset แผ่นแท้ทุกชุดที่เคยซื้อมาเก็บไว้ตอนนี้ดูไม่ได้ซะแล้ว แผ่นเจ๊งหมดเรียบร้อย แต่ดูทรงแล้วท่าทางจะยาก เพราะการ์ตูนแนวสาวน้อยเวทมนตร์ในบ้านเราปัจจุบันค่อนข้างเป็นแนว Niche (เฉพาะกลุ่ม) พอสมควร สังเกตได้จากยังไม่มีเว็บหรือแอปสตรีมมิ่งลิขสิทธิ์แท้เจ้าไหนในไทย เอาเมะฯแนวนี้มาลงฉายเลย (ส่วนตัวอยากดู Mewkledreamy กับ PreCure ภาคล่าสุดแบบถูกลิขสิทธิ์ใจจะขาด แต่ไม่มีใคร LC เข้ามาเลย จนต้องมุดไปหาแบบเถื่อนดูเอาแทน T^T) (ที่จริง Mewkledreamy มีใน Netflix ส่วน PreCure มีใน Crunchyroll แต่บ้านเราโดนล็อคโซนทั้งสองเรื่อง)

Edit: Mewkledreamy ทั้งสองซีซั่นมีให้รับชมในบ้านเราแล้วทาง Bilibili Thailand ("มิวเคิลดรีมมี่" และ "มิวเคิลดรีมมี่ มิกซ์!") แต่ซีรี่ส์  Pretty Cure ยังคงไม่มีใคร LC เข้ามาเช่นเคย

ก็เอาเป็นว่าตอนนี้ผมคงต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าหากมีโอกาส สวัสดีครับ


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2565

11 พฤศจิกายน 2564

สิ้นสุดการรอคอย Cotton Reboot! วางจำหน่ายบน Steam แล้ววันนี้

หลังจากที่เกม Cotton Reboot! ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์บน PlayStation 4 และ Nintendo Switch ล่าสุดผู้จัดจำหน่าย BEEP ได้ทำการวางจำหน่ายเวอร์ชั่น PC บน Steam เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่นบน PS4 และ NSW สามารถกดซื้อได้ที่นี่เลยครับ (แต่ราคาก็ใช่ย่อยเหมือนกัน)


21 กันยายน 2564

【WaiWai pop'n doubutsuen】 MISSION COMPLETE!

ไหนๆ เพจ LINE ส่วนตัวก็ถูกปิดไปแล้ว ขอเอามาโพสต์รวมในบล็อกนี้ไปเลยก็แล้วกัน ^_^

หากใครที่เคยติดตามมาตั้งแต่ตอนที่เพจ LINE ยังอยู่ คงจะทราบกันแล้วว่าตอนนี้โปรแกรมจำลองเซิร์ฟเวอร์ e-amuse "Asphyxia Core" ได้รองรับตัวเกมของภาค Sunny Park เป็นที่้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถเล่นแบบเซฟคะแนนได้แล้ว ยังมีอีเวนท์ปลดล็อคเพลงให้ได้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งอีเวนท์(สุดท้าย)ของภาคนี้คือ WaiWai pop'n doubutsuen

และหลังจากที่ตามต้อนสัตว์กลับเข้าฟาร์มมาเกือบ 2 เดือน ในที่สุดก็มาถึง "ฉากจบ" แล้วครับ!


THANK YOU

21


MISSION COMPLETE!

(คลิปข้างล่างนี้ไม่ใช่ของผมนะครับ หามาจากใน Youtube อีกที)



นอกจากนี้ยังได้ทรงผมเป็นของแถมอีกด้วย


และนี่คือ Clear Medal ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนจบครับ (มี Fail Medal ด้วย อายจังเลย)


หมายความว่าต้องเล่นประมาณ 500+ เพลง ถึงจะปลดทุกอย่างจากอีเวนท์นี้ได้

ก็เอาเป็นว่า พบกันใหม่คราวหน้าครับ ^ ^)/

ปล. ใครที่เพิ่งเคยเห็น และสงสัยว่าผมไปเอาตัวเกมมาจากไหน เชิญหาเอาใน Google ครับ มีอยู่ในเว็บบอร์ดของฝรั่งเศสเว็บหนึ่ง อิอิ


อัปเดต 12 พฤศจิกายน 2564


เนื่องจากมีหลายท่านถามเข้ามาทาง LINE เยอะ เลยขอตอบตรงนี้เลยแล้วกัน

ใครที่ลงปลั๊กอินของโปรแกรม Asphyxia Core แล้วเข้าเกมไม่ได้ เกมหลุดหลังจบหน้าบูท ให้โหลดปลั๊กอินตัวนี้ไปลงแทนครับ (ตัว "Community Plugins 0.5" ใช้ไม่ได้)

https://github.com/asphyxia-core/plugins/archive/refs/heads/stable.zip


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564