แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nintendo Switch 2 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nintendo Switch 2 แสดงบทความทั้งหมด

10 กันยายน 2569

เปิดตัว Kirby and the World Beyond กับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในซีรี่ส์ !

หลังจากที่ผิดหวังกับ Kirby Air Riders ที่คุณภาพออกมาห่วยไม่สมราคาสองพันกว่าบาทและการรอคอยกว่า 20 ปีนั้น ล่าสุด Nintendo ได้ขอแก้เกมด้วยการส่ง Kirby and the World Beyond ภาคหลักใหม่ล่าสุด ภาคต่อจาก Kirby and the Forgotten Land

โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในภาคนี้เลยคือ ระบบแผนที่ในภาคนี้จะเป็นฉาก Open-world แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีการแยกระหว่างฉากเมืองกับฉากลุยด่านอีกต่อไป ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายๆก็คือใช้ระบบแผนที่แบบเดียวกับ Kirby & the Amazing Mirror นั่นเองครับ แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะ เพราะเกมนี้มีแผนที่โลกแบบรายละเอียดให้ดูได้ด้วย

ส่วนระบบการต่อสู้ในภาคนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Hack and slash แบบเดียวกับเกมซีรี่ส์ Devil May Cry เป็นที่เรียบร้อย คือแต่ละพลังจะมีท่าให้ใช้หลายท่าเลยทีเดียว (คาดว่ามีท่ามากกว่าภาค Star Allies) และท่าทั้งหมดสามารถนำมาทำคอมโบเพื่อโจมตีต่อเนื่องกันได้ เป็นภาคแรก !! นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ท่าพิเศษจากพลังต่างๆช่วยในการหลบหลีกและเดินทางได้อีกด้วย เช่น Bomb ที่เราสามารถใช้เทคนิค "Bomb Jump" เพื่อขึ้นที่สูงได้ Cutter ที่สามารถขึ้นไปขี่บนใบมีดแล้วบินขึ้นฟ้าแทน Warp Star ได้ดื้อๆเลย หรือ Sword ที่มีเทคนิคการปักดาบกับกำแพงเพื่อขึ้นที่สูงและวิ่งไต่กำแพงได้ อารมณ์ประมาณ Prince of Persia เลยครับ แน่นอนว่าระบบการบิน(กดกระโดดรัวๆ)ภาคนี้จะจำกัดเวลาเหมือนกับภาค 64 และ Forgotten Land นะครับ (แสดงว่าคงมีหลายท่านบ่นว่าระบบบินแบบไม่จำกัดเวลาในภาคเก่าๆ มันทำให้เกมง่ายเกินไปจริงๆ ฮ่าๆ)



จะเห็นในคลิปได้ว่า ฉากเป็นแบบ Open-world ใหญ่ๆโล่งๆ ไม่มีอะไรกั้นข้างทางอีกแล้ว (จะว่าไปก็ดูคล้ายกับ Skyrim เลยแฮะ ฮ่าๆ) Parasol กลับมาแล้วในภาคนี้ แถมยังใช้เทคนิคคล้ายกับในเกม Spica Adventure ได้อีกด้วย รวมไปถึง Wheel ที่สามารถดริฟแบบรถส่งเต้าหู้ได้ !! แต่ยังไม่เห็นมี Stone เช่นเดิม (รอติดตามกันต่อไป..)

และอีกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในภาคนี้ก็คือ ดูเหมือนว่าทางทีมพัฒนาจะเริ่มเอาใจเกมเมอร์สาย Hardcore/Soulslike ด้วยการปรับระบบเกมบางส่วนให้ยากและซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย เช่นการบินแบบจำกัดเวลา รวมไปถึงการต่อสู้กับบอสที่เหมือนจะเน้นให้ผู้เล่นเรียนรู้วิธีต่อสู้จากการจดจำ ("ตาย") มากขึ้น ต่างจากในภาคก่อนๆที่แค่เพียงสังเกตและจับจังหวะให้ดี(หรือบินหลบยาวๆ)ก็เอาชนะมันแบบ No Damage ได้ไม่ยาก จึงทำให้ภาคนี้ถือได้ว่าเป็นเกม Kirby ภาคแรกที่พยายามลบภาพจำของซีรี่ส์ที่ว่า "เกมสำหรับเด็ก" เช่นเดียวกับ Pop'n Music ที่เคยทำเมื่อคราวภาค Lapistoria นั่นเอง...

ส่วน Co-op multiplayer ยังไม่มีการเปิดเผยในตอนนี้ แต่คาดว่าอาจจะเล่นได้ 4 คน เช่นเดียวกับ Amazing Mirror ครับ (มีข่าวลือว่าจะมีผู้ช่วยเป็น Bandana Waddle Dee, Meta Knight และ Adeleine) ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายฤดูใบไม้ผลิ 2027 เฉพาะ NS2 (ไม่ลง NS1 นะ)


ที่มา: https://www.gematsu.com/2026/09/kirby-and-the-world-beyond-announced-for-switch-2

Update ความเห็นส่วนตัว: จากกระแสและการพูดคุยกันตามกลุ่มของเกมนี้ ดูทรงแล้ว Adeleine มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นหนึ่งในตัวละครผู้ช่วยสำหรับผู้เล่นจอย 2-4 เพราะตัวละครใหม่ในภาคนี้เป็น "มนุษย์" เช่นกัน และดูเหมือนว่าเธอจะมีความเกี่ยวข้องกับ Adeleine อีกด้วย...

Update 2: มีข่าวลือเพิ่มเติมว่า ภาคนี้อาจจะมีการใส่ระบบแบบเกมแนว RPG เข้ามาด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีระบบเก็บเลเวลเหมือนในภาค Kirby Clash ด้วยไหม

ที่แน่ๆคือ ถ้าโหมดออนไลน์สามารถเจอกับผู้เล่นคนอื่นในแผนที่ได้ด้วยนี่ บอกเลยว่ามันคือ KWRPG Online World of Kirby แล้วจริงๆ


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569

1 กันยายน 2569

[News] อัปเดตยอดขายล่าสุดของเกมซีรี่ส์ Kirby ณ ปี 2026

Kirby and the Forgotten Land รวมทั้งสองภาคขณะนี้ยอดขายอยู่ที่ 12 ล้าน ส่วน Kirby Star Allies ตามมาติดๆที่ 6 ล้าน เบียดภาคแรกสุด Kirby's Dream Land ตกไปอยู่อันดับ 3 ของเกมยอดขายสูงที่สุดในซีรี่ส์ได้เป็นที่เรียบร้อย

ส่วน Kirby Air Riders จอดอยู่ที่ 3 ล้านชุด แพ้เกมรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง Mario Kart World แบบราบคาบ (เพราะอะไรคงรู้กันอยู่แล้วนะ) ซึ่งปัจจุบันขยับขึ้นไปเป็น 20 ล้านชุดแล้ว หรือคิดเป็น 90% ของผู้ที่มีเครื่อง NS2 เลยทีเดียว...

และยอดขายรวมทุกภาคทั้งซีรี่ส์ขณะนี้อยู่ที่ 50+ ล้านชุดครับ เพิ่มจากเมื่อปี 2022 ไปถึง 10 ล้าน

ที่มา:
https://en.wikipedia.org/wiki/Kirby_(series)
https://kirby.fandom.com/wiki/Kirby_Wiki
https://gamefaqs.gamespot.com/games/franchise/449-kirby

2 มกราคม 2569

[ข่าวลือ] Kirby Star Allies อาจลง Switch 2 !! (UPDATE 01/20)

ช่วงนี้ดูเหมือนว่าปู่ Nintendo จะเริ่มหากินกับการเอาของเก่าบน Switch 1 มาเล่าใหม่(พร้อมอัปราคา/เรียกค่าอัปเกรด)บน Switch 2 เพราะล่าสุดนอกจากจะพบการจัดเรตในโซนยุโรปของเกม Pikmin 3 Deluxe และ Splatoon 3 เวอร์ชัน Switch 2 แล้ว ล่าสุดก็มีข่าวลือใหม่ว่า Kirby Star Allies อาจกำลังเตรียมออกเวอร์ชัน Switch 2 แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม


นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ Dream Friend หรือตัวละครสำหรับผู้เล่นคนที่ 2-4 ที่จะมีการอัปเดตตัวใหม่ๆ จนถึงภาค Forgotten Land + Star-Crossed World, พลัง Copy Ability ใหม่, โหมดการเล่นใหม่ที่ "โหดหิน" กว่าโหมด Extra Game ของภาคนี้ ถึงขั้นจำเป็นต้องเล่นแบบ Co-op ร่วมกับคนจริงๆเท่านั้นถึงจะเคลียร์แต่ละด่านได้ ก็เอาเป็นว่า หากมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม แอดมินจะนำมาแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไปนะครับผม 

UPDATE 01/20: ล่าสุดเมื่อวานนี้ทาง Nintendo ได้ทำการปรับปรุงหน้าตาเว็บไซต์ทางการของ Kirby แบบยกเครื่อง แต่ที่น่าสังเกตคือ.. ภาพพื้นหลังของหน้าแนะนำตัวละครกลับใช้ภาพจากฉาก World 1 ของ Kirby Star Allies !! ทำให้คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่น่าจะได้เห็นคลิปเปิดตัว Kirby Star Allies – Nintendo Switch 2 Edition ในไลฟ์ Nintendo Direct ช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ครับ


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569

20 พฤศจิกายน 2568

Kirby Air Riders วางจำหน่ายในไทยแล้ววันนี้ !!

แบบดิจิทัลผ่าน eShop Thailand ➡️ ฿2,099
แบบตลับโดย Synnex ➡️ ฿2,190 (แพงกว่า 100 บาท)


ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1HJWGAyfev/

6 พฤศจิกายน 2568

Nintendo เปิดตัวคลิปสรุปข้อมูลจากไลฟ์ Kirby Air Riders Direct ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาครับ

สรุปแล้วก็คือ ตัวละครไม่ได้ขนกันมาครบทั้งซีรี่ส์แบบ Star Allies นะครับ แต่ที่แน่ๆ มี Adeleine ด้วย!



และนี่เป็นการตอบย้ำอย่างชัดเจนว่า Ado กับ Adeleine นั้น คือคนเดียวกัน เพราะในเกมนี้ไม่มีตัวที่ชื่อ "Ado" มีแต่ Adeleine อย่างเดียว

Kirby Air Riders วางจำหน่าย 20 พฤศจิกายน 2025 นี้ ทั้งแบบดิจิทัลผ่าน Nintendo eShop และแบบแผ่นโดย Synnex Thailand

24 ตุลาคม 2568

Nintendo เผยรายละเอียด และโหมดการเล่นทั้งหมดของ Kirby Air Riders

Nintendo และทีมพัฒนา Sora Ltd. เผยรายละเอียด และโหมดการเล่นทั้งหมดของ Kirby Air Riders โดยจะมีการเปิดทดสอบโหมดออนไลน์เป็นเวลาสองช่วง ในระหว่างวันที่ 8-9 และ 15-16 พฤศจิกายน และทางทีมพัฒนายังยืนยันด้วยว่า เกมนี้จะไม่มี DLC แบบเสียเงิน รวมถึงไม่มีแผนจะทำภาคต่อในอนาคตอีกด้วย ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยครับ




โหมดเก่าที่กลับมาเล่าใหม่ Top Ride – เป็นโหมดการเล่นจากมุมมองด้านบน (จะคล้ายๆกับการเล่นรถบังคับวิทยุ) สนามที่ใช้ภายในโหมดนี้จะมีขนาดเล็กกว่าโหมด Air Ride มาก ทำให้มีจำนวนรอบการวิ่งต่อหนึ่งเกมเพิ่มขึ้นเพื่อความสมดุล โดยผู้เล่นสามารถเลือกรูปแบบการควบคุมได้ 2 แบบ คือ Free Star ที่รถจะเลี้ยวไปตามทิศทางของ Control Stick ที่โยกไป และ Steer Star ที่ใช้วิธีควบคุมคล้ายกับรถบังคับวิทยุ (พวกมือโปรส่วนใหญ่จะนิยมเล่น Steer Star กันนะ เพราะมันควบคุมทิศทางการ Boost ได้ง่ายกว่า)

ซึ่งในภาคนี้จะต่างจากภาคเก่าตรงที่มี Copy Abilities เหมือนกับโหมด Air Ride สนามใหญ่ขึ้นเล็กน้อย (เห็นแล้วนึกถึงเกม RC de Go! ของ PS1 เลย) และเล่นได้สูงสุด 8 คนด้วยกัน (เดิม 4 คน)

โหมดเนื้อเรื่องแบบโอเพ่นเวิร์ด! Road Trip – เป็นโหมดการเล่นใหม่ของภาคนี้ โดยในโหมดนี้จะเป็นการเล่นไปตามเนื้อเรื่องของเกม ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็นระบบโอเพ่นเวิร์ดที่ผู้เล่นสามารถวิ่งสำรวจและรับภารกิจต่างๆ บนแผนที่ขนาดใหญ่ได้ หากนึกไม่ออก จะคล้ายๆกับแผนที่ Hub ของ Kirby and the Forgotten Land นั่นเองครับ




โอเพ่นเวิร์ดสำหรับเล่นกับเพื่อน Paddock –
นอกจากโหมดเนื้อเรื่องแบบโอเพ่นเวิร์ดแล้ว ในโหมดออนไลน์ยังมีแผนที่โอเพ่นเวิร์ดที่แยกมาจากโหมดเล่นคนเดียวต่างหากด้วยคือ Paddock โดยผู้เล่นทุกคนที่เข้ามาสามารถพบเจอกันได้ ซึ่งในนี้ผู้เล่นแต่ละคนสามารถสร้างห้องแข่งขันแบบ "ไม่จัดอันดับ" รวมถึงสามารถพูดคุยและแสดงท่าทางอีโมตให้กันได้อีกด้วย โดยรองรับได้สูงสุง 32 คนต่อห้องด้วยกัน

Swap Relay – ในโหมด Air Ride จะมีรูปแบบการแข่งขันใหม่คือ Swap Relay โดยผู้เล่นแต่ละคนสามารถเลือกรถที่แตกต่างกันได้ 2-3 แบบ ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบของสนามนั้นๆ โดยเมื่อเข้าเส้นชัยในแต่ละรอบ เกมจะเปลี่ยนรถใหม่ตามที่เลือกไว้ให้ทันที

ยานพาหนะใหม่ Transform Star – รถคันนี้มีความพิเศษคือสามารถสลับร่างระหว่างเครื่องบินและมอเตอร์ไซค์ได้โดยการหมุน Control Stick

ปลดล็อคสิ่งต่างๆใน Checklist – ระบบ Checklist กลับมาอีกครั้งในภาคนี้ โดยจะต่างจากภาคเก่าตรงที่มี Checklist สำหรับโหมดออนไลน์โดยเฉพาะอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่ได้เติม(หรือไม่คิดจะเติม) NSO ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะปลดล็อคตัวละครหรือยานพาหนะได้ไม่ครบ เพราะในแท็บ Online จะไม่มีของพวกนี้ให้ปลดนะครับ

amiibo ที่สามารถถอดเปลี่ยนตัวไรเดอร์ได้! – สำหรับชุด amiibo ของเกมนี้จะมีฟังชันพิเศษคือ สามารถถอดตัวละครแยกออกจากตัวยานพาหนะได้ แน่นอนว่าเราสามารถสลับสับเปลี่ยนให้ Kirby มาขี่ Shadow Star หรือ Meta Knight มาขี่ Warp Star ก็ยังได้เช่นกัน


และอีกมากมาย! – นอกจากสนามใหม่แล้ว สนามจากภาคเก่าทั้งหมดกลับมาในภาคนี้เช่นกัน รวมถึงพลังใหม่ๆอย่าง Parasol และ Whip และบอสใหม่ในโหมด City Trial อย่าง Robo Dedede อีกด้วย (ปล. ใครหาวิธีปราบ Robo Dedede ได้ภายใน 20 วินาที แอดมินให้ล้านหนึ่ง! 😊 ล้อเล่นนะ)

Global Win Power – ในโหมดออนไลน์แบบจัดอันดับ ผู้เล่นสามารถเก็บคะแนน Global Win Power ได้จากการเล่นในโหมดต่างๆ ซึ่งจะแบ่งเป็นระดับชั้นต่างๆ ตามคะแนนที่เราทำได้นั่นเอง

Team Battles – ภายในโหมด City Trial นอกจากรูปแบบเดี่ยวแล้ว ยังมีรูปแบบทีมอีกด้วย โดยชิ้นส่วน Legendary machine ทั้ง 3 ชิ้นนั้นจะนับรวมทั้งทีม หากมีคนใดในทีมสามารถเก็บชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายได้ คนที่เก็บชิ้นสุดท้ายนั้นก็จะได้ขี่ Legendary machine ทันที และในช่วง Stadium หลังหมดเวลานั้น ทั้งสองทีมจะถูกแยกออกเป็นสองห้องในเกมเดียวกันเพื่อแข่งกันทำคะแนน

My Machine – ในภาคนี้จะมีระบบเงินในเกมคือ Miles โดยผู้เล่นสามารถหาได้จากการเล่นในโหมดต่างๆ เมื่อสะสมได้ระดับหนึ่งสามารถนำมาซื้อของตกแต่งต่างๆได้ และยานพาหนะสามารถตกแต่งได้ด้วย ซึ่งยานพาหนะที่เราตกแต่งเองนั้น สามารถนำไปขายให้ผู้เล่นคนอื่นได้ด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถตกแต่งโรงรถของตัวเองได้ และยังสามารถเชิญผู้เล่นจากห้อง Paddock ให้มาเยี่ยมชมโรงรถของเราได้อีกด้วย

Gummies – ลักษณะคล้ายกับ Trophies ของเกม Super Smash Bros. แต่ในเกมนี้จะได้มาจากการเอาชนะผู้เล่นในโหมดต่างๆ

นอกจากนี้ Kirby Air Riders ยังมีเสียงพากย์ที่คอยบรรยายการแข่งขันและเล่าเรื่องในโหมด Road Trip (= ไม่มีเสียงพากย์ของตัวละครอีกแล้ว 😭) รวมถึงยังสามารถปรับเปลี่ยนปุ่มบังคับได้ตามต้องการ แน่นอนว่า ใครที่ถนัดกดเร่งเครื่องเอง เราสามารถปิดระบบ Auto Accel ได้แล้วในภาคนี้

Kirby Air Riders: Global Test Ride

Nintendo จะทำการเปิดทดสอบระบบออนไลน์ในช่วง Global Test Ride ซึ่งผู้เล่นที่สมัคร NSO ในทุกระดับแพ็กเกจสามารถดาวน์โหลดตัวเกมเวอร์ชัน Demo ได้ผ่านทางร้านค้า eShop ในวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยในช่วง Global Test Ride ผู้เล่นสามารถเข้าเล่นโหมด Lessons, Air Ride และ City Trial ส่วนสนามที่จะเปิดให้ทดสอบคือ Floria Fields, Waveflow Waters และ Mount Amberfalls ผู้เล่นสามารถเข้าห้อง Paddock ได้

Kirby Air Riders วางจำหน่าย 20 พฤศจิกายน 2025 เฉพาะ Switch 2 เท่านั้นครับ (มา eShop ไทย คาดว่าราคา 2,190 บาท)

อยากเล่นเป็น Adeleine มานานแล้ว... ฮ่าๆ โย! 🎨

ที่มา:
- https://www.gematsu.com/2025/10/kirby-air-riders-details-new-features-modes-and-customization-global-test-ride-demo-announced
- https://www.kirby.jp/news/22783/


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568

30 กันยายน 2568

Nintendo เปิดสำนักงานใหม่ที่สิงคโปร์ "และอาจเตรียมเปิดสาขาประเทศไทยเร็วๆนี้"

Nintendo ประกาศเปิดสำนักงานใหม่ที่ประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินกิจการในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีคุณ Takahiro Miura เป็นผู้บริหาร และทาง Nintendo ยังระบุด้วยว่า "อาจเตรียมพิจารณาเปิดสำนักงานที่ประเทศไทยเร็วๆนี้" หลังจากที่ได้ลองตลาดด้วยการแต่งตั้งให้ Synnex เป็นตัวแทนจำหน่าย และเปิดร้านจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่พารากอนนั่นเอง

ที่มา: https://www.gematsu.com/2025/09/nintendo-establishes-nintendo-singapore

ปล. ที่แน่ๆ เราอาจจะได้เห็นเกม Kirby และเกมอื่นๆ ในฉบับภาษาไทยก็เป็นได้ และถ้าหาก Nintendo เปิดสาขาไทย ก็อาจจะทำให้ราคาเกมที่ขายทาง eShop โซนไทยนั้น ถูกลงเล็กน้อย เพราะไม่ต้องเจอกับภาษี e-service ของไทย (ปัจจุบันอีช็อปขายในราคาเดียวกับแบบแผ่นที่ทาง Synnex อิมพอร์ตเข้ามา เช่น แบบแผ่นราคา 2,190 ในอีช็อปก็ขาย 2,190 เช่นกัน)

12 กันยายน 2568

[News] ยอดขายล่าสุดของ Kirby and the Forgotten Land สำหรับ Switch 2

ไม่มีอะไรมากครับ เพราะตอนนี้ Kirby and the Forgotten Land – Nintendo Switch 2 Edition + Star-Crossed World หลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ก็สามารถทำยอดขาย(เฉพาะแบบตลับ)ได้ถึง 1 ล้านชุดแล้วเป็นที่เรียบร้อย

และยอดขายรวมเกมภาคหลักของ Switch 1 นั้น ก็ได้ทำยอดขายไปแล้วถึง 8.5 ล้านชุด และน่าจะมีลุ้นว่าถ้าเกิดยอดขายของ Kirby Air Riders ทำได้เกิน 5 ล้านตามที่หลายฝ่ายได้วิเคราะห์ไว้เมื่อไหร่ คงจะมีการทำภาคหลักใหม่แทนภาครีเมคแน่นอน เฮ~ 😊 (ซึ่งภาครีเมคต่อไปนั้น ลือกันหนาหูเลยว่าอาจเป็น Kirby and the Rainbow Curse Deluxe)

ที่มา: https://www.gematsu.com/2025/09/famitsu-sales-9-1-25-9-7-25

20 สิงหาคม 2568

Kirby Air Riders มาแน่ 20 พฤศจิกายนนี้ และเผยรายละเอียดต่างๆ

Nintendo ประกาศเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการของเกม Kirby Air Riders ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 บน Switch 2 ในราคา $69.99 / 7,980 เยน (ราคาบน eShop โซนไทย คาดว่า 2,290 บาท)



ส่วนรายละเอียดต่างๆ ที่ได้มีการเปิดเผยออกมาผ่านคลิป Kirby Air Riders Direct มีดังนี้ (ขอคัดมาแค่เฉพาะฟีเจอร์ใหม่เท่านั้นนะครับผม)

ระบบท่าไม้ตาย (Specials) – ในภาคนี้ตัวละครแต่ละตัวจะมีท่าไม้ตายเป็นของตัวเอง ซึ่งสามารถใช้งานได้โดยการเก็บเกจพลังจากการโจมตีคู่แข่งหรือมอนสเตอร์ระหว่างทาง และตัว Kirby ในแต่ละสีนั้น จะมีท่าที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

เพิ่มตัวละครใหม่ และสามารถเลือกตัวละครแยกกับยานพาหนะได้!! – นอกจาก Kirby, King Dedede และ Meta Knight แล้ว ในภาคนี้ยังได้เพิ่มตัวละครใหม่ๆ เข้ามาอีกเพียบ เช่น Bandana Waddle Dee, Cappy, Chef Kawasaki, Starman รวมถึงสาวน้อยนักวาด Adeleine/Ado ที่เหล่าพ่อยกสายโลลิคอนชื่นชอบด้วย!! เรียกว่าขนมาเกือบยกซีรี่ส์อย่างกับ Kirby Star Allies เลยละครับ และทุกตัวยังสามารถเลือกขี่ยานพาหนะชนิดไหนก็ได้ด้วย ไม่ได้ "ล็อค" ตามตัวละครแบบภาคเก่า แน่นอนว่าจะมีการอัปเดตตัวละครและยานพาหนะใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเป็น DLC ในอนาคตอีกด้วย

Copy Abilities – ในภาคนี้ทุกตัวนอกจาก Kirby สามารถใช้ Copy Abilities ได้ (ในภาคเก่า King Dedede กับ Meta Knight จะใช้ Copy Abilities ไม่ได้) เช่น Bandana Waddle Dee จัดการตัวที่มีร่ม ก็จะได้ร่ม (Parasol) มาใช้แทนหอกที่เป็นอาวุธเริ่มต้น หรือถ้า Meta Knight จัดการตัวที่มีพลังไฟ ก็จะได้ดาบไฟด้วย!!

City Trial ใหญ่ขึ้น 10 เท่า!! – ภาคนี้คุณ Masahiro Sakurai ระบุว่า Skyah ที่เป็นแผนที่ประจำโหมด City Trial ในภาคนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าเมืองในภาคเก่าถึง 10 เท่า และรองรับผู้เล่นได้สูงสุดถึง 16 คนเลยทีเดียว และยังมีการเพิ่มอีเวนท์ใหม่ๆ ด้วย เช่น Short Race และ Dustup Derby ที่ผู้เล่นสามารถท้าแข่งหรือต่อสู้กันบนแผนที่ Skyah ได้โดยตรง ... นี่มัน Test Drive Unlimited / Forza Horizon ชัดๆ รวมไปถึงมินิเกมใหม่ใน Stadium

สำหรับตัวเกมรองรับ Multiplayer ครบทุกรูปแบบ ทั้งแบบแบ่งจอบนทีวีเครื่องเดียวสูงสุด 4 คน, แบบ Local wireless 8 คน และออนไลน์ 16 คน และที่พิเศษคือ ได้มีการปล่อย Soundtrack ของเกมผ่านแอป Nintendo Music ออกแล้วด้วย แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยทาง Nintendo จะเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Nintendo ประเทศไทย
https://www.nintendo.com/th/games/switch2/aaaba/index.html

6 สิงหาคม 2568

Nintendo เผยรายละเอียดของภาคเสริม Kirby and the Forgotten Land "Star-Crossed World"

เพิ่มโหมดใหม่ Star-Crossed World – สำหรับในโหมดนี้จะคล้ายกับโหมด Extra Game ของภาคเก่าครับ คือ เปลี่ยนแปลงฉากและศัตรู/บอสบางส่วน ให้ยากขึ้น และยังมาพร้อมกับ Starry Coins ให้เก็บสะสมเพื่อใช้ปลดล็อคของสะสมและโหมดใหม่ในเมืองอีกด้วย

เพิ่ม Mouthful Mode สามร่างใหม่ – Spring Mouth สำหรับกระโดดขึ้นที่สูง และพุ่งลงมาทับได้ (คล้ายพลัง Stone ในภาคเก่า), Gear Mouth ใช้สำหรับไต่กำแพงขึ้นไปในแนวดิ่งได้ (คล้ายกับพลัง Wheel ในภาคเก่า) และ Sign Mouth ไถลด้วยความเร็ว และกระโดดหมุนตัวโจมตีกลางอากาศ (คล้ายกับพลัง Ice Skating (Cutter+Ice) ในภาค 64)

เพิ่มโหมดสู้บอสใหม่สุดท้าทาย The Ultimate Cup Z EX – ปลดล็อคโดยการเคลียร์โหมด Star-Crossed World ซึ่งในนี้ท่านจะได้เจอกับบอสใหม่ประจำโหมด SCW รวมถึง "บอสลับ" จากภาคเก่าสุดเซอร์ไฟรส์อีกด้วย

Nintendo Switch 2 Enhancements – ปรับปรุงกราฟิก รองรับ 4K และรันที่ 60 FPS เป็นอย่างต่ำ

สำหรับผู้ที่มีตัวเกมภาคเก่าของ Switch 1 อยู่แล้ว สามารถซื้อ Upgrade Pack ผ่านทาง eShop เพื่อเล่นภาคเสริมได้ทันที โดยไม่ต้องซื้อเกมใหม่ในราคาเต็มครับ พบกัน 28 สิงหาคม นี้นะจ๊ะ! 🥰

3 เมษายน 2568

Nintendo เปิดตัว Kirby Air Riders + KatFL เปิดตัว DLC ใหม่สำหรับ NS2 เท่านั้น!!

Nintendo ประกาศเปิดตัว Kirby Air Riders อย่างเป็นทางการ โดยบิดาผู้ให้กำเนิดเคอร์บี้ Masahiro Sakurai (ฟังไม่ผิดจริงๆ Masahiro Sakurai เขากลับมาแล้ว!!) ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ มากนัก นอกจากตัวอย่างเกมเพลย์ในโหมดดั้งเดิมทั้งสามที่คุ้นเคยเท่านั้น และยังไม่มีกำหนดวันวางจำหน่ายที่แน่นอน



ที่แน่ๆ คือ City Trial ภาคนี้โครตใหญ่ + ภาพสวยเหมือน Forza Horizon 5 เลย จอร์ชชชชชชชชช!! 😮

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน Nintendo ยังได้ประกาศเปิดตัว Kirby and the Forgotten Land สำหรับ Nintendo Switch 2 ซึ่งมาพร้อมกับเนื้อหาใหม่ "Star-Crossed World" และปรับปรุงกราฟิกให้สวยงามขึ้น โดยผู้ที่มีตัวเกมอยู่แล้วสามารถซื้อเป็น DLC เพื่อนำมาเล่นบน NS2 ได้ทันที วางจำหน่าย 28 สิงหาคม 2025



ได้เวลาทำลายมิตรภาพด้วยการดึงฉากให้เพื่อนตกเหวตายแล้ว ฮ่าๆๆ 😈